พ่อผู้ทรงเป็น "ต้นแบบการใช้คน" สั่งด้วยใจ -- พระเมตตา เป็นดั่งพระบรมเดชานุภาพ

Posted By ดาวแม่ไก่ | 21 พ.ย. 59
10,613 Views

  Favorite

#ต้นแบบการใช้คน 

สำหรับเราแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบการใช้ชีวิตทุกด้านจริง ๆ แม้แต่ในด้านการใช้คน ด้วยการซื้อใจคนในทีมงาน รวมถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นงานที่ยากลำบากแค่ไหน หรือดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ออกมาประสพผลสำเร็จได้

 

ซึ่งหากวิเคราะห์รวม ๆ แล้ว พระองค์ทรงใช้ "พระเมตตา" เป็นดั่งพระบรมเดชานุภาพที่ทำให้ทุกคนพร้อมจะถวายชีวิตเพื่อถวายงานให้พระองค์จนสำเร็จ แม้ชีวิตจะหาไม่ก็ตาม

 

มาลองรวบรวมดูกันว่า พระองค์ทรงใช้หลักการบริหารคนอย่างไรบ้าง เพื่อเราจะได้ดำเนินตามรอยพ่อกันค่ะ 

 

ในสิ่งแรก สังเกตได้ว่า ทรงให้ความไว้วางใจหมู่คณะผู้ทำงานเสมอ แต่จะทรงกำกับดูแลตรวจตราความเรียบร้อยของงาน ทรงใส่พระราชหฤทัยในทุกรายละเอียด
 

ดังเห็นจากที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์เล่าว่า ได้มีโอกาส ถวายงานภาพพระมหาชนก ได้เห็นพระองค์ทรงตรวจงานที่มีจำนวนมากอย่างละเอียดด้วยพระองค์ท่านเอง 


ทรงละเอียดและทุ่มเทกับงานทุกอย่าง จนเป็นแรงบันดาลใจให้ตัวอาจารย์เองยอมถวายชีวิต จึงตั้งใจว่า เสร็จงานพระมหาชนกจะกลับบ้าน มาสร้างและทุ่มเทสร้างงานศิลปะสมัยใหม่ประจำรัชกาลของท่านให้ยิ่งใหญ่ เพื่อตอบแทนบุญคุณพระองค์จนเป็นที่มาของการเกิด "วัดร่องขุ่น" อันโด่งดัง ที่ทำให้ทั่วโลกได้รับรู้ศิลปะสมัยรัชกาลที่ 9

 

ภาพ : สำนักพระราชวัง

 

ทรงให้ความสำคัญกับทุกฟันเฟือง แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ 
 

เรามักจะได้ยินเรื่องเล่าถึงการที่พระองค์ทรงมีพระราชปฎิสันถารกับทีมงาน มหาดเล็ก หรือแม้แต่หน่วยงานรักษาความปลอดภัย ฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่หลายคนมักมองข้ามเสมอเพียงแต่ภาพเหล่านี้ ไม่ได้ถูกนำเสนอออกสื่อต่าง ๆ

 

พระองค์ทรงมีจิตวิทยาดี ทรงช่างสังเกตุ ใส่พระราชหฤทัย สายพระเนตรเฉียบคม ทรงมองคนด้วยใจที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาเสมอ
 

 

นายปราโมทย์ ไม้กลัด หนึ่งในผู้เคยถวายงานใกล้ชิด ได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวประทับใจผ่านหนังสือ "การทรงงานของพ่อในความทรงจำ" ว่า ตัวคุ่นได้กัดที่มือของอาจารย์ แต่อาจารย์ก็ได้เก็บอาการเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าพระพักตร์ แต่อาจารย์คิดว่าพระองค์คงไม่ทรงสังเกตเห็น อาจารย์ก็ได้แต่เอามือถูเพื่อคลายความเจ็บปวดแบบเนียน ๆ 

 

ก่อนจะเสด็จฯ กลับ ทรงเสด็จฯ พระราชดำเนินไปที่รถยนต์พระที่นั่ง (การเสด็จฯ ครั้งนั้น ทรงขับรถยนต์ด้วยพระองค์เอง) เหมือนทรงค้นหาอะไรบางอย่าง สักพักพระองค์ก็เสด็จฯ พระราชดำเนินกลับไปหาอาจารย์ โดยถือหลอดยามาด้วย
“นายช่าง ยื่นมือมาสิ จะทายาให้”


อาจารย์ได้แต่ยืนตะลึง ใจมิกล้าอาจเอื้อมยื่นมือไปให้พระองค์ และไม่คิดว่าจะทรงสังเกตเห็นและมีพระเมตตาใส่พระทัยถึงขนาดนี้

... พระองค์ทรงทายาให้อาจารย์ พร้อมตรัสว่า 

“ตัวคุ่นมันกัด ถ้าแพ้จะบวม ไม่เป็นไร ทายานี้แล้วเดี๋ยวก็ค่อยยังชั่ว”

 

 

ทรงเน้นให้ทีมงานทำงานหลากหลายประเภท แต่ทำด้วยพลังแห่งความสุขที่ได้ทำเพื่อผู้อื่น สร้างสรรค์ให้กำลังใจหมู่คณะ
 

พระองค์เน้นให้ทีมงานทำงานหลากหลายอย่างไม่เกี่ยงงาน แม้ไม่จบมาโดยตรง แต่เน้นสู้ทำด้วยใจ ไม่ทรงใช้อำนาจ ไม่ทรงตำหนิต่อว่า แม้จะมีบ้าง แต่เป็นลักษณะอ้อมๆ ไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสียหน้า
 

ทรงมุ่งเน้นแต่ให้พลังความสนุก ความสุขในการทำงานร่วมกันเสมอ ยามทำงานให้ทำงานอย่างมีความสุขอย่างเต็มที่ และพลังแห่งความสุขจะเอ่อล้นมาที่งานจนทุกคนสัมผัสได้

 

รวมคำพระราชปรารภที่สุดแสนประทับใจและเป็นแรงบันดาลใจการทำงานกับหมู่คณะ


... "ถ้าว่าไม่มาก็ไม่เป็นไร เพราะส่วนหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมาที่นี่หมด
ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดมาที่นี่หมด ใครจะปกครอง"


ทรงตรัสแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่นอย่างมีพระเมตตา ตอนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ไม่ได้มาถวายรายงาน ซึ่งจุดนี้สำคัญต่อกำลังใจทีมงานมาก

... "แล้วฉันจบอะไร"
ทรงตรัสกับ อ.ยักษ์ เมื่อ อ. ยักษ์แสดงความไม่มั่นใจในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพราะไม่ตรงสาขาที่ตนเรียนจบมา  

... แค่คำพูดเรียบๆ ไม่โม้ว่าจะได้เกินจริง บอกตรงๆ แต่สร้างพลัง

"ฉันไว้ใจเธอ"

"ทำกับฉัน ไม่ได้อะไร มีแต่ความสุขที่ได้ทำให้คนอื่น"


... "สร้างเสร็จบอกด้วย จะมาเปิด" 

พ่อทรงช่างใส่พระราชหฤทัยเหลือเกิน


... บล็อกนี้เขียนไปร้องไห้ไปอีกวัน เพราะเราจะหาผู้ที่ทำเพื่อผู้อื่นตลอดพระชนม์ชีพแบบนี้ไม่ได้เลย


#จะตามรอยพ่อ
#ในหลวงในดวงใจ

 

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • ดาวแม่ไก่
  • 0 Followers
  • Follow