Log in | วันเสาร์ที่ 25 พ.ค. 2562 | 21:08 น.
 
 

SHARE

   
โพสโดย : อลงกต วันที่ : 4 มี.ค. 2561 เวลา : 21:32 น.

ชื่อเรื่องรายงานผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้

 
ตอบโดย : อลงกต
วันที่ : 4 มี.ค. 2561
เวลา : 21:34 น.
คำตอบที่ 1

 
ตอบโดย : อลงกต
วันที่ : 4 มี.ค. 2561
เวลา : 21:36 น.
คำตอบที่ 2

ผลการศึกษา พบว่า

1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมพบว่า ค่าประสิทธิภาพ E1/E2  = 85.30/84.00 ประสิทธิภาพคะแนนระหว่างเรียนของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 = 85.30/93.70

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา      ปีที่ 6 โดยรวมพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน (28.12/13.06) อัตราการพัฒนาร้อยละอัตราการพัฒนา (15.06/50.20)

3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ( = 4.10) 

 

 
ตอบโดย : อลงกต
วันที่ : 4 มี.ค. 2561
เวลา : 21:36 น.
คำตอบที่ 3

ผลการศึกษา พบว่า

1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมพบว่า ค่าประสิทธิภาพ E1/E2  = 85.30/84.00 ประสิทธิภาพคะแนนระหว่างเรียนของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 = 85.30/93.70

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา      ปีที่ 6 โดยรวมพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน (28.12/13.06) อัตราการพัฒนาร้อยละอัตราการพัฒนา (15.06/50.20)

3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ( = 4.10) 

 
ตอบโดย : อลงกต
วันที่ : 4 มี.ค. 2561
เวลา : 21:37 น.
คำตอบที่ 4

การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2)เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านแม่ตะละ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 ชุดกิจกรรม 2) คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

 

 
ตอบโดย : อลงกต
วันที่ : 4 มี.ค. 2561
เวลา : 21:37 น.
คำตอบที่ 5

การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2)เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านแม่ตะละ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8 ชุดกิจกรรม 2) คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es เรื่อง พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 15 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)