Log in | วันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 2562 | 1:27 น.
 
 

SHARE

   
โพสโดย : Direkrit วันที่ : 3 มี.ค. 2561 เวลา : 13:03 น.

รายงานผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)

ชื่อเรื่อง                     รายงานผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่คงทน  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้รายงาน                  ศศิธร เทพรัตน์

สถาบันการศึกษา          โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง

สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ปีการศึกษา                2559

 

บทคัดย่อ

 

               การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการเรียนการสอนด้วย

วิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4  ตามเกณฑ์ 80/80 2)  เปรียบเทียบ

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดย

บูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 4  ก่อนเรียนและหลังเรียน  3) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้โดยใช้

รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  หลังจากเรียนจบแล้ว 2 สัปดาห์  ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70  และ 4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1  จำนวน  40 คน  โรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง  สำนักการศึกษา  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  ปีการศึกษา  2559 ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย  (Simple Random  Sampling)  ด้วยการจับฉลากโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  (1) รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  (2) แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  15  แผน เวลา 15 ชั่วโมง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบปรนัย  ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน  40  ข้อ  และ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจ  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ  1)  ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  โดยใช้ค่าร้อยละ 80/80  2)  เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  จากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยสถิติทดสอบ  t-test  แบบ  dependent  3) วิเคราะห์ความคงทนในการเรียนรู้จากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบทันที  และทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบแล้ว 2 สัปดาห์  โดยใช้ค่าเฉลี่ยร้อยละ  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และ 4)  วิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจ  โดยใช้ค่าเฉลี่ย ()   ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)

          ผลการวิจัยพบว่า

  1.  ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E) โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่คงทน  ประกอบด้วยขั้นตอนการสอน 5 ขั้น  ได้แก่  1) ขั้นสร้างความสนใจ  2) ขั้นสำรวจและค้นหา  3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป  โดยบูรณาการการวาดภาพ  4) ขั้นขยายความรู้  5) ขั้นประเมิน  และผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E) โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  มีประสิทธิภาพโดยรวม เท่ากับ  86.09/90.50  มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์กำหนดไว้  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1
  2.  ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4     พบว่า  คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ( = 35.35,  S.D  = 1.55)  สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน ( = 21.85,  S.D = 2.93)  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 2
  3.  ผลการศึกษาความคงทนในการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  หลังจากเรียนจบแล้ว 2 สัปดาห์  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ  76.88  ( = 30.75 ,  S.D = 1.89)  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 3
  4.  ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วยวิธีการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5 E)  โดยบูรณาการการวาดภาพ  เรื่องการดำรงชีวิตของพืช  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4   พบว่า  โดยรวมมีความพึงพอใจ ในระดับมาก ( = 4.36,  S.D = 0.42)  และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า  มีความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุดทุกด้าน  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 4
 
ตอบโดย : Myra Brunson
วันที่ : 29 มิ.ย. 2562
เวลา : 12:59 น.
คำตอบที่ 1

Science learning is the core function to develop students skills in the world of education and researching. As you considered correlated to the most modern technology 5E, with this tool students can efficiently classify the explication and statistics of the discovery as well as do a swift calculation of all systems within a few seconds. I suggest 4$Essay is helping students in the development of quality academic essay and making them capable to achieve high grades at the lowest price. They are also using 5E technology to enhance students knowledge.