วันเดียวเที่ยว 2 ฝั่ง เยาวราช+ล้ง วัฒนธรรมไทย-จีน (1)

Posted By ไกด์เตยหอม | 26 ม.ค. 62
1,049 Views

  Favorite

ใกล้ตรุษจีนแล้ว วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ มีแผนไปเที่ยวไหนบ้างหรือยังคะ ถ้ายังแล้วละก็ ขอเชิญทุกท่านมาเที่ยวแบบครบสูตร ทั้งความรู้ ความอร่อย เดินออกกำลังกาย และถ่ายรูปสวย ๆ กันที่ย่านชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งฟากเยาวราชและคลองสานกันค่ะ

 

เนื้อหาออกจะยาวสักหน่อยจึงต้องขอแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนแรก : วัดไตรมิตร ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช นิทรรศการพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุด และซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ประตูสู่ไชน่าทาวน์เมืองไทย

ส่วนหลัง : อิ่มอร่อยกับ Street food เจ้าดัง “เจ๊เบญผัดงี่เง่า” โรงพยาบาลเทียนฟ้า และ ‘ล้ง 1919’ ย่านการค้า จุดถ่ายรูปสุดเท่ที่เคยเป็นท่าเรือกลไฟในอดีต

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เริ่มจากฝั่งเยาวราชจุดแรกที่เราเดินทางมาถึงก็คือ วัดไตรมิตรวิทยาราม หากมีชาวต่างชาติมาด้วย สามารถไปซื้อบัตรเข้าชมพระมหามณฑปในราคา 40 บาท และบัตรเข้าชมศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราชในราคา 100 บาท ได้ที่จุดจำหน่ายบัตร ด้านข้างพระมหามณฑปติดกับโซนแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารกรุงไทยและธนาคารกสิกรไทย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

วัดไตรมิตร เป็นพระอารามหลวงที่เก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างตั้งแต่เมื่อไร ชาวบ้านเพียงเรียกต่อ ๆ กันว่า วัดสามจีนใต้ เพราะลือกันว่าผู้สร้างคือชาวจีน 3 คน และที่มีคำว่า “ใต้” ก็เล่าว่าเพราะวัดสามจีน เดิมมี 3 วัด มีที่แถวนนทบุรีและแถวบางขุนพรหมด้วยอีก 2 แห่ง คือวัดโชติการามและวัดสังเวชวิศยาราม ส่วนชื่อ “ไตรมิตร” นี้เพิ่งมาเปลี่ยนเมื่อ พ.ศ. 2482 ราว 80 ปีก่อน โดยสมเด็จพระวันรัต

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

พระอุโบสถหลังเดิมถูกรื้อลงเพราะได้รับแรงสั่นสะเทือนจากระเบิดที่ลงในพื้นที่ใกล้วัด จนโครงสร้างอาจเป็นอันตรายได้ หลังปัจจุบันที่เห็นอยู่นี้สร้างหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ภายในประดิษฐานพระประธานคือ “พระพุทธทศพลญาณ” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อวัดสามจีน” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ปูนปั้น ลงรักปิดทองพุทธลักษณะงดงาม บริเวณบันไดรายรอบพระอุโบสถจะมีรูปหล่อสิงห์สำริด ส่วนด้านหลังมีหอระฆังและซุ้มใบเสมา 

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

หากเดินไปด้านหลังพระอุโบสถจะเป็นโรงเรียนวัดไตรมิตรวิทยาราม ซี่งมีการเรียนการสอนภาษาจีนกลางที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นโรงเรียนแรก ๆ ที่มีห้องเรียนขงจื่อ อันเกิดจากความร่วมมือไทย-จีน เมื่อเดินย้อนกลับออกมาโดยหันหน้าไปทางพระมหามณฑป ทางขวามือจะเป็นพระวิหาร อาคารหมู่ทรงไทยมุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ “หลวงพ่อทองคำ” พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนจะย้ายไปประดิษฐานบนพระมหามณฑป ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอื่น ๆ และที่ถวายสังฆทาน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ลงมาจากพระวิหารแล้ว เราก็จะไปยังสถานที่ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญอันจะพลาดไม่ได้เลยคือ พระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รัชกาลที่ 9 ซึ่งนอกจากชั้นบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อทองคำ” ในชั้นที่ 2 ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช และนิทรรศการพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ในชั้นที่ 3 อีกด้วย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

อากาศกำลังเริ่มร้อนก็มาผ่อนคลายและพักขาภายในศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราชได้ในวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. โดยจะต้องลงทะเบียนด้านหน้า และไปถอดรองเท้าก่อนเข้าชม หากกลัวรองเท้าหายสามารถเช่าล็อกเกอร์ได้ในราคา 20 บาท 

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ห้องแรกเป็นห้องฉายภาพยนต์สั้นสามมิติ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนชาวจีนในเยาวราช กำหนดฉายเป็นรอบ ๆ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาจะเป็นโซนนิทรรศการเล่าเรื่องราวการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลของชาวจีนในอดีตที่มาตั้งรกรากในเมืองไทย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

โซนนี้มีการจำลองสภาพเสมือนอยู่ในเรือสำเภา มีเสียงพายุและแสงวาบ ๆ เหมือนเวลาฟ้าผ่าด้วย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาจะเป็นโซนท่าเรือและตลาด บอกเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ในยุคก่อน ไล่เรียงตามกาลเวลามาจนถึงยุคปัจจุบัน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

บอร์ดเล่าเรื่องราวเทียบเคียงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย-จีน ภาพถ่ายเก่า ๆ และการจำลองห้างร้านต่าง ๆ เมื่อเกือบ 100 ปีก่อน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

นิทรรศการแสดงประวัติบุคคลสำคัญจากอดีตถึงปัจจุบัน และบอร์ดเล่ามุมมองของชาวเยาวราชจากหลากหลายอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนาที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ปิดท้ายด้วยการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีต่อชาวเยาวราช

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดขึ้นมาในชั้น 3 จะเป็นนิทรรศการพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร เล่าเรื่องราวตั้งแต่การปั้นแบบและการหล่อ ซึ่งมีกรรมวิธีต่าง ๆ มากมาย การเคลื่อนย้ายมาประดิษฐานที่วัดไตรมิตร ตลอดจนการค้นพบว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำและเป็นข่าวดังไปทั่วโลก กระทั่งการสร้างพระมหามณฑปหลังนี้ และพระพุทธรูปองค์จำลองแบบต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้ทราบก่อนจะขึ้นไปชมความงดงามขององค์จริงที่อยู่ในชั้น 4

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุดของพระมหามณฑปแล้ว ท่านที่แต่งกายไม่เรียบร้อยนักสามารถเช่าผ้าคลุมไหล่และผ้าพันเอวได้ในราคา 20 บาท/ครั้ง/ผืน และทุกคนจะต้องไปถอดรองเท้าบริเวณด้านซ้ายมือก่อนเข้าไปชื่นชม หรือสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรด้านใน บนชั้นนี้มีลิฟต์สำหรับผู้พิการด้วย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ “หลวงพ่อทองคำ” นี้ เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยทองคำทั้งองค์ น้ำหนักมากถึง 5.5 ตัน โดยเนื้อทองในที่หล่อในส่วนต่าง ๆ จะมีค่าความบริสุทธิ์ไม่เท่ากันส่วนฐานจะมีความบริสุทธิ์น้อยกว่าส่วนพระเศียร เป็นพุทธศิลป์แบบสุโขทัยคลาสสิคสมัยที่งดงามที่สุด ด้วยเป็นยุคที่บ้านเมืองมีความสุขความเจริญมากที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย และได้รับการบันทึกโดยกินเนสบุ๊คว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเมื่อ พ.ศ. 2534 คือ 21.1 ล้านปอนด์ และเมื่อ พ.ศ. 2546 ได้บันทึกอีกครั้งว่ามีมูลค่ามากถึง 37.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,500 กว่าล้านบาท)

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เดินกันจนทั่วแล้ว ก่อนออกจากวัดก็สามารถมาเข้าห้องน้ำได้ทางประตูโซนร้านค้าฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ห้องน้ำที่นี่สะอาดใช้ได้เลยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็เดินข้ามถนนมาที่ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ร.9 วงเวียนโอเดียน ซึ่งถือว่าเป็นประตูแห่งไชน่าทาวน์เมืองไทยบนหัวถนนเยาวราช ไฮไลท์จุดนี้คือแผ่นป้ายชื่อซุ้มประตูภาษาไทยที่ได้รับพระราชทานจาก ร. 9 ด้านหลังเป็นจารึกลายพระหัตถ์อักษรจีน “圣寿无疆” (เซิ่ง โซ่ว อู๋ เจียง)  ของสมเด็จพระเทพฯ หมายถึง “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” พร้อมนามาภิไธย "สิรินธร"

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

พื้นตรงกึ่งกลางมีแผ่นโลหะสีทองจารึกอักษรจีนว่า “地” (ตี้) แปลว่า “ดิน” ด้านบนจะมีแผ่นโลหะสีทองจารึกอักษรจีนว่า “天” (เทียน) แปลว่า “ฟ้า” โดยรวมจึงอาจหมายถึง “ฟ้า-ดิน” อันหมายถึงความสมดุลหรือความพอดีของพลังต่าง ๆ ในจักรวาลนั่นเอง

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เดินกันเก็บภาพสวย ๆ และความรู้มากมาย ซึมซับบรรยากาศและความงดงามแห่งประวัติศาสตร์และศิลปะไทยจีนกันตลอดช่วงเช้าแล้วอย่าลืมพักรับประทานอาหารเที่ยงกันแล้วมาเที่ยวต่อในภาคบ่ายนะคะ เรามีร้านอาหาร Street food เจ้าดัง และจุดเช็คอินเด็ดๆ ให้ติดตามกันต่อไปที่บทความ “วันเดียวเที่ยว 2 ฝั่ง เยาวราช+ล้ง วัฒนธรรมไทย-จีน ภาค 2” คลิกเข้าไปชมกันต่อได้เลยค่ะ  

 

“Amazing ไทยเท่” ที่เที่ยวเก๋ ๆ ใกล้ตัว อย่าลืมมาชื่นชมกันนะคะ

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • ไกด์เตยหอม
  • 0 Followers
  • Follow