รีวิวเที่ยว 'ปากเซ ลาวใต้' แบบงง ๆ ได้แฟนกลับมาคนนึง จนถึงทุกวันนี้ :)

Posted By b1990 | 05 เม.ย. 61
1,584 Views

  Favorite

มาค่ะทุกคน วันนี้ จขกท มันมีความเสี้ยน อยากเขียนยังไงไม่รู้ ความขี้เกียจที่สะสมมาทั้งหมดหายไปไหนหมด เห้ยดี ไปแล้วอย่ากลับมานะลูก
 

เริ่มเรื่อง! ที่เพื่อนสมัยมหาลัยหรือจะเรียกว่าเพื่อนสนิทก็พูดได้เต็มปากเต็มคำ... เพราะเหลือกันแค่นี้แล้ว มันมาชวนไปเที่ยวปีใหม่ มันบอกว่าเที่ยวที่ไหนก็ได้ที่ทำให้ปีใหม่ไม่เหงาแบบคนกรุงเทพย่านลาดพร้าว และชานเมืองอย่างสมุทรปราการ ก็เลยลองหาพวกโปรเครื่องบิน แล้วก็หาจังหวัดที่น่าไป คุยกันว่าวิวต้องสวยนะ ต้องมีอะไรทำด้วย เพราะเคยมีประสบการณ์ไปเชียงคานกัน 3 วัน ไม่มีอะไรทำเลย 5555

ค่ะ…สรุปเราเลือกที่จะไป "อุบลราชธานี" เพราะที่เที่ยวสวย ๆ เยอะ แต่วัยรุ่นอย่างเราคะนองหนักมาก เลยวางแผนคร่าว ๆ ว่าต้องไปต่างประเทศด้วย นั่นคือ สปป ลาว "ลาวใต้ ปากเซ" จากนั้นเราก็ลองสำรวจคนรอบ ๆ ตัวว่าพอมีใครที่รู้จักในจังหวัดอุบลบ้าง ใกล้ตัวเลยค่ะ เจ้านาย บ้านเกิดอยู่อุบล พี่เค้าเลยจัดการอนุเคราะห์วางแผนให้ตาม List ที่เราอยากไปให้ว่าต้องไปที่ไหนก่อนไป แล้วไปยังไง (ขอบคุณนะคะพี่) เมื่อเราโทรไปรบกวนพี่เค้าเสร็จแล้ว ก็เลือกเส้นทางที่จะเดินทางไปอุบล การเดินทางขาไปได้เป็นรถบัส ขากลับเป็นเครื่องบิน เพราะช่วงนั้นเราเคาะที่เที่ยวกันช้าไปหน่อย ใกล้ปีใหม่แล้วคนเดินทางกันหนาแน่น ได้ตั๋วมาก็บุญแล้วหนูจ๋า
 


วันเดินทางมาถึง เรามาเจอกันที่หมอชิตตั้งแต่ 6 โมง รถออกกี่โมงจำไม่ได้แต่ไม่เกิน 8 โมงแน่ ๆ ระยะทางที่จะไปถึงอุบลรวมแล้ว 8 ชั่วโมง …นั่งกันสันหลังสั่นเลยจ้า ซึ่งระหว่างทางไม่มีอะไรมากหลับ เล่นมือถือ หลับ เล่นมือถือ เราเลยได้คำคมแสนเก๋ของทริปนี้ว่า " การเดินทางนั้น จุดหมายก็สำคัญ ระยะทางไกลกว่า " คำคมไรว่ะ


โอเคตัดภาพมาตอนใกล้ถึงอุบล พี่ชายเจ้านายก็โทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว เพราะพี่เค้าจะมารับไปส่งที่ที่พัก พอถึงไม่มีเวลาบิดขี้เกียจหรือขี้เกียจ พี่เค้าก็มารอรับตรงขนส่งแล้ว เค้าถามว่าจะไปที่ไหนบ้างที่วางแผนไว้ เราก็บอกลิสต์สถานที่ที่ดูรีวิวมาให้พี่เค้าฟัง จบด้วยเสียงขำเพราะพี่เค้าบอกว่า อุบลเนี่ยไม่ใช่เมืองเล็ก ไม่ใช่จะมานอนในเมืองแล้วไปโขงเจียมแล้วกลับมานอน มันไกลลูกเอ้ย


เอิ่ม… แผนเปลี่ยน Y___Y

 

ไม่เป็นไรหนูคืนนี้พักผ่อนก่อน แต่พี่ว่าถ้าจะไปลาวต้องไปเลยพรุ่งนี้ ขากลับค่อยแวะเที่ยวโขงเจียม วันนี้นอนซะพรุ่งนี้จะมีคนมารับไปกินข้าวแล้วก็ไปส่งขึ้นรถไปที่ด่านปากเซ !! เราเดินมาที่ reception โรงแรม บอกชื่อไปปุ้บ เค้าก็ให้กุญแจกับคีย์การ์ดมาเลย เพราะทางญาติเจ้านายจัดการให้แล้วเรียบร้อย จ่ายค่าห้องให้ด้วยโอ้ยยเกรงใจมาก เราเอาของเก็บอย่างลวกๆแล้ว เราก็ตะลอน ร่อนเร่หาร้านดังระแวกนั้น เพื่อนบอกเล็กนมสดเด็ดมากรีวิวบอกมา เราหาแท็กซี่กันไม่ได้สักคัน จึงตัดสินใจเดินไปตาม GPS ซึ่งพิกัดไม่ไกลจากโรงแรมหรอกค่ะ แต่ตอนกลางคืนอุบลก็แอบเงียบเหมือนกันนะถ้าไม่ใช่ดาวน์ทาวน์… เอาเห๊อะหิวอ่ะ อยากเช็คอิน 5555555
 


พอมาถึงเล็กนมสด ก็สั่งเมนูเด็ดมา 2-3 เมนู ขนมปังหน้ามะพร้าวดีงามมากกก กินไปถ่ายรูปไปกินอิ่มก็จ่ายเงิน กำลังจะเดินกลับ แต่มันยังนอนไม่ได้เพราะยังเห่อการเดินทางอยู่ เลยแวะร้านที่2 จำชื่อร้านไม่ได้แล้วอยู่ระหว่างทางกลับโรงแรม หัวมุมถนน วัยรุ่นเยอะ พนักงานชายล้วน หล่อล้วน น่ารักล้วน <3 เอาซะหน่อย เฟรนฟรายมา 1 ค่ะพี่ >< อิ่มแล้วก็เดินทางกลับโรงแรม (จำชื่อโรงแรมไม่ได้นะค่าขอโทษที) มาถึงก็อาบน้ำแล้วก็วางแผนกันเล็ก ๆ น้อย ๆ สุดท้ายพล่อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
 

* สรุปคืนแรก ปวดตูด ปวดหลัง แค่ได้ไกลจากกรุงเทพก็มิชชั่นคอมพลีสแล้ว


6:30 ตื่นแล้วจ้าพี่จ้า ไม่อยากให้ช้าไปเราเลยกินข้าวที่โรงแรม เป็นบุปเฟ่ง่าย ๆ อร่อยดี สักพักก็มีคนโทรเข้ามา เค้าคือหลานของเจ้านายนั่นเอง เค้าบอกว่าจะพาไปกินข้าว แต่เราก็บอกว่ารบกวนส่งแค่ที่ขึ้นรถก็พอแล้ว เค้าก็ถามว่าสรุปจะไปไหนก่อน เลยบอกไปว่าคงไปปากเซก่อน แล้วค่อยกลับมาเที่ยวโขงเจียม สามพันโบก จริง ๆ อยากเค้าดาวน์ที่ปากเซ แต่ดูแล้วคงจะเหนื่อย
 

เมื่อถึงที่ขนส่ง เราก็หารถที่จะไปปากเซ ค่อนข้างมีปัญหาตรงนี้เพราะว่ารถที่จะพาข้ามไปปากเซเลย รับแค่คนที่มี Passport เพื่อนเรามีแต่เราไม่มี เพื่อนด่าไปหนึ่งยก หงอยเลยจ้า สรุปเราเลือกนั่งรถตู้ไปที่ด่าน เพื่อทำเอกสารข้ามแดนชั่วคราว เมื่อถึงด่านแล้ว ขณะที่คุณเดินลงมาปุ้บ จะมีคนกรูเข้ามาหาคุณประมาณ 20 คนอย่างต่ำ พยายามจะหยิบกระเป๋าคุณให้ขึ้นรถเขา อันนี้น่ากลัวมาก จะมีทั้งวินทั้งคน เยอะมากกก ระวังกันด้วยนะ
 

 

 


 


ท้ายสุด เราได้พี่วินมา 2 คน เค้ารับดูแลเรื่องพาไปทำ รอคิว คอยฟังชื่อให้ด้วย พอเรียบร้อยเค้าก็พามาส่งที่ ตม แลกเงินกีบกันคนละ 2,500 บาท ได้มาเป็นล้าน รวยไปอีก กดเงินไทยติดตัวไปอีกคนละ 2,000 เสร็จก็เข้าขั้นตอนการข้ามแดน ไม่มีอะไรเจ้าหน้าที่ก็ถามว่าไปไหน เราบอกปากเซ เค้าก็ถามกี่วัน เราก็บอกไป คือใบนี้ไปได้ไกลสุดแค่ปากเซนะถ้าจำไม่ผิด ไปไกลกว่านั้นไม่ได้ แต่ถ้าเป็น Passport ก็ไปได้เลยทั่วประเทศ พอเสร็จเราก็ข้ามมาฝั่งลาว ตรงช่องข้ามด่านมันอยู่ใต้ดิน เย้ ตอนเข้าไปรู้สึกแปลก ๆ น่ากลัวนะ พอขึ้นมาก็โผล่ที่ต่างประเทศแล้ว เดินไปหารถที่จะเข้าไปในตัวเมืองปากเซ ระหว่างนั้นมีพี่ชาวลาวคนหนึ่งมาพูดอะไรสักอย่างเราฟังไม่ออก เพื่อนก็กลัวเลยบอกเดินหนี ๆ ไป ๆ อย่าไปสนใจนะกลัวจะมาหลอกขายอะไรงี้อีก โอเคพอถึงรถตู้ที่จะพาเราเข้าไปที่ปากเซ เราก็ผ่อนคลายจัดที่จัดทางเอาให้นั่งสบายที่สุด รถตู้นี่ก็เป็นรถโดยสารค่ารถประมาณ 100 มีชาวลาวนั่งไปด้วยเต็มรถแหละ คล้ายบ้านเรารอให้เต็มค่อยออก ระหว่างทางก็ชมนกชมไม้ในใจคิดว่า
 


นี่กรูส์อยู่ต่างประเทศแล้วจริง ๆ ใช่ไหม... เหมือนอยู่แถวบ้านกรูส์เลยเนี้ย 55555 แต่ยังไม่ทันจะจินตนาการอะไรเท่าไหร่ เพื่อนก็ส่งเสียงแหลมขึ้นมาอย่างหน้าตาตื่น ‘เมิงง! เราลืมประทับตาขาเข้าประเทศ’ ด้วยความงงเพราะไม่เคยไปต่างประเทศแบบมัน แค่เชียงใหม่กูก็ตื่นเต้นล่ะ เลยถามว่ามันคืออะไรว่ะ มันก็อธิบายมา ทีนี้มันบอกอย่ากระโตกกระตาก แต่มันลนมาก แต่พี่ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ ได้ยินเสียงหัวใจเราเต้นแบบตื่นเต้นละมั้ง เลยถามว่า

“จะไปไสล่ะ”

“ไปปากเซค่ะพี่”

“โอ้ยบ่ เป็นหยังดอกไปได้ ไปเถอะ”

“จริงหรอจะโดนจับป่ะพี่”

“ก็ถ้าเค้าไม่รู้ก็ไม่จับ”

ไม่ทันล่ะเรื่องดังไปถึงหูคนขับ นางบอกเราว่า

“จับสิ!ทำไมจะไม่จับ เนี้ยมันข้อหาลักลอบเข้าประเทศเชียวนะน้อง น่าจะโดน 3000บาท”

“ห้ะ!!!”

“งั้นพี่กลับไปส่งให้ป่ะล่ะ แต่พี่ขอคิดอีกคนละ 250 นะ”
 


การต่อรองจึงเกิดขึ้น แกก็เลยยอมว่า 2 คน จ่าย 400 แต่ก็พูดให้กลัวว่าแหมนี่ถ้าผมจับคุณไปส่งตำรวจนะโดนคนละ 3000 ดีนะไม่ทำ จ้าดีแล้วจ้า พี่หนูไม่ได้ตั้งใจโน๊ะ พอมาถึงก็รีบไปประทับตราขาเข้าเสียเงินไปคนละ 100 นะถ้าจำไม่ผิด ถ้าใครจะซื้อซิมแถว ๆ นั้นมีขายเยอะเลย แต่เราไม่ซื้อกะหา Wifi เอา เสร็จปั้บก็ไปท่ารถตู้ที่เดิม จากตรงที่ประทับตราต้องนั่งวินไป 20 บาท ตอนนั่งรถกลับเข้าตัวเมืองปากเซ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าอ๋อที่มีพี่ผู้หญิงลาวมาพูดอะไรกับเรา เค้าคงบอกว่าให้ไปปั้มตราขาเข้าด้วยแน่ ๆ เลยว่ะ !! (เห็นแมะ มองโลกในแง่ดีบ้างจะเป็นไรไป)
 


ในที่สุดค่ะ...เรามาตัวเมืองปากเซแล้ว เพื่อนทำการจองโรงแรมแถวละแวกนั้น คืนละ 550 มีแอร์ด้วย วิวโอเค มี Wifi งั้นเราตกลงพักทีนี่ทั้ง 2 คืนเลยดีกั้ว พอเก็บของเสร็จก็เย็นแล้วการไปน้ำตกต่าง ๆ ไม่ทันแน่ เลยหาอะไรกินกัน อาหารไม่ค่อยมีนะส้มตำ น้ำตก แบบที่เราคุ้น เดินหานานมากอยากกินข้าว ด้วยความที่เป็นนักท่องเที่ยวสะพายกล้อง มันก็จะดึงดูดพวกคนขับรถ คนขายของเข้ามาหาเราโดยอัตโนมัติ และเราก็จะหนีแบบอัตโนมัติ วันนั้นยืนอยู่2คน มีคนขับสามล้อเครื่องมาลุ้มอยู่ 3-4 เจ้า เราตัดสินใจเลือกลุงคนนึงบอกนางว่า อยากกินข้าวค่ะช่วยพาไปหน่อย ราคาเท่าไหร่ นางบอก 60 บาท รับกลับมาส่งโรงแรมด้วย เดี๋ยวพาไปเที่ยวห้างด้วยนะ
 

ว้าวว ข้อเสนอเริศไปค่ะลุงลุยกันเลย
 

 

ตอนนั่งรถก็ทำความรู้จักกับลุงได้ชื่อมาว่า ลุงแลง ลุงแลงพา 2 สาวมาส่งที่ร้านริมโขงแห่งนึงวิวดี อาหารประมาณร้านข้าวต้ม แพงอยู่ 200-400 ไรงี้ เราก็แอบเสียใจ จริง ๆ อยากกินตามสั่งง่าย ๆ มากกว่า ตกลงกับลุงว่าเดี๋ยวถ้ากินเสร็จจะโทรไป ลุงเอาเบอร์มา ให้เบอร์เสร็จลุงแลงก็เบิ่งรถไปอย่างไม่มองหลับหลัง แล้วจะเอาอะไรโทรละลุงจ๋า ไม่ได้ซื้อซิมลาวมาจ้า ช่างมันกินก่อนดีกว่า ทีนี่พนักงานเสิร์ฟน่ารักมาก เป็นสาวประเภทสองมีอายุแล้วนางแต่งตัวจัดมากเสื้อครอปสีสด บวกกางเกงข้าม้าเอวสูงลายลูกไม้มีเลเยอร์ ปากแดงจัด คิ้วเป๊ะสุด บริการดีพูดเพราะ แล้วจู่ ๆ ก็มาถามเราว่ามาจากฝั่งไทยหรอ ก็เลยชวนคุยไป

 

