ฟันสวย ๆ นี้ได้แต่ใดมา ? ดูแลฟันกันถูกวิธีแล้วหรือยัง !!

Posted By Jkulisara | 31 ส.ค. 61
626 Views

  Favorite

ถ้าเราไปเจอใครสักคนที่ดูดีมาก ๆ เป๊ะปังปั๊วะตั้งแต่เสื้อผ้า หน้า ผม หัวจรดเท้า แต่พออ้าปากหรือยิ้มแล้วเห็นฟันเหลืองอ๋อย เป็นคราบหินปูน ก็ทำให้คนคนนั้นดูแย่ลงได้ทันที สาว ๆ หนุ่ม ๆ สมัยนี้หลายคนเลือกใช้ทางลัด ด้วยการไปฟอกฟันขาว หรือหาผลิตภัณฑ์ช่วยฟันขาวชนิดต่าง ๆ แต่กลับละเลยสิ่งง่าย ๆ ที่เราต้องทำเป็นประจำทุกวัน นั่นคือ "การแปรงฟัน"

           

ดังนั้น แน่ใจกันหรือเปล่าเอ่ยว่าเราแปรงฟันได้ถูกวิธีแล้ว วันนี้เราจะมาแชร์วิธีการดูแลฟันขั้นพื้นฐานอย่างถูกต้อง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดนอกเหนือจากการมีฟันขาวแล้ว คือการมีสุขภาพฟันที่ดีนั่นเองค่ะ

 

อุปกรณ์ในการดูแลฟันขั้นพื้นฐาน

1. แปรงสีฟัน

ภาพ : friendlydentalgroup.com

 

ควรเลือกที่มีขนาดพอเหมาะกับช่องปาก ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป มีด้ามจับที่ถนัดมือ ที่สำคัญคือขนแปรงควรต้องนุ่ม เพราะขนแปรงที่แข็งเกินไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเหงือกและฟันได้ สามารถเลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้นะคะ เพราะการแปรงฟันอย่างถูกต้องด้วยแปรงสีฟันธรรมดาก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่ต่างกับแปรงสีฟันไฟฟ้าค่ะ

 

 

 

2. ยาสีฟัน

ภาพ : couleuretconnection.com

 

เลือกใช้ชนิดที่มีฟลูออไรด์ โดยในวัยผู้ใหญ่และเด็กโต ควรเลือกยาสีฟันที่มีส่วนประกอบของฟลูออไรด์อย่างน้อย 1,350 ส่วนในล้านส่วน อาจเลือกยาสีฟันที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพฟันของแต่ละคน เช่น สาว ๆ ที่ดื่มกาแฟหรือสูบบุหรี่ (แต่อย่าสูบจะดีกว่านะคะ) มักจะมีคราบเหลืองที่เนื้อฟัน ให้เลือกใช้ยาสีฟันสำหรับขจัดคราบกาแฟหรือบุหรี่โดยเฉพาะ จะช่วยให้ฟันขาว ซึ่งยาสีฟันประเภทนี้จะช่วยทำความสะอาดคราบที่เกาะฟัน ทำให้เห็นเนื้อฟันที่ขาวตามธรรมชาติ แต่ไม่ได้มีผลให้ฟันขาวกว่าธรรมชาติของแต่ละคนนะคะ เพราะยาสีฟันบางชนิดที่โฆษณาว่าทำให้ฟันขาว อาจผสมสารฟอกขาว ซึ่งหากใช้นาน ๆ จะทำให้สารเคลือบฟันของเราถูกกัดกร่อน จนเกิดอาการเสียวฟันและเกิดปัญหาสุขภาพฟันในระยะยาวได้

 

3. ไหมขัดฟัน

ภาพ : readersdigest.com

 

เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ฟันของเราสะอาด หลาย ๆ คนละเลยที่จะใช้ไหมขัดฟัน ลำพังการแปรงฟันอย่างเดียว หรือแม้แต่ใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมด้วย ก็ไม่สามารถทำความสะอาดฟันได้หมดจดจริง ๆ สามารถเลือกไหมขัดฟันชนิดใดก็ได้ที่เราชอบ แต่เส้นไหมควรจะไม่แตกเป็นเส้นเล็ก ๆ ได้ง่าย บางคนอาจเลือกแบบมีไม้จับเพื่อความถนัดก็ได้ค่ะ

 

4. น้ำยาบ้วนปาก

ภาพ : bda.org

 

จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์จะเคลือบผิวฟัน ช่วยให้ฟันไม่ผุง่าย และช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่น แต่ยาสีฟันทั่วไปก็มักผสมฟลูออไรด์ในปริมาณเพียงพอต่อการเคลือบฟันอยู่แล้ว หากอยากใช้ควรเลือกชนิดที่ไม่ผสมแอลกอฮอลล์ค่ะ

 

วิธีแปรงฟันและดูแลฟันอย่างถูกต้อง

1. เริ่มจากบีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟัน

ภาพ : sookhongdds.com

 

โดยให้ยาสีฟันมีความยาวเท่ากับขนแปรงสีฟันที่ใช้อยู่ (แต่สำหรับเด็ก ๆ ต้องใช้น้อยกว่านี้นะคะ) แปรงฟันให้ครบทุกซี่ ทุกด้าน โดยใช้วิธีเอียงขนแปรงให้จิกลงที่โคนเหงือก 45 องศา แปรงขยับไปมาแล้วปัดขึ้นสำหรับฟันล่าง ปัดลงสำหรับฟันบน เพื่อให้เศษอาหารและคราบที่ติดตามคอฟันหลุดออกมาให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ต้องแปรงแรงจนเกินไป

 

2. เมื่อแปรงฟันครบทุกซี่แล้ว ให้แปรงลิ้นและกระพุ้งแก้ม

ภาพ : yubacitydentistry.com

 

ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย เพื่อลดการเกิดกลิ่นปากและฝ้าขาวที่ลิ้นด้วย ระยะเวลาในการแปรงฟันไม่ควรต่ำกว่า 2 นาทีนะคะ

 

3. บ้วนฟองยาสีฟันและเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ทิ้ง

ภาพ : tendartsplein.nl

 

จากนั้นรอสักครู่เพื่อให้ฟลูออไรด์ในยาสีฟันเคลือบฟัน จากนั้นบ้วนปากให้สะอาดอย่างน้อย 5 ครั้ง

 

4. ใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกต้อง

ภาพ : mesadelcastillo.com

 

ดึงไหมขัดฟันออกมาความยาวประมาณ 1 ฟุต พันรอบนิ้วชี้ทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ขัดซอกฟันทุกซี่อย่างเบามือ เพื่อช่วยกำจัดเศษอาหารในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง เมื่อสอดไหมลงไปในซอกฟันแต่ละซี่แล้วให้ขยับไหมเล็กน้อยเพื่อทำความสะอาดก่อนจะดึงออก ขยับไหมไปเรื่อย ๆ จนครบทุกซี่ แรก ๆ เมื่อเริ่มใช้อาจมีเลือดออกบ้าง ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ใช้ไปสักพักเหงือกจะเริ่มคุ้นชินและไม่มีเลือดออกอีกต่อไป

 

5. หากต้องการใช้น้ำยาบ้วนปาก ไม่ควรใช้หลังแปรงฟันทันที

เพราะน้ำยาบ้วนปากอาจชะล้างฟลูออไรด์จากยาสีฟันออกไปได้ ให้ใช้หลังรับประทานอาหารแทน จากนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้สารเคลือบฟันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

เคล็ดลับอื่น ๆ ในการดูแลฟันสวย

ภาพ : freepik.com
 

1. อย่าลืมแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือหลังตื่นนอนและก่อนเข้านอน ถ้าจะให้ดีควรแปรงหลังรับประทานอาหารทุกมื้อด้วยนะคะ

2. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงสีฟันเริ่มบาน เพื่อป้องกันแบคทีเรียสะสมในแปรงสีฟัน

3. จัดเก็บแปรงสีฟันในบริเวณที่สะอาดและมีอากาศถ่ายเท

4. พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพเหงือกและฟัน

5. รับประทานอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพฟัน เช่น นมที่มีแคลเซียมสูง ผักผลไม้สดที่มีไฟเบอร์และต้องบดเคี้ยว ช่วยในการขจัดคราบหินปูน

6. ห้ามใช้ฟันกัด แกะสิ่งของต่าง ๆ โดยเด็ดขาด

 

เริ่มต้นง่าย ๆ จากการทำความสะอาดฟันในแต่ละวัน ถ้าสาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ได้ลองดูแลฟันอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของเราแล้ว จะต้องแปลกใจกับการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพฟันที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ลองดูนะคะทุกคน

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Jkulisara
  • 0 Followers
  • Follow