Log in | วันอังคารที่ 23 ก.ย. 2557 | 5:21 น.
 
 
   
โพสโดย : ประภาพรรณ รัตนชุม วันที่ : 12 ก.พ. 2556 เวลา : 10:40 น.

การพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นม

 

ชื่อเรื่อง         การพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

                    วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีพัทลุง

ชื่อผู้ศึกษา     ประภาพรรณ  รัตนชุม

ปีการศึกษา     2554

 

บทคัดย่อ

 

              การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่องความน่าจะเป็น ให้มีประสิทธิภาพ

ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน

โดยใช้แบบฝึกทักษะ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องความน่าจะเป็น

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนสตรีพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ภาคเรียน

ที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 48 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่มจากนักเรียน

ที่รับผิดชอบ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเครื่องมือที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ได้แก่ แบบฝึกทักษะ เรื่อง

ความน่าจะเป็น จำนวน 4 ชุด ซึ่งมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีความยากง่ายตั้งแต่ 0.41 - 0.76 ค่าอำนาจจำแนก

ตั้งแต่  0.22 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ความน่าจะเป็น

จำนวน 14 แผน ใช้เวลา 16 ชั่วโมง ซึ่งมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด และแบบสอบถามความพึงพอใจ

ต่อการใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง ความน่าจะเป็น จำนวน 10 ข้อ ซึ่งมีความเหมาะสมระดับมากที่สุดและมีค่า

ความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.80

           ผลการศึกษาพบว่าแบบฝึกทักษะเรื่อง ความน่าจะเป็น ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.32/81.21 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น อยู่ในระดับมาก

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อเรื่อง         การพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

        วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีพัทลุง

ชื่อผู้ศึกษา     ประภาพรรณ  รัตนชุม

ปีการศึกษา     2554

 

บทคัดย่อ

 

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่องความน่าจะเป็น ให้มีประสิทธิภาพ

ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน

โดยใช้แบบฝึกทักษะ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องความน่าจะเป็น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนสตรีพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ภาคเรียน

ที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 48 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่มจากนักเรียนที่รับผิดชอบ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเครื่องมือที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น ได้แก่ แบบฝึกทักษะ เรื่อง

ความน่าจะเป็น จำนวน 4 ชุดซึ่งมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีความยากง่ายตั้งแต่ 0.41- 0.76 ค่าอำนาจจำแนก

ตั้งแต่  0.22 – 1.00 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ความน่าจะเป็น

จำนวน 14 แผน ใช้เวลา 16 ชั่วโมง ซึ่งมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด และแบบสอบถามความพึงพอใจ

ต่อการใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง ความน่าจะเป็น จำนวน 10 ข้อ ซึ่งมีความเหมาะสมระดับมากที่สุดและมีค่า

ความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.80

ผลการศึกษาพบว่าแบบฝึกทักษะเรื่อง ความน่าจะเป็น ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.32/81.21 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง ความน่าจะเป็น อยู่ในระดับมาก

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                   (ก)

                                                                                                                   (ก)

 
 
 
 
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา