สูตรง่าย ๆ ในการรักษาจุดด่างดําด้วยตนเอง

Posted By ChinJungGu | 12 ธ.ค. 61
831 Views

  Favorite

จุดด่างดำหรือรอยสิวเกิดขึ้นได้ยังไง สาเหตุก็จะมีอะไรซะอีกล่ะ มันก็คือผลผลิตร่องรอยที่เกิดจากสิวนั่นเอง

 

อย่างสิวอักเสบที่เมื่อยุบตัวลงแล้วมักทิ้งรอยดำ ๆ เอาไว้ หรือสิวอุดตันที่เราพยายามบีบออกแบบผิดวิธี พยายามบีบสิวแรง ๆ เพื่อให้สิวหลุดออก ที่เป็นตัวสร้างความเสียหายให้ผิวเพิ่มขึ้นจนอักเสบและเป็นแผลในที่สุด เมื่อมีจุดด่างดำบนใบหน้ามาก จะทำให้แลดูใบหน้าไม่สวยงาม จึงทำให้ต้องหาวิธีในการรักษาจุดด่างดํา ซึ่งก็มีวิธีหลายวิธีเลยทีเดียวในการที่จะรักษาจุดด่างดำให้หายไปจากใบหน้า มาดูกันค่ะว่าจะมีวิธีรักษาแบบไหนบ้าง

 

ภาพ : Pinterest

 

 

7 วิธีในการรักษาจุดด่างดำ

1. อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวหายเอง

เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่อายุยังน้อยจนถึงวัยที่อายุ 20 ปีต้น ๆ ขอบอกเลยว่าคุณยังโชคดีมาก ๆ ถ้าเกิดรอยแผลหรือจุดด่างดำจากสิวก็เพียงแค่รอเวลาให้รอยดำจากสิวหายไปเอง แต่สำหรับสาวเลข 2 ปลาย ๆ และเลข 3 ขึ้นไป การที่จุดด่างดำจะหายไปได้เองก็คงจะเป็นเรื่องยาก รีบหาวิธีรักษาดีกว่า

2. ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids)

ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบแอลกอฮอล์เบสและแบบวอเตอร์เบส ส่วนการเลือกใช้ก็ดูว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง เรตินเอ (แอลกอฮอล์เบส) หรือ ดิฟเฟอริน (วอเตอร์เบส) เหล่านี้สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดจุดด่างดำจากรอยแผลสิวได้เป็นอย่างดี ถ้ายังไม่เคยใช้มาก่อนก็ขอแนะนำให้ใช้ “ดิฟเฟอริน” เพราะมีความระคายเคืองและผลข้างเคียงน้อยกว่าเรตินเอ

 

ภาพ : Pinterest

 

3. ครีมลดรอยสิว

ให้คุณพยายามเลือกครีมลดรอยดําจากสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กลูต้าไธโอน โคจิก ทรานซามิค ฯลฯ อย่างยี่ห้อที่นิยมใช้กันแล้วได้ผลดีก็เช่น ยี่ห้อ MEDERMA สามารถช่วยลดรอยดำจากสิวได้ดี ทาแล้วหน้าไม่มันมาก แต่คนที่แพ้แอลกอฮอล์ควรหลีกเลี่ยง และควรใช้ Hiruscar แทนเพราะอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ นอกจากจะช่วยจัดการเรื่องรอยสิวแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วย

4. ลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peeling) ด้วยการใช้กรดผลไม้ (AHA), trichloracetic acid (TCA) ฯลฯ

เป็นกรรมวิธีที่ทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใย คอลลาเจน ในชั้นหนังแท้ เพื่อช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำและรอยแผลเป็นจากสิวได้ดี

5. การรักษาด้วยเครื่องไอพีแอล (Intense Pulse Light – IPL)

เป็นการนำแสงความเข้มสูง ยิงเข้าสู่ผิวหนังเพื่อช่วยขจัดรอยหมองคล้ำต่าง ๆ สามารถช่วยลบรอยดำ รอยแดง จุดด่างดำจากสิวได้ดี อีกทั้งเทคโนโลยีชนิดนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส รักษาฝ้า กระ ริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า รวมไปถึงการใช้กำจัดขนส่วนเกิน ฯลฯ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 2 สัปดาห์ ขั้นต่ำ ประมาณ 3-4 ครั้ง

 

ภาพ : Pinterest

 

6. การรักษาด้วยเลเซอร์ Nd:YAG

เป็นเลเซอร์ที่นิยมนำมาใช้ในการกำจัดจุดด่างดำ เพราะมันสามารถเข้าไปทำให้เม็ดสีกระจายตัวและกลายเป็นสะเก็ดแผลหลังทำ และจะหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ แต่ควรหมั่นทำซ้ำอย่างต่อเนื่องทุก 2 อาทิตย์ นอกจากนี้ก็ยังมีเลเซอร์อีกหลายตัวที่สามารถกำจัดจุดด่างดำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ต่อจุดด่างดำของแต่ละคน

7. การรักษาด้วยสูตรมาร์กต่าง ๆ 

เช่น สูตรมะเฟือง+น้ำผึ้ง, สูตรมะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด, สูตรเนื้อองุ่นเขียว+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ+น้ำผึ้ง+น้ำมะนาว และสูตรอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วแต่ละสูตรก็มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน เช่น  สูตรมะเฟือง+น้ำผึ้ง สูตรนี้ให้คุณคั้นเอาน้ำมะเฟืองมาผสมกับน้ำผึ้ง จากนั้นก็นำมาแต้มลงบนจุดด่างดำ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก แต่ถ้าไม่รู้สึกแสบหรือระคายเคือง คุณอาจลงทั้งหน้าเลยก็ได้ สามารถทำได้อาทิตย์ละครั้ง โดยมะเฟืองนั้นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซีสูง มันจึงช่วยทำให้เซลล์ผิวใหม่ขาวขึ้น

 

เป็นยังไงบ้างคะ กับวิธีรักษาจุดด่างดำทั้งหมดนี้ สาว ๆ ชอบแบบไหนก็เลือกใช้ได้ตามสบายเลยนะคะ และนอกจากสูตรที่กล่าวไปแล้ว การหันมาดูแลตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่นผักหรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน รวมไปถึงอาหารเสริมอย่างวิตามินซีและวิตามินอี และที่สำคัญอย่างมากก็คือคุณควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มาก ๆ ในระหว่างการรักษา หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งด้วยนะคะ

 

แหล่งข้อมูล
รักษาจุดด่างดำ
เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • ChinJungGu
  • 0 Followers
  • Follow