ป้าแกก็เล่าว่าเนี้ยป้าไปอยู่กรุงเทพมา 8 ปี อยู่แถวสาธรร้องเพลงในร้านอาหาร แต่ตอนนี้มาช่วยแม่ทำงาน มาอยู่กับแมไม่ได้กลับไปแล้ว แล้วก็เดินไปหลังร้านไปเอารูปมาให้ดูสมัยสาวๆ งามหลายป้าจ๋า ป้าดีมาถามตลอดกรุงเทพเป็นไงบ้างล่ะ รถติดไหม คุยไปคุยมาจนอิ่ม พออิ่มเราก็เลยยืมมือถือป้าโทรหาลุงแลง ป้าใจดีให้ยืมด้วย พอลุงแลงมาถึงก็ร่ำลากัน ป้าแกฝากความคิดถึง มาถึงกรุงเทพด้วย ยิ้ม ต่อเลยลุง...สถานีต่อไป ห้างสรรพสินค้า ลุงแลงขอพรีเซนต์ห้างที่ใหญ่โตของปากเซทีนี้มีอะไรขายเยอะมาก ลองเดินดูเดี๋ยวเสร็จแล้วมารอลุงนี้นะ จะมารับ เราก็เดินดูกันสักพัก ห้างที่นี่อารมณ์เหมือนพวกห้างแถว ๆ ย่านสำเพ็ง พาหุรัด แบบนั้นค่ะ คนเยอะของแยะ แต่ราคาก็เหมือนบ้านเราแหละ ถูกสุดไม่ต่ำกว่า 20 บาท บ้างอย่างก็แพงนะ

 

เดินถ่ายรูปกันเสร็จก็ออกมารอลุงแลง ลุงแลงมาพอดี เพราะนัดเวลากันไว้ 6 โมง ลุงบอกจะไหนต่อดี เลยบอกว่าตอนกลางคืนวัยรุ่นไปไหนกันลุงหนูอยากไปตรงนั้น ลุงก็เลยพาไปที่ ที่ฝรั่งอยู่เยอะ ๆ เป็นร้านนั่งดื่ม นั่งกิน คึกคักกว่าตรงโรงแรมที่เราอยู่อีก เสียดายน่าจะอยู่ตรงนี้ แต่ก็สายไปล่ะ เราเลยบอกลุงว่าเดี๋ยวหนูเดินดูเองคะ กลับเองได้แหละรถเยอะ ลุงก็บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวมารับไปส่งเพราะดึก ๆ มันอันตราย เราก็โอเคเดี๋ยวยืมโทรศัพท์คนที่ร้านโทรไป ละแวกนั้นทัวร์นำเที่ยวเยอะ เลยวางแผนเที่ยวของวันพรุ่งนี้ เพื่อนบอกในรีวิวต้องไป 'วัดภู ตามมาด้วย ตาดเยื้อง ผาส้วม' พวกตาด ๆ นี่แหละสวยเด็ดขึ้นชื่อของดีปากเซ

พอรู้ว่าจะไปไหนงั้นเราเลยเดินดูราคาทัวร์หลายร้าน แต่พอไปถามพี่ ๆ เค้าก็บอกว่าถ้าจะไปวัดภู ก็แวะน้ำตกให้ไม่ได้ เพราะมันคนละเส้นทางกัน ต้องเลือกเลยระหว่างไปวัดภู หรือไปเส้นน้ำตก ราคาก็ตกอยู่คนละ 2000 บาท คนล่ะ!!!! เอามือทาบไปที่อกเบา ๆ ใจสลายพังลง ทำไมมันถึงแพงและไกลจัง แค่ที่เดียวคิด คนละ 2000 – 2500 บาท เราเดินถามได้ 3-4 ที่ คำตอบก็คล้ายกันหมด เราเลยถอดใจเดี๋ยวลองไปถามวินรถตู้เอาตอนเช้าแล้วกันวัดดวง เสร็จปุ้บก็เดินเล่นแวะหาอะไรดื่ม หา Wifi เล่นกันหน่อยไม่ได้เข้าเฟสบุก ไอจี มาทั้งวันเสี้ยนมากจะลงแดง เราแวะกันหลายร้านเงียบ ๆ ไม่คึกคักจนเกินไป

เพื่อนบอกว่าถ้าเทียบปากเซเป็นไทยก็คงเป็นเมืองที่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยว เหมือนวังเวียงที่เทียบเท่าเหมือนเชียงใหม่บ้านเรา พอตาเริ่มหย่อนจะกลับเลยบากหน้าขอยืมมือถือเด็กเสริฟ คำตอบที่ได้คือ ‘บ่มีครับ’ ไม่มี ไม่มีใครให้ยืมเลยอ่ะ ทำไงดีแล้วจะกลับยังไง งั้นพี่เด็กเสิร์ฟช่วยเรียกแท็กซี่หรือไม่ก็สามล้อให้หน่อยนะค่ะ ลองเดินแล้วไม่ไหวหลงแน่ เรารอกันนานมากแต่ไม่มีรถเลย สักพัก สวรรค์เมตตา ลุงแลงขับผ่านหน้าร้านที่เรานั่ง ลุงพยายามมองหาเรา เราสองคนตะโกนเรียก ลุงแลง เยี่ยงลุงเป็นญาติผู้ใหญ่ เสียงดังลั่นปากเซ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น เราเตรียมตัวพร้อมเสื้อกันหนาว ผ้าคลุม Prop ต่าง ๆ ลงมาปุ้บเจอลุงเลย

วันนี้เราเริ่มกันที่วัดภู ลุงบอกว่าที่มันไกลเพราะเป็นจุดตัดกัน เหมือนเราต้องไปวัดภูก่อนแล้วก็ย้อนกลับขึ้นมาทางเดิม แล้วค่อยไปเส้นทางน้ำตกต่อ มันเลยไม่ใช่ทางแวะ ทางผ่าน คล้ายกับว่าต้องตั้งใจไปจริง ๆ เราเดินทางกันเช้ามาก ๆ อากาศเดือนธันวาที่ปากเซหนาวขนาด อ๊อกซิเจนล้นปอด ปากเปิกสั่นเหมือนตั้งใจแต่ไม่ได้ตั้งใจนะ

 

 


เราเอาผ้าห่อตัวห่อหน้าห่อตา แล้วนั่งเบียดกันในรถสามล้อเครื่องที่เสียงดังและกำลังมุ่งหน้าสู่วัดภู ระหว่างทางได้คำคมอีกแล้วค่ะ 'ระหว่างทางน่าจะไม่สำคัญเท่าจุดหมายง แล้วว่ะ เพราะตอนนี้ปวดขามากปวดฉี่ เริ่มปวดอึแล้วด้วย แต่ต้องอดทนต่อไปเพราะข้างทางมีแต่ ป่าเขาลำเนาไพร

เชื่อไหมวิวที่นี้สวยมากนะแต่ดูยังไงก็ไม่ใช่ต่างประเทศ 555555555 เหมือนขึ้นเหนือไรงี้ เราแอบสังเกตลุงเป็นระยะ เพราะลุงใส่แค่ถุงมือ และหมวกแก๊ป หน้าลุงตีลมหนาวยาว ๆ ไปเลย ใบหน้าลุงดูมุ่งมั่นมาก ท่าทางลุงน่าจะห่างหายจากการนำเที่ยวแบบนี้ไปเยอะ ลุงบอกว่าส่วนใหญ่คนที่มาก็จะเช่ารถตู้เอาเพราะมันสะดวกกว่า พวกสามล้ออย่างลุงก็อาศัยคุยง่าย ลดราคา เหมือนคุยกับพวกหนูแหละ ประมาณชั่วโมงกว่าจากตัวเมืองปากเซ ก็มาถึงวัดภูแล้ว ที่นี้ก็ไม่ได้แปลกหวือหวาอะไรแต่ใหญ่โตลักษณะถูกพัฒนาให้ทันสมัยขึ้น ทั้งการแต่งตัวของพนักงานในนั้น เราเสียเงินเข้าชมคนละ น่าจะ 200 นะ หรือ 120 ว่ะ ลืม 55 โทษทีมันนานแล้วข้อมูลต่างๆเลอะเลือน
 

จ่ายเงินได้ตั๋วเดินมาขึ้นรถกอล์ฟ แล้วเข้าก็จะไปไปที่ทางเข้า แล้วก็ซื้อดอกไม้ไหว้พระ

 

พอมาถึงช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญแล้วท่านผู้อ่านรีวิวทุกท่าน นี่คือที่มาของชื่อกระทู้ ไม่รู้มันงมงายรึเปล่านะ แต่เราเชื่อมาก ๆ 555 คือพอเดินขึ้นไปจะมีที่ให้ไหว้ แล้วจะมีย่า ๆ ยาย ๆ นั่งพับดอกไม้รอนักท่องเที่ยวอยู่ เค้าก็จะชักชวนให้เราขอพร เราเลยพูดไปว่า หนูอยากมีแฟนค่ะ ขอความรักได้ไหม ยาย ยายทั้งหลายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้! ขอเลยตั้งจิตอธิฐานดี ๆ บอกท่านว่าขอให้มีความรักดี ๆ ไม่ดีอย่าให้มี บอกไปลูกเดี๋ยวก็ได้ แล้วก็ยิ้ม ๆ เราก็ทำตามกับเพื่อน ไม่รู้เพื่อนตั้งใจแค่ไหน แต่กรูส์ตั้งใจมากบอกเลย 555555 (จะเชื่อมโยงเรื่องนี้ไปตอนที่กลับไทยแล้วนะ ><)
 

พอไหว้เสร็จก็เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จุดพีคน่าจะอยู่ข้างบนสุดแหละเป็นที่สักการะ เราขึ้นไปถ่ายรูปเสร็จไหว้เสร็จ ก็รีบลงมา
 

ปล.จทกท เป็นพวกตื่นเต้นแล้วปวดอึ เลยจัดการทิ้งระเบิดในห้องน้ำวัด ขอบรรยายสิ่งแวดล้อมในห้องน้ำนะลูก ส้วมซึม ก้มลงไปเห็นวิวต้นไม้ ร้างมากและน่ากลัวเว่อร์ เอาล่ะหลับตาปลดทุกข์แล้วรีบดลับลงมา เพราะกลัวไปน้ำตกไม่ทัน
 

พอลงมาลุงก็พาแว๊นซ์ต่อไปที่น้ำตก คือไกลมากจาก วัดภู เข้าใจแล้วว่าไกลยังไงทรมานยังไง 555 ลุงก็คงทรมานไม่แพ้เราเพราะต้องบิดรถมอไซด์ตลอดเวลา แต่รถลุงโคตรอึด ลุงแวะพักรถเท่าที่จำได้แค่ 2 รอบเอง ระหว่างทางจะมีปั้มน้ำมันตลอด ส่วนตัวชอบปั้มมากมันดูรูปร่างเท่ากัน เตี้ย ๆ โล่ง ๆ ไม่มีร้านอะไรมาแจมจนทำให้เสียรูป มีแต่ปั้มน้ำมันและเด็กปั้มที่แต่งตัวน่ารักมาก

อ่ะมาถึงน้ำตกแล้วขอรวมไปเลยนะเพราะจำชื่อไม่ได้ ค่าเข้าแต่ละที่ไม่เกิน 50 บาท เราชอบสุดคือตาดเยื้อง สวยมาก เดินขึ้นเหนื่อยอยู่ แต่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก มองด้วยตาเปล่าก็งาม ยอมค่ะ ขอโหวต

 

ข้อมูลที่จำได้ระยะทางจากน้ำตกหนึ่งไปน้ำตกหนึ่งไกลพอสมควรเราจะเห็นลุงแลงพยายามส่งสายตาเร่งเรานิด ๆ เพราะแกกลัวค่ำ เมื่อครบทั้ง3ที่ เราก็ตีรถกลับเข้าเมืองกัน เพราะต้องทันรถตู้รอบสุดท้ายที่จะไปส่งตรง ตม เราจะกลับเมืองไทยกัน และลุยโขงเจียมกันต่อ !!!!!!

 

มาถึงโรงแรมด้วยความเหนื่อยล้าสาหัส หยิบกระเป๋ามาแล้วขึ้นรถลุงแลงต่อ ลุงแลงไปส่งที่รถตู้ พอถึงที่หมายเราร่ำลากัน ลุงฝากบอกว่าถ้ามีใครที่รู้จักอยากเที่ยวแบบนี้อีก อย่าลืมแนะนำลุงนะลูก บอกเบอร์ลุงไปลุงไม่เปลี่ยนเบอร์หรอก โชคดี สะบายดีปีใหม่ อมยิ้ม 17 เราก็อวยพรกันไปกันมาอย่างนั้น หันไปคนขับรถตู้ยิ้มอ่อน ผายมือให้ขึ้นรถซะ
 

เราหลับสัปปะงกบนรถตู้กันสักพักก็ถึง ตม ทำเรื่องปั้มตราขาออกประเทศ และเดินกลับเข้าไปที่ฝั่งไทย หารถที่จะไปโขงเจียมอย่างด่วนที่สุด เพราะตอนนั้นมืดแล้ว และข่าวร้ายล่าสุดของวันนี้คือ รถรอบสุดท้ายที่ไปโขงเจียมคือ 17:30 น เช่นเดียวกับที่จะเข้ากรุงเทพ ขณะนี้เวลา 6 โมงค่ะเชี่ยยยยย ยังไงดีว่ะ เราสองคนยืนงง น้ำตาเอ่อ ป้าคนที่ดูน่าจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่น บอกว่าเอางี้ป้าเอากระบะไปส่งให้ไหม คิด 700 เพราะมันไกลเดี๋ยวให้เด็กไปส่งให้ ' ไปค่ะป้า ' เรามาถึงโขงเจียมด้วยความเร็วประมาณ 120 ของการเหยียบคันเร่งพี่คนขับลูกครึ่งไทย ลาว และลูกเรือวัยรุ่นสุดจี๊ดอีก 1 คน
 

‘ให้ผม ส่งโรงแรมไหนครับ’

‘อ่อ ตรงไหนมีที่พักเยอะ ๆ อะค่ะหนูไม่ได้จองกันไว้’

‘…’

‘เอ่อ ไม่รู้ครับ ตรงนี้แล้วกัน’
 

โอเค..งานต่อไปที่จะต้องทำค่ะ หาห้องพักเพราะไม่มีการจองเอาไว้ล่วงหน้า คิดว่าจะสวยหรูเหมือนในกระทู้รีวิวที่ผ่าน ๆ มาแต่ไม่ค่ะ หิว เหนื่อย แล้วภารกิจเค้าดาวน์คืนนี้จะเอาไง เรามองไปมองมาเดินไปเดินมาแถวนั้น ห้องต้องเต็มหมดแล้วชัวส์เพราะว่าคืนนี้เป็นคืนเค้าดาวน์นะ สายตาเหลือบไปเห็น รีสอร์ทข้างหลังเรายังมีห้องว่าง คืนละ 800 ห้องแอร์ เรารีบเช็คอินโยนกระเป๋าแล้วตามล่าหาข้าวยัดลงท้อง พร้อมกับศึกษาดูว่าคืนนี้จะมีกิจกรรมอะไรทำบ้างนอกจาก นอนตั้งสเตตัส Happy New Year ในเฟสบุกเหงา ๆ 2 คน
 

เราเดินมาไกลจากห้องพักพอสมควร ที่นั่นเงียบมาก ๆ นาน ๆ รถจะผ่านสักคันนึง ขนาดเป็นคืนวันปีใหม่ แต่ที่เราเดินมาถึงมีลักษณะชุมชนอะไรสักอย่างเลยเดินเข้าไปสั่งข้าวกิน เสร็จแล้วก็ลองเดินเข้าไปเรื่อย ๆ คนเริ่มเยอะขึ้นนิดนึงไม่ร้างมาก เพื่อนตัดสินใจเดินเขาไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับชุมชน และตัดสินใจถามวัยรุ่นสาวในร่างชายคนนึงว่า 'ตัวเอง แถวนี้เค้าเค้าน์ดาวน์กันที่ไหนอ่ะ' 'อ๋อ ตรงนู้นค่ะพี่ ริมโขงมีงานใหญ่มากมีลอยกระทงกันด้วย'
 

'ห้ะ จริงหรอตรงไหน'

 

เราขอบคุณและเดินแยกมา ไปสำรวจสถานที่ ภาพที่เห็นมันคนละโลกกับรีสอร์ทที่อยู่เลย มันงานระดับอำเภอเลยนี่หว่า สวยงามอลังการคนเยอะแน่นมาก ของขายเพียบ เราเลยตัดสินใจจะมากันตอนใกล้ ๆ จะเค้าดาวน์ ขอไปพักร่างที่รีสอร์ทแปบ
 


 

 


พอมาถึงรีสอร์ทเราก็พักผ่อนตามอัธยาศัย เราเริ่มเข้าสู่โหมดเหงา เล่นนู้นนี่รอเวลาช่วงนั้นติดโปรแกรมแชทอันนึง ที่มันเขย่าแล้วเจอคนอ่ะ เราเลยเล่นตามประสา เราไม่ได้เขย่าแต่กดไลค์คนที่ไปเรื่อย ๆ ถ้าใครเคยเล่นจะรู้ว่าพอกดไลค์มันจะมีให้คอนเฟิมว่าอยากเป็นเพื่อนกับเค้าไหม ประมาณนี้ เราไลค์คนไปเยอะมาก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น … (นี่แหละค่า ต้นตอของการได้แฟนจุ๊บ ๆ ) พอใกล้ถึงเวลาเราก็เดินกลับไปที่งานหยิบกระทงคนละใบ ฟรีด้วย แล้วเดินลงไปในแม่น้ำโขงที่น้ำมันลดแล้วมีพวกโบกโผล่ขึ้นมา สวยมากตอนนั้นคิดในใจ ปีนี้วิวเค้าดาวน์กูเริศจัง 555 อย่างกะในหนัง พอลอยกันเสร็จก็นั่งซึมซับบรรยากาศกันเล็ก ๆ น้อย ๆ

 


 

 

 

พิธีกร ส่งสัญญาณ 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1
 

! ! ! ! สวัสดีปีใหม่ ! ! ! ! พลุ
 

เสร็จแล้วเราก็โทรหาทุกคนที่เรารู้จักร่วมกันกับเพื่อนเพื่ออวยพรกันอย่างเมามัน ด้วยสรรพคุณของแอลกอฮอล และเป็นคนแพ้ด้วยกินไม่ได้ เลยทำให้เรากล้าโทรหาทุกคน แฟนกงแฟนเก่า คนที่คุยอยู่แต่ไม่เคยได้ยินเสียงก็โทรหมด พร้อมกับไปตั้งสเตตัสในเพจด้วยว่า ขอรณรงค์ให้ทุกคนโทรไปสวัสดีปีใหม่แทนการส่งข้อความ บ้าบิ่นมากๆ 555

 

เสร็จแล้วเราก็กลับมาที่ห้องพัก ได้เวลาพักร่างจริงจังพรุ่งนี้กลับกรุงเทพแล้วจ้า ปล.กลับมาถึงอ้วกแตกอย่างกับกินเหล้าไป 800 กรม คือหนูกินแค่ ฟลูมูนขวดเดียวลูกใจเย็นนะ555 ราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้จะไปตามหา มิกกี้เม้าส์ที่สามพันโบก !!!
 

8 โมง ตามล่าหารถประจำทาง ไปผาแต้ม ไปสามพันโบก ไปหาดหงษ์

“ 2500 ครับ ! ไปแค่ผาแต้มนะ สามพันโบกมันไกลทางไม่ดีไม่มีใครไปหรอก“

“2000 ครับไปผาแต้ม” (สองคนเดินหนี) “1800 แล้วกันน้อง” (สองคนเดินหนี)

“เมิงสัญชาตญาณกู กูว่าได้ถูกกว่านี้ ถ้าไม่ได้ 800 ไม่ไปเนอะ”

“เค”
 

เห้ย… อะไรมันจะไกลขนาดนั้นทริปนี้แพงเรื่องค่ารถนี่แหละ เราเลยเดินซึม ๆ กลับที่พัก พอดีผ่านร้านซ่อมรถเก่า ๆ ที่นึง ดูเป็นคนพื้นที่ เลยถามว่ารถตู้กลับไปตัวเมืองอุบลมีกี่โมง แล้วก็อยู่ตรงไหนค่ะ ลุง ๆ ช่วยกันชี้ทาง แล้วก็บอกเรื่องเวลาต้องไปถามที่วินลุงจำไม่ได้

เราลองเสี่ยงอีกรอบถามไปว่าเออลุงค่ะคือหนูอยากไปเที่ยวผาแต้ม กับ สามพันโบก มีรถให้เช่าไหม หนูไปถามมาตรงตลาดแพงมากไม่กล้าไป ลุงก็บอกเดี๋ยว ๆ ถามให้ ภายในร้านมีลุงนั่งอยู่ 3 คน มีคนนึงบอกว่าจะไปไหนบ้างนะ เราบอกสถานที่ไป
 

“พาไปได้ 1200 ไปไหมล่ะมันไกลนะต้องราคานี้แหละพาไปได้”

“ไปค่ะ งั้นเราไปกันเลยไหมค่ะหนูเก็บของพร้อมแล้ว”

“ได้” (สรุปแล้วลุงคือครู ครูอะไรไม่รู้ มีคนเรียกว่าครู แต่เกษียณแล้วออกมาเปิดธุรกิจติดจานเคเบิ้ล ส่วนใหญ่ครูจะนำเที่ยวลาวใต้นี่แหละมีพักพวกเยอะ แล้วก็ซื้อที่อยู่ที่ลาวด้วยทำไร่กาแฟ)

 


 

 

เรากำหนดทิศทางไปผาแต้มกันก่อน คนเยอะมาก ร้อนมาก ตอนนั้นข้างทางมีแต่ขยะ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำความสะอาด เนื่องจากเมื่อคืนมีกิจกรรมเค้าดาวน์กัน แต่สีสันของที่นี่น่าจะเป็นพี่โฆษกที่คอยอำนวยความสะดวกอยู่บริเวณก่อนลงผา นางเป็นคนตลกมาก ดูดิขำไม่หยุด

 

ถ่ายรูปกันเสร็จเดินทางต่อไปสามพันโบก ครูบอกเราว่าไกลนะน่าจะห่างจากนี่เกือบ 50 กิโล ถ้าจำไม่ผิด อีกอย่างที่คนไม่อยากมากันหรือคิดแพงเป็นเพราะทางเข้ามันแย่ไม่รู้เค้าทำดีรึยัง รถไม่ดีมาตกหลุมหมดและ

แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริง ๆ กว่าจะมาถึงเลือดแบบทะลัก 555

แต่คุ้มโคตร เพราะมันสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเหวยแกเอ้ย เชิญชม
 


 


เรากับเพื่อนถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง แล้วภารกิจก็มาถึง เราต้องตามหาหลุมมิกกี้เม้าส์ให้เจอ ซึ่งหลุมเยอะมาก จะหาไงดี มองแนวราบไม่เห็นอ่ะ เราเลยใช้ปากถามคนที่เค้าเดินไปเดินมาเพราะเชื่อว่ามิกกี้เม้าส์คงเป็นแลนด์มาร์คแหละน่า ใคร ๆ ก็ต้องเจอ แต่ผิดค่ะ เค้าเจอนะแต่เค้าลืม ! แต่แล้วเราก็เจอ เพราะมีพี่คนนึงที่ถาม เค้าช่วยเดินหากับเพื่อน พอเจอแล้วก็เดินมาบอกสุดท้ายเราได้ลงรูมิกกี้เม้าส์ ชนะค่ะ อุอิ สามพันโบกสวยมากจริง ๆ นะมองด้วยตาเปล่า ยอมเลยไม่คิดว่าที่เมืองไทยจะมีแบบนี้ มันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
 

 

โอเคได้เวลากลับกรุงเทพ เราให้ครูมาส่งที่ท่ารถตู้ ร่ำลากัน สวัสดีปีใหม่กันอย่างอบอุ่น เราก็รอกลับรถตู้รอบสุดท้ายเหมือนเดิม รถมาถึงตัวเมืองน่าจะทุ่มกว่า ๆ แล้วเราก็นั่ง taxi ต่อไปที่สนามบิน ระหว่างรอเช็คอินก็ ส่งข้อความไปขอบคุณญาติของเจ้านายที่ต้อนรับขับสู้ เป็นเจ้าบ้านที่น่ารัก และ คำตอบที่ได้ก็คือถ้ามาก็บอกนะจะพาเที่ยว ยิ้ม

 

เราขึ้นเครื่องกันอย่างเร่งรีบหาซื้อของฝากไม่ทัน ก็งี้แหละเรามันคนกรุงเต็มตัวไปแล้ว พอจากมานาน ๆ มันก็คิดถึงนะ

เราอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะอยู่ในที่เงียบ ๆ สงบ ๆ อย่าง ตจว ได้

เราอาจจะแค่ต้องการมาพักผ่อนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ พอหายใจคล่องเราก็กลับไปวุ่นวายต่อ
 


 

 

ทริปนี้เราเจอแต่คนดี ๆ โดยบังเอิญทั้งนั้นเลย อมยิ้ม 17 ทฤษฎีที่บอกว่าการที่ได้เจอกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญจะผิดก็คร่าวนี้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า การที่คนในแอพแชท ทักกลับมาอย่าง งง ๆ หลังจากนั้นอีก 7 วัน เป็นเรื่องบังเอิญรึเปล่า แล้วที่เรายังคบกันมาจนถึงตอนนี้ ได้เจอกัน ได้อยู่ด้วยกัน สรุปไม่บังเอิญใช่ไหม ขอบคุณทริปรีบ ๆ แบบนี้ และแอพนั้น และเพื่อนสนิทศิษย์ลาดพร้าว และเจ้านาย และลุงแลง และครูและอุบล และปากเซ และเธอด้วย 8 เดือนแล้วนะ ที่บังเอิญเจอกัน <3

มาถึงตรงนี้ ขอบคุณที่อ่านนะคะ ยาวมากพอสมควรเดี๋ยวจะ Edit คำผิดและคำตกหล่นอีกที หลังไมค์มาขอเบอร์ลุงแลงได้ แต่เบอร์ครูเราทำนามบัตรหายโดยบังเอิญ รีวิวนี้ไม่ใช่รีวิวที่ดี หลง ๆ ลืม ๆ จำสถานที่ไม่ได้ สามารถด่าได้ ทำใจแล้ว 55


 


การรีวิวขาดตอนไปบ้างเด้อขออภัย ยังเหลือสถานที่ให้รีวิวอีกทั้งตรัง ทั้งเวียดนาม ไว้รอเสี้ยนก่อนจะมารีวิวใหม่ ซียู อินเดอะเวิล์ด
 

จบ

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • b1990
  • 0 Followers
  • Follow