Log in | วันอังคารที่ 2 ก.ย. 2557 | 21:13 น.
 
 
   
โพสโดย : อัจณาภรณ์ อุปถัมภ์ วันที่ : 18 พ.ค. 2556 เวลา : 17:02 น.

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย (วัดส้มเสี้ยว)

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย (วัดส้มเสี้ยว) ปีการศึกษา 2554

ผู้ประเมิน นางอัจณาภรณ์ อุปถัมภ์ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

ปีที่ประเมิน ปีการศึกษา 2554

การประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย (วัดส้มเสี้ยว) ปีการศึกษา 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลบรรพตพิสัย (วัดส้มเสี้ยว) ปีการศึกษา 2554 โดยมุ่งประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ ด้านผลผลิต โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ของ

สตัฟเฟิลบีม กลุ่มตัวอย่าง ด้านบริบทและด้านปัจจัยนำเข้า ได้แก่ ครู จำนวน 24 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง จำนวน 9 คน

ด้านกระบวนการ ได้แก่ ครู จำนวน 12 คน ด้านผลผลิต ได้แก่ ครู จำนวน 12 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 จำนวน 189 คน ได้มาโดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 3 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการประเมิน พบว่า

1. ด้านบริบท โดยภาพรวมมีความสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งผ่านเกณฑ์

การประเมินที่ตั้งไว้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ โครงการส่งเสริมรักการอ่านสอดคล้องกับนโยบาย

และทิศทางการจัดการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองลงมา ได้แก่

โครงการส่งเสรมรักการอ่านมีความสอดคล้องกับความต้องการของครู และบุคลากรในโรงเรียน

ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ โรงเรียนได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรจากผู้ปกครองและชุมชน

2. ด้านปัจจัยนำเข้า โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์ การประเมินที่ตั้งไว้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนส่งเสริมสนับสนุนและ

ให้ความสำคัญกับโครงการส่งเสริมรักการอ่าน รองลงมา ได้แก่ บุคลากรมีความรู้ความสามารถ

และประสบการณ์ในการดำเนินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ ครู

และบุคลากรมีจำนวนเพียงพอในการดำเนินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน

3. ด้านกระบวนการ โดยภาพรวม มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์

การประเมินที่ตั้งไว้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ กิจกรรมที่จัดให้นักเรียนได้ฝึกการค้นคว้าจากห้องสมุดและแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนรองลงมา ได้แก่ ประชาสัมพันธ์ ความก้าวหน้าและความสำเร็จ ในการดำเนินการให้นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ โรงเรียนจัดตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม การดำเนินโครงการอย่างสม่ำเสมอ

4. ด้านผลผลิต โดยภาพรวม ผลผลิตของโครงการตามจุดประสงค์ข้อที่ 1 มีการปฏิบัติ

อยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ นักเรียนสนใจ

เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการส่งเสริมรักการอ่านอย่างสม่ำเสมอ รองลงมา ได้แก่ นักเรียน

เข้าใช้บริการ ยืม-คืน หนังสือจากห้องสมุดเป็นประจำ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ นักเรียนสามารถค้นคว้า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตในห้องสมุด

ผลการประเมินผลผลิตของโครงการตามจุดประสงค์ข้อที่ 2 โดยภาพรวม มีการปฏิบัติ

อยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตั้งไว้ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ จัดหนังสือไว้สำหรับบริการในห้องสมุดอย่างเพียงพอนักเรียนดู ฟัง ข่าว จากโทรทัศน์ เป็นประจำทุกวัน รองลงมา ได้แก่ จัดให้มีการพัฒนาห้องสมุดให้เป็น “ห้องสมุดมีชีวิต” ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ จัดแหล่งเรียนรู้ มุมหนังสือ ป้ายนิเทศ ให้เป็นแหล่งค้นคว้า

 
 
 
 
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา