Log in | วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. 2562 | 3:59 น.
 
 
ความรู้ทั่วไป  
 
 

สร้างโลกการอ่านให้เด็ก ห่างไกล ‘โซเชียลมีเดีย’

โพส : วันที่ 7 ก.ย. 2559 เวลา : 12:06 น.
โหวต : | เข้าชม : 601 ครั้ง

 

           ในสังคมของโลกยุคปัจจุบันนี้ โซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้คนมีการพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่อยู่รอบตัวน้อยลง

 

ภาพ : ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock 


           ด้วยการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โซเชียลมีเดียสามารถเข้าถึงและมีอิทธิพลต่อเด็กได้ง่าย เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างความสนุก ความน่าสนใจ และความแปลกใหม่ให้กับเด็กได้ แต่ถ้ามากเกินความจำเป็นอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต การละเลยการเรียน โดยเฉพาะการเรียนรู้จากการอ่านได้

 

การอ่านนั้นส่งผลดีต่อเด็กอย่างไรบ้าง

       ข้อมูลจาก แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. อธิบายว่า เด็กไทยในปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยของการอ่านหนังสือที่น้อยลงเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะเทคโนโลยี การสื่อสารต่างๆ เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็กมากขึ้น เด็กจะเรียนรู้และให้ความสนใจ กับโทรศัพท์ โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ มากกว่าการอ่านหนังสือ

           แต่รู้หรือไม่ว่า?? การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาความคิด พัฒนาการเรียนรู้ของเด็กให้เด็กเติบโตและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ง่าย และยังสร้างสมาธิ ทั้งองค์ความรู้ ความคิด และข้อมูลต่างๆ ในเวลาเดียวกัน และที่สำคัญการอ่านช่วยในการพัฒนาตนเองอีกด้วย

           คุณสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า การอ่านสามารถป้องกันภัยจากการติดโซเชียลมีเดียได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด พ่อแม่จึงต้องเป็นเกราะสำคัญในการกลั่นกรองสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้นการเติบโตของเขา ตัวอย่างเช่น กระแสการเล่นเกมโปเกม่อนโกที่กำลังได้รับกระแสนิยม ซึ่งหลายครอบครัวก็มีความกังวล เพราะอาจส่งผลให้ลูกติดเกมมากจนเกินไป พ่อแม่ต้องพูดคุยกับลูกในการสร้างกฎกติกาในการเล่นเกม เช่น กำหนดเวลา กำหนดวันในการเล่น หรือเฉพาะเจาะจงเกมที่สามารถเล่นได้และไม่ส่งผลเสีย

 

ภาพ : ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock 
 

          “การป้องกันการติดโซเชียลมีเดียที่พ่อแม่สามารถช่วยสร้างพัฒนาการด้านสมองที่ดีให้กับลูก ด้วยการเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ อย่างที่ สสส. มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการอ่าน ด้วยการส่งเสริมให้สร้างสังคมแห่งการอ่านอย่างต่อเนื่อง เพราะการอ่านช่วยสร้างมิติสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งจะช่วยหนุนการสร้างเสริมสุขภาวะด้านอื่นๆ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคมได้อีกด้วย” คุณสุดใจ กล่าว

            ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวต่อว่า การอ่านที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีอย่างเต็มที่ ต้องเริ่มต้นจากอ่านหนังสือนิทานให้เขาฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ สร้างจินตนาการให้กับเขาด้วยการออกเสียง และการได้รับความรักความห่วงใยของพ่อแม่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขามีพัฒนาที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
 

การส่งเสริมให้ลูกรักในการอ่านทำได้ง่ายๆ

1.อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง 6-7 เดือนแรก จนถึงปฐมวัย โดยการชี้ชวนให้ลูกดูภาพ ได้สนใจได้สัมผัสความละเมียดละไมของหนังสือ ให้ลูกได้สัมผัสความสุขตั้งแต่แรกๆ จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและการเติบโตได้เป็นอย่างดี

2.เสริมสร้างอิสระให้กับลูก เช่น ลูกชอบหนังสือแบบไหนคอยหมั่นสังเกตความชอบของลูก แล้วให้เขาอ่านแนวที่เขาชอบจะยิ่งทำให้เขาชอบในการเรียนรู้จากหนังสือมากขึ้น ถือเป็นต้นทุนสำรองที่ต้องหมั่นเติมเชื้อไฟให้เขาตลอด

3.สร้างแรงบันดาลใจ พาลูกไปเจอคนที่เป็นแบบอย่างหรือไอดอลของเขาบ้าง เด็กที่เป็นนักอ่านเขาจะมีคนที่เป็นนักเขียนในดวงใจ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันในการให้ความสนใจกับการอ่านของเขามากขึ้น

4.อย่าละเลยโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเกม ต้องเลือกเกมที่เหมาะสมกับวัยให้เขาเล่น เล่นอย่างระมัดระวัง และกำหนดเวลาที่แน่นอนให้กับเขา เพื่อให้เขาสนใจการเรียนรู้ด้านการอ่านมากกว่า
 

           “ทุกช่วงวัยของเด็กสามารถดึงดูดและเข้าหาโซเชียลมีเดีย มีเดียได้ง่าย ซึ่งช่วงที่สำคัญของพัฒนาการของลูกอย่างแท้จริงนั้นคือก่อน 6 ขวบ และ 9-12 ขวบ พ่อแม่ต้องเรียนรู้และเสริมสร้างการอ่านให้แก่ลูก และรับมือกับโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อพัฒนาศักยภาพสมองของลูกให้เติบโตได้อย่างเต็มที่ในการเรียนรู้จากการอ่านมากกว่าเรียนรู้จากสื่อต่างๆ” คุณสุดใจ เผย


           ทราบอย่างนี้แล้วพ่อแม่ต้องเป็นหัวใจสำคัญในเสริมสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่ลูก ในการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และมีพัฒนาการที่ดี ลูกก็จะได้รับทั้งความรัก ความห่วงใยและความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งเกิดจากความเอาใจใส่ของพ่อแม่ 

 

 

เรื่องโดย :  ปิยวรรณ นาทุ่งนุ้ย Team content www.thaihealth.or.th

ขอบคุณข้อมูลจาก :  แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
  ความคิดเห็น
-- ไม่มีความคิดเห็น --