ปัจจัยที่ทำให้เกิดความหลากหลาย

Posted By Plookpedia | 18 มิ.ย. 60
1,146 Views

  Favorite

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความหลากหลาย

      ปัจจัยที่ทำให้เกิดความหลากหลายของกลุ่มประชากรสัตว์ในระบบนิเวศป่าชายเลน มีดังนี้

ความหลากหลายของแหล่งที่อยู่อาศัย 

      ในบริเวณป่าชายเลนมีความหลากหลายของถิ่นที่อยู่อาศัยซึ่งจัดเป็นที่อยู่ลักษณะเฉพาะ เช่น บริเวณผิวดิน แอ่งน้ำ ร่องน้ำ บริเวณพื้นดิน บริเวณราก ลำต้น ใบ และเรือนยอดของต้นไม้     การกระจายของสัตว์ทะเลหน้าดินบางกลุ่ม เช่น ปู และหอย ต้องอาศัยลักษณะความชุ่มชื้นในดินและลักษณะร่มเงาจากต้นไม้  นอกเหนือจากปริมาณอินทรียสารในดินบริเวณที่มีเศษไม้ใบไม้ร่วงลงมากนอกจากจะมีปริมาณอินทรียสารวัตถุที่เป็นสารอาหารสูงแล้วยังเป็นบริเวณที่มีความชุ่มชื้นสูงและเป็นที่อยู่อาศัยของปูและสัตว์น้ำชนิดอื่นพรรณไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ไม้โกงกาง และไม้แสม       มักจะขึ้นในดินที่มีลักษณะแตกต่างกัน  ไม้โกงกางมักจะขึ้นในดินเลนที่อ่อนนุ่มส่วนไม้แสมมักจะขึ้นบริเวณดินทรายและดินค่อนข้างแข็งอยู่ติดบนบก ลักษณะดินที่แตกต่างกันนี้มีผลต่อชนิดของสัตว์ที่พบในบริเวณนี้  ป่าชายเลนที่ถูกทำลายเนื่องจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การถางพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อทำนากุ้งจะมีความหลากหลายทางชีวภาพลดลงโดยเฉพาะพวกสัตว์ทะเลหน้าดินทั้งนี้เพราะที่อยู่อาศัยถูกทำลายหรือมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการไหลเวียนของน้ำ เช่น การขุดบ่อก่อสร้างคันดินต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารและอินทรียสารตลอดจนคุณสมบัติของดินในบริเวณนี้  ความหลากหลายของสัตว์ที่พบในป่าชายเลนจะต่างกันตามอายุของป่าด้วยถ้ามีการเปรียบเทียบระหว่างป่าปลูกที่มีอายุต่างกันก็จะพบว่าป่าปลูกที่มีอายุมากจะมีความหนาแน่น และความหลากหลายทางชีวภาพใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ แต่ป่าที่ถูกถางหรือเพิ่งเริ่มปลูกจะมีสัตว์ทะเลหน้าดินอยู่เพียงไม่กี่ชนิด

 

ป่าชายเลย

 

การปรับตัวของสัตว์ในป่าชายเลน 

      ป่าชายเลนจัดว่าเป็นบริเวณที่มีปัจจัยสิ่งแวดล้อมซึ่งมีผลกระทบต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงความเค็ม สภาวะการสูญเสียน้ำ สภาวะที่มีอุณหภูมิสูงมีปริมาณออกซิเจนค่อนข้างต่ำและสภาวะการสัมผัสกับอากาศในขณะที่น้ำลง สัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้จะต้องมีการปรับตัวทั้งด้านสรีรวิทยาและพฤติกรรมเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงความเค็ม อุณหภูมิและปริมาณออกซิเจนเพื่อให้สามารถดำรงชีพได้ในบริเวณนี้  ความสามารถดังกล่าวก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในสัตว์แต่ละกลุ่มที่พบในบริเวณป่าชายเลน
๑. การปรับตัวให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงความเค็ม 
      ความเค็มมีความสำคัญในการกำหนดขอบเขตการกระจายของสัตว์ในป่าชายเลน เช่น ปูก้ามดาบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความทนทานของสัตว์แต่ละชนิดต่อการเปลี่ยนแปลงความเค็ม ผู้เขียนได้ทำการศึกษาความทนทานต่อความเค็มของปูก้ามดาบ ๒ ชนิด ที่พบในบริเวณป่าชายเลน ตำบลอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี พบว่าปูก้ามดาบขนาดใหญ่ (Uca (Deltuca) dussumieri spinata) สามารถอยู่ได้ในระดับความเค็มตั้งแต่ ๑๐ ส่วนในพันส่วนถึงประมาณ ๔๓ ส่วนในพัน
๒. การปรับตัวต่อสภาวะอุณหภูมิสูง และสภาวะการสูญเสียน้ำจากตัว 
      ปูก้ามดาบจะหากินในขณะที่น้ำลงและมักจะหากินในบริเวณที่ไม่ไกลจากรูของมันทั้งนี้เพราะมันต้องวิ่งลงรูเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ได้รับความชื้นและแก้ปัญหาการสูญเสียน้ำออกจากตัว ถ้าอากาศภายนอกยิ่งร้อนความถี่ในการวิ่งลงรูของปูก้ามดาบก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นและในสภาพที่น้ำลงมากผิดปกติในช่วงน้ำตาย คือ น้ำจะลงเป็นช่วงเวลานานมากมันก็จะแช่ตัวอยู่ในรูตลอดเวลา การที่ปูก้ามดาบสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้เนื่องจากมันมีกระดองห่อหุ้มตัวมีรูสำหรับป้องกันตนเองจากอุณหภูมิที่สูงและมีกระบวนการการระเหยของน้ำที่ผิวลำตัวเหมือนกับการขับเหงื่อของมนุษย์เมื่ออากาศร้อนจัดปูก้ามดาบจะพยายามรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำกว่าอุณหภูมิภายนอก
๓. การปรับตัวเรื่องการหายใจ 
      สัตว์ในป่าชายเลนจะต้องมีช่วงระยะที่โผล่พ้นน้ำในขณะที่น้ำลงและระยะที่จมอยู่ใต้น้ำในขณะที่น้ำขึ้นซึ่งจะทำให้ต้องมีการปรับตัวเรื่องการหายใจเพื่อให้สามารถหายใจได้โดยใช้ออกซิเจนจากอากาศหรือใช้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ  ปูในป่าชายเลนแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ

      ปูกลุ่มที่หายใจโดยการปั๊มน้ำเข้าตัวเป็นจังหวะ ปูกลุ่มนี้จะพ่นน้ำเข้าไปในช่องเหงือกเมื่อสัมผัสกับอากาศกระแสน้ำที่พ่นนี้จะผ่านเข้าช่องเหงือกต่อไปยังช่องส่วนนอกและกลับเข้าสู่ช่องเหงือกอีกครั้งหนึ่ง ปูในกลุ่มนี้ ได้แก่ ปูแสม และปูก้ามหัก ปูเหล่านี้จะมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สามารถอุ้มน้ำได้มากขึ้นโดยมีขนเล็ก ๆ ประสานกันเป็นร่างแหอยู่ที่แผ่นอกทำให้น้ำแผ่ออกเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ซึ่งช่วยให้การแลกเปลี่ยนก๊าซดีขึ้นเช่นเดียวกับบริเวณช่องเหงือก  ปูแสมเหล่านี้สามารถเอาน้ำเข้าไปแทนที่น้ำที่เสียไปโดยวิธีง่าย ๆ คือ ดูดน้ำตรงโคนขาเดินหรือระหว่างช่องอกและช่องท้องแทนที่จะต้องจุ่มตัวลงไปทั้งตัว เวลาที่ปูพวกนี้อยู่ในน้ำจะหายใจโดยใช้เหงือกเหมือนกับปูทั่วไป

 

ปูแสม

 

      ปูกลุ่มที่สองเป็นพวกที่หายใจโดยใช้ออกซิเจนในน้ำ โดยการจุ่มตัวในน้ำเมื่อปูพวกนี้สัมผัสกับอากาศก็จะพยายามรักษาน้ำไว้ในช่องเหงือกและพ่นอากาศลงไปในน้ำนี้เพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ ปูก้ามดาบจัดอยู่ในกลุ่มนี้  พวกนี้จะดูดน้ำเข้าไปทางช่องเปิดเล็ก ๆ ระหว่างขาเดิน ช่องเหงือกของปูเหล่านี้จะแบ่งเป็นส่วนย่อย ๆ โดยตอนบนที่มีเส้นเลือดฝอยไปเลี้ยงจำนวนมากจะทำหน้าที่เป็นปอดส่วนตอนล่างจะเป็นช่องเหงือกธรรมดาน้ำจะถูกกักไว้ในช่องเหงือกและพ่นอากาศเข้าไปเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ รูของปูเหล่านี้มักจะอยู่ลึกจนถึงระดับชั้นน้ำใต้ดินเพื่อให้มันสามารถจุ่มตัวลงในแอ่งน้ำได้

 

ปูก้ามดาบ

 

ปูก้ามด้าม


๔. การปรับตัวด้านการกินอาหารและการหาอาหาร 
      สัตว์ในป่าชายเลนมักจะไม่พึ่งพาอาหารพวกอินทรียสารจากซากใบไม้เพียงอย่างเดียวหรือพึ่งเฉพาะพืชสีเขียวอย่างเดียว มันมักจะกินอาหารทั้งสองชนิดพร้อม ๆ กัน พวกนี้มักจะเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยในการกินอาหารได้โดยขึ้นอยู่กับเวลา สถานที่ และปริมาณของอาหารชนิดต่าง ๆ จัดได้ว่าเป็นพวกที่กินไม่เลือก  กล่าวโดยสรุปคือถ้ามีอาหารชนิดใดมากสัตว์เหล่านี้ก็จะเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยในการกินอาหารเพื่อให้สามารถกินอาหารชนิดนั้นได้มากขึ้น

 

หอยแมลงภู่


๕. การปรับตัวด้านการสืบพันธุ์ 
       สัตว์ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงมักจะดำรงชีพเป็นแบบกึ่งสัตว์บกเมื่อเจริญวัยเต็มที่ แต่ตัวอ่อนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในน้ำดังนั้นช่วงระยะการสืบพันธุ์ต้องเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับจะปล่อยเชื้อสืบพันธุ์ลงในน้ำที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อุณหภูมิของน้ำจะมีความสำคัญเป็นตัวกระตุ้นให้มีการปล่อยเชื้อสืบพันธุ์ออกมาสู่แหล่งน้ำ สัตว์น้ำบางชนิดจะเข้าไปในแหล่งน้ำที่มีความเค็มสูงขึ้นเพื่อวางไข่หรือปล่อยเชื้อสืบพันธุ์ซึ่งจะเป็นการป้องกันไข่และตัวอ่อนของมัน จากผู้ล่าเหยื่อด้วยช่วงเวลาในการปล่อยเชื้อสืบพันธุ์หรือวางไข่ของปูในป่าชายเลนมักเป็นช่วงเวลาที่บริเวณที่ปูอาศัยอยู่นั้นมีน้ำท่วมเต็มไปหมดซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเวลาข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ด้วย

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 10 Followers
  • Follow