Log in | วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2557 | 21:34 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

School days

วิชา : ภาษาต่างประเทศ   ระดับชั้น : ม.1
โพส : วันที่ 19 ต.ค. 2553
โหวต : | เข้าชม : 8,026 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 School days ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง First day! เวลา 2 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน กิจกรรม สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

 - อ่านออกเสียงบทสนทนา 
 - ตอบคำถามจากการฟังและอ่านบทสนทนา
 - สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
 - เขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง
 - ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
 - ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน

 
สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
 - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ำ ในประโยค
 - คำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญ เช่น Yes/No Questions, Wh-Questions
 - ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การทักทาย การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และกิจกรรมต่างๆ
 - ประโยคและข้อความที่ใช้ในการบรรยายเกี่ยวกับตนเอง และกิจวัตรประจำวัน
 - การใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การแสดงสีหน้าท่าทางประกอบการพูดแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ
 - การใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน
 - Subject / Object pronouns
 - The verb ‘to be’

 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

ความสามารถในการสื่อสาร

 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

 - มีวินัย
 - มุ่งมั่นในการทำงาน

 
กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนำสู่การเรียน
1. ครูบอกจุดประสงค์การเรียนรู้ของ Unit 1b ให้นักเรียนทราบว่า เป็นการฝึกใช้ภาษาในการแนะนำตนเอง (Introducing yourself)
2. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน หน้า 10Ex. 1 (To learn how to introduce yourself) และครูสุ่มนักเรียน 2 คน อ่านบทสนทนา จากนั้นครูถามว่าคู่สนทนา คือ Bob และ Susan มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร  และนักเรียนรู้ได้อย่างไร
      Key   Bob and Susan are strangers.
      Suggested approach
      T  :      Do they know each other?
      Ss:       No, they are strangers.
      T  :       How do you know?
      Ss:       They are introducing themselves. (Bob says “My name’s Bob.”)
3. นักเรียนจับคู่ฝึกใช้บทสนทนาดังกล่าว ซึ่งเป็นการใช้ภาษาเพื่อทำความรู้จักกัน ในการพบปะกันเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อของนักเรียนเอง ครูเดินรอบชั้นเรียนเพื่อสังเกตการพูดบทสนทนาของนักเรียน จากนั้นเลือกนักเรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดบทสนทนาหน้าชั้นเรียน
      Suggested Answer Key 
      A  :      Hello. My name is John, John Smith.   
      B  :      Hi! I am Jenny Burton.
      A  :      Nice to meet you, Jenny.          
      B  :      Nice to meet you, too.

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. นักเรียนอ่านออกเสียงบทสนทนาในหนังสือเรียน หน้า 10 Ex. 2a (To read and listen for gist)พร้อมกัน จากนั้นฟังบทสนทนาดังกล่าวจาก CD 1 / Track 7 และตอบคำถามจากบทสนทนา แล้วตรวจคำตอบ
      Key     - Where are the two boys?  (They are at school.)  
                - Are they friends?              (No, they are not friends.)
2. นักเรียนอ่านบทสนทนาอีกครั้ง แล้วอ่านประโยค 1-4 ในหนังสือเรียน หน้า 10 Ex.2b(To read for specific information) และบอกว่าประโยค 1-4 นั้น T (True) หรือ F (False) จากนั้นตรวจคำตอบและแก้ไขประโยคที่ผิดให้ถูกต้องด้วย
      Key  1. F (The Science lesson is in Room D.)                3. T   
             2. T                                                                4. F (They are in the same class.)
3. นักเรียนปิดหนังสือเรียน แล้วครูสอน Subject pronouns โดยปฏิบัติดังนี้ 
    - ชี้ที่ตัวเองแล้วพูด ‘I’ พร้อมเขียน I บนกระดาน 
    - ชี้ที่นักเรียน 1 คน แล้วพูด ‘you’ พร้อมเขียน you บนกระดาน 
    - ชี้ที่นักเรียนชาย 1 คน แล้วพูด ‘he’ พร้อมเขียน he บนกระดาน แล้วอธิบายว่า เราใช้ he กับเด็กผู้ชาย 1 คน หรือ ผู้ชาย 1 คน
    - ชี้ที่นักเรียน 1 คน แล้วพูด ‘she’ พร้อมเขียน she บนกระดาน แล้วอธิบายว่า เราใช้ she กับเด็กผู้หญิง 1 คน หรือ ผู้หญิง 1 คน
    - ชี้ที่สมุดของนักเรียน 1 เล่ม แล้วพูด ‘it’ พร้อมเขียน it บนกระดาน แล้วอธิบายว่า เราใช้ it กับสิ่งของ 1 สิ่ง
    - เดินไปใกล้ๆ กับกลุ่มนักเรียน แล้วชี้ที่นักเรียนและตนเอง แล้วพูด ‘we’ พร้อมเขียน we บนกระดาน 
    - ชี้ที่กลุ่มนักเรียนที่อยู่ตรงข้ามกับตัวเอง แล้วพูด ‘you’ พร้อมเขียน you บนกระดาน 
    - ชี้ไปที่กลุ่มนักเรียนที่อยู่ไกลๆ แล้วพูด ‘they’ พร้อมเขียน they บนกระดาน 
    จากนั้นครูพูดพร้อมเขียนประโยค I am a teacher. Look at me. บนกระดาน แล้วขีดเส้นใต้คำว่า I และ me แล้วอธิบายว่า me เป็น Object pronoun และสอน Object pronoun ตัวอื่น เช่น Look at him. He’s a student. Look at her. She’s a student. Look at it. It’s a desk.
4. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้า 10 Ex. 3a (To introduce subject / object pronouns) และอ่านข้อความในกรอบสีน้ำเงิน และหา subject / object pronouns ที่ปรากฏอยู่ในข้อความนั้น เสร็จแล้วตรวจคำตอบ ครูให้นักเรียนสังเกตว่า Subject pronouns จะอยู่ก่อนคำกริยา และ Object pronounsจะตามหลังคำกริยา
      Key  Subject pronouns:  I, He, We
             Object pronouns:  him, me 
5. นักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน หน้า 10 Ex. 3b(To practise subject / object pronouns) แล้วเฉลยคำตอบร่วมกัน
      Key  1. She             2. them, They            3. they
                             4. We         5. him, He 
6. นักเรียนปิดหนังสือ ครูสอนรูปย่อของ Verb ‘to be’ ในประโยคบอกเล่าที่เป็น Present simple โดยพูดและเขียนประโยค I’m Helen. บนกระดาน แล้วชี้ไปที่นักเรียนชาย 1 คน ที่อยู่แถวสุดท้าย และพูด He’s John. จากนั้นเขียนบนกระดาน แล้วชี้ที่นักเรียนหญิง 1 คน และพูด She’s Mary. พร้อมเขียนบนกระดาน ครูดำเนินกิจกรรมไปเรื่อยๆ จนครบ Subject pronouns ทุกตัว จากนั้นครูสอนรูปย่อของ Verb ‘to be’ ในประโยคปฏิเสธที่เป็น Present simple โดยเขียนประโยค  I’m a teacher. I’m not a doctor. บนกระดาน แล้วขีดเส้นใต้คำว่า I’mnot ครูทำกิจกรรมเหมือนกันทั้งในรูปเอกพจน์และพหูพจน์ 
     สุดท้ายครูสอนรูปประโยคคำถามของ Verb ‘to be’ โดยครูพูดพร้อมเขียนประโยค Am I a teacher? บนกระดาน และขีดเส้นใต้คำว่า Am I แล้วอธิบายว่า เราสร้างรูปประโยคคำถามของ Verb ‘to be’ โดยการวางVerb ‘to be’ไว้หน้า Subject pronouns จากนั้นครูเขียนประโยคคำตอบบนกระดานว่า Yes, I am.และอธิบายว่า เป็นคำตอบยืนยันแบบสั้น ซึ่งเราสามารถสร้างประโยคด้วย Yes, + สรรพนามแทนตัวบุคคล + Verb ‘to be’ ในรูปบอกเล่า. แล้วเขียนประโยค Am I a doctor? No, I’m not. และอธิบายว่า เป็นคำตอบปฏิเสธแบบสั้น สามารถสร้างประโยคด้วย No, + สรรพนามแทนตัวบุคคล + Verb ‘to be’ ในรูปปฏิเสธ.
7. นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 4a(To learn the verb ‘to be’) อ่านประโยคในกรอบ แล้วหา verb ‘to be’ ในบทสนทนา หน้า 10 
      Key  Where is, It’s, Are you, I am, My name’s, That’s, It’s, are you, 
             I’m, Are you, I am  
8. นักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 4b (To practise the affirmative form of the verb ‘to be’) โดยเติมคำลงในประโยคให้ถูกต้อง เสร็จแล้วตรวจคำตอบ  
      Key     1. ’s            2. ’m             3. ’re               4. ’s               5. ’re
9. นักเรียนอ่านประโยคตัวอย่างในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 5 (To practise the negative form of the verb ‘to be’) แล้วเปลี่ยนประโยคใน Ex.4b ให้เป็นประโยคปฏิเสธ นักเรียนทำลงในสมุดเสร็จแล้วครูตรวจคำตอบบนกระดาน
      Key       2. I’m not 13 years old.                            4. He isn’t my best friend.
                  3. They aren’t in Room E.                         5. You aren’t in Year 7.    
10. นักเรียนทำแบบฝึกหัด ในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 6 (To practise the interrogative form of the verb ‘to be’)
      Key      1. Are, they are                      2. Are, I’m not                           3. Is, it is              
                 4. Are, we aren’t                    5. Is, he isn’t  
11. นักