Log in | วันพุธที่ 19 มิ.ย. 2562 | 4:11 น.
 
 

SHARE

   
โพสโดย : ให้ความรู้ เติมเต็มชีวิต วันที่ : 20 ม.ค. 2559 เวลา : 15:59 น.

“MPA ภาคพิเศษ กทม. นิด้า” พัฒนาการศึกษาสำหรับนักบริหารยุคใหม่ เปิดรับรุ่นที่ 30

ศาสตราจารย์ ดร. อัญชนา ณ ระนอง  ผู้อำนวยการโครงการปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) ภาคพิเศษ กรุงเทพมหานคร   สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  ได้แสดงทัศนะว่า  โจทย์ใหญ่ในการพัฒนาประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการพัฒนาด้านการศึกษา  โดยควรให้ความสนใจในเรื่องคุณภาพของการศึกษามากขึ้น  ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงอุดมศึกษา โดยเน้นการฝึกนักเรียนนักศึกษาให้มีความสามารถในการคิดและวิเคราะห์  และไม่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก  คุณสมบัติของเด็กรุ่นใหม่ที่จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตควรเป็นเด็กที่มีความสามารถในการวิเคราะห์  มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการทำงานเป็นทีม และมีความรับผิดชอบ  ถ้าเด็กมีคุณสมบัติเหล่านี้  ก็ไม่ยากที่จะแข่งขันในตลาดแรงงาน  สำหรับการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษานั้น  หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ของนิด้าใช้วิธีสอนแบบวิเคราะห์เป็น case หรือกรณีศึกษา ซึ่งเป็นวิธีการที่จะเพิ่มศักยภาพในด้านการวิเคราะห์ให้นักศึกษาได้อย่างมาก  

              ในปัจจุบัน เด็กไทยมักใช้การเรียนพิเศษเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเพิ่มโอกาสในการสอบเข้าเรียนต่อในสถาบันที่มีชื่อเสียงในแทบทุกระดับ ซึ่งการเรียนพิเศษมักเน้นการสอนเทคนิคในการตอบข้อสอบ   ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของการศึกษา  การวัดผลการศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีการปรับปรุง  ถ้าการวัดผลการศึกษาไม่เปลี่ยน  สถานศึกษาก็คงไม่ต้องการปรับตัวอะไร  หรือไม่ก็ปรับตัวไปในทางที่จะทำอย่างไรให้เด็กได้คะแนนสูง หรือเด็กสอบเข้าได้มาก  ดังนั้น การปฎิรูปการศึกษาจึงต้องทำทั้งระบบ และมีความสอดคล้องกัน ตั้งแต่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเด็กแต่ละระดับต้องมีความรู้และทักษะในการวิเคราะห์อะไรบ้าง  เนื้อหา กิจกรรม และวิธีการสอนก็ต้องสอดคล้องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  การวัดผลก็ต้องวัดผลตามเป้าหมายนั้น เป็นต้น 

              ศ.ดร.อัญชนา ยกตัวอย่างการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา คือ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบอยู่ว่า  เนื่องจากเป็นการศึกษาในระดับปริญญาโทที่มีเนื้อหาเน้นการจัดการภาครัฐ   หลักสูตรจึงครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ  โดยศึกษาแบบพหุวิทยาการ (Multi-disciplinary) ที่เน้นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางการบริหารกับงานในด้านต่างๆ อย่างบูรณาการ เพื่อเพิ่มพูนทักษะทางด้านการบริหารของผู้บริหารในทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ให้สามารถแก้ปัญหาและตัดสินใจบนพื้นฐานของวิชาการและข้อมูล และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ขององค์กรและสังคม

           นอกจากนี้ หลักสูตรยังกำหนดให้มีการวัดผลโดยการสำรวจความพึงพอใจของนายจ้าง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่านายจ้างมีความพึงพอใจในระดับสูงมาก  และมหาบัณฑิตที่จบจากหลักสูตรได้รับการยอมรับและมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  และหลักสูตรเองก็ได้มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและภูมิภาค  รวมทั้งผู้เรียนก็จะได้เรียนและฝึกใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ที่จำเป็นสำหรับผู้บริหาร   

              ในขณะนี้ หลักสูตร MPA ภาคพิเศษ กทม. กำลังเปิดรับสมัคร รุ่นที่ 30  คุณสมบัติของผู้สมัครคือ เป็นผู้สำเร็จปริญญาตรี  มีประสบการณ์ทำงาน 1 ปีขึ้นไป (สามารถเลือกเรียนในวันธรรมดาตอนเย็น หรือวันเสาร์) สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 29 กุมภาพันธ์ 2559  เปิดเรียนเดือน สิงหาคม 2559  ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2727-3861  และ 0-2727-3870  และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่   http://gspa.nida.ac.th

              ผอ.หลักสูตร MPA ภาคพิเศษ กทม. นิด้า ย้ำว่า การพัฒนาการศึกษาเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน  ซึ่งในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นการสร้างบัณฑิตให้มีความพร้อมสำหรับงานบริหารในโลกความเป็นจริง  ให้การศึกษาช่วยเติมเต็มความรู้และเครื่องมือสำหรับนักบริหาร และตอบโจทย์ประเทศได้อย่างแท้จริง.