Log in | วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2557 | 8:55 น.
 
 
   
โพสโดย : 1234.... วันที่ : 24 พ.ย. 2555 เวลา : 15:37 น.

รายงานการพัฒนาหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้ ด้วยคำคล้องจอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

รายงานการพัฒนาหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่  1 / สุวิมล  เกยทอง

บทคัดย่อ

                ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า  เพื่อ 1) พัฒนาหนังสือเสริมทักษะการอ่าน    เพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้   ด้วยคำคล้องจอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  3) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  และ 4) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่าปากแหว่ง  อำเภอตะกั่วทุ่ง  จังหวัดพังงา  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555  จำนวน 8  คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ประกอบด้วย หนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 9 เล่ม คือ ได้แก่  กระต่ายขยันเรียน หนูรู้ประหยัด  น้องปูนเด็กซื่อสัตย์  น้องพีมีวินัย   ลิงน้อยแสนสุภาพ  แมวน้อยรักสะอาด  สัตว์ป่าสามัคคี  น้องมดมีน้ำใจและน้องต้ากตัญญู  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เป็นแบบทดสอบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 3  ตัวเลือก  จำนวน 30 ข้อ  ที่มีค่าอำนาจจำแนก (B) ระหว่าง 0.32 ถึง 0.76 ค่าความยาก (p) ระหว่าง 0.48 ถึง 0.78 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ  0.84 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 3 ระดับ จำนวน 10 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนก (rxy) ระหว่าง 0.42 ถึง 0.73 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ     ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ หาดัชนีประสิทธิผล และและทดสอบสมมติฐาน โดยใช้             ค่าที (t-test แบบ Dependent Samples) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน      

ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า

                   1. ประสิทธิภาพของหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.50/85.42  สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้

                 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนที่เรียนด้วยหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้                ด้วยคำคล้องจอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

                   3. ดัชนีประสิทธิผลของหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ 0.6875  หมายความว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ด้วยหนังสือเสริมทักษะการอ่านเพื่อการเรียนรู้    ด้วยคำคล้องจอง  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เท่ากับ 0.6875  คิดเป็นร้อยละ 68.75

                   4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อหนังสือเสริมทักษะการอ่าน  เพื่อการเรียนรู้  ด้วยคำคล้องจอง เกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย อยู่ในระดับมาก  ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.65

 
ตอบโดย : patcha
วันที่ : 26 พ.ย. 2555
เวลา : 13:26 น.
คำตอบที่ 1

น่าสนใจมากปัจจุบันนักเรียนมีความสามารถในการอ่านการเขียนไม่เหมาะสมกับระดับมีมาก อยากจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง  ผู้บริหารโปรดสนใจด้วยเงินเดือนมาก  ค่อตอบแทนอีก  ทำบุญกับนักเรียบนด้วยเถอะ

 
ตอบโดย : 1234....
วันที่ : 27 พ.ย. 2555
เวลา : 5:36 น.
คำตอบที่ 2

ครูเราทำอะไรก็เพื่อเด็กอยู่แล้ว  ขอบคุณนะคะ่ที่ชม 

 
 
 
 
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา