Log in | วันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ค. 2562 | 0:41 น.
 
 

SHARE

   
โพสโดย : Direkrit วันที่ : 15 ส.ค. 2560 เวลา : 20:09 น.

การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง

ชื่อเรื่อง           การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ชื่อผู้วิจัย         นางพจมาน  ชูสง

หน่วยงาน        โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์  สำนักการศึกษา  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช 

ปีที่ดำเนินการ    2557

บทคัดย่อ

การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง  รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ 80/80 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง  รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนเทศบาลวัด  มเหยงคณ์  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 179 คน กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวน 35 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling)  ด้วยการจับฉลากใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้มี 4 ชนิด ได้แก่ (1) หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง รายวิชาเพิ่มเติม หน้าที่พลเมือง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งใช้ประกอบในแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน  5 เล่ม  ได้แก่ เล่มที่ 1 เรื่องงามอย่างวิถีไทย เล่มที่ 2 เรื่องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว  เล่มที่ 3 เรื่องกลมเกลียวตามครรลอง  เล่มที่ 4 เรื่องปรองดองพึ่งพากัน  และเล่มที่ 5 เรื่องสุขสันต์มีวินัย  (2)  แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน เวลา 12 ชั่วโมง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแบบปรนัย ชนิด 4 ตัวเลือกจำนวน 30 ข้อ (4) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติมแต่ละเล่ม  มีข้อคำถามจำนวน 12 ข้อ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ทั้ง 4 ชนิด ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการทดสอบ จนมีคุณภาพก่อนนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าร้อยละ(%) ค่าเฉลี่ย()ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t-test  dependent)

ผลการวิจัยพบว่า

1.   ประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง เล่มที่ 1 เรื่องงามอย่างวิถีไทย  มีประสิทธิภาพ   เท่ากับ 82.43/84.00  เล่มที่ 2 เรื่องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.14/84.57 เล่มที่ 3 เรื่องกลมเกลียวตามครรลอง  มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.29/86.86 เล่มที่ 4 เรื่องปรองดองพึ่งพากัน  มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 85.57/88.00 เล่มที่ 5 เรื่องสุขสันต์มีวินัย มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.71/88.57  และประสิทธิภาพโดยรวมของหนังสืออ่านเพิ่มเติมทั้ง 5 เล่ม เท่ากับ 84.63/86.40 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

2.   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.   ผลการประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด เด็กดีวิถีพอเพียง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (=4.51) เมื่อพิจารณาแต่ละด้าน นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด 2 ด้าน คือ การใช้ภาษาและส่งเสริมคุณธรรม  (= 4.69, 4.53) และนักเรียนพึงพอใจในระดับมาก 3 ด้าน คือ การวัดและประเมินผล เนื้อหาและด้านการพิมพ์ ภาพและรูปเล่ม  (= 4.50, 4.48, 4.40)  ตามลำดับ 

 
ตอบโดย : Charlotte
วันที่ : 3 เม.ย. 2562
เวลา : 13:49 น.
คำตอบที่ 1

It is good information for the students. It is good to use a different type of activities to develop children mind. These activities should be organized by the school management. In this way, they can make children learn different skills. They are able to think in different areas of life. They can get new ideas and thoughts about their life. They can face different situations in their life. There are some resources which help students in their academics work. Assignmenthelpuk is the resource where they can learn effective writing skills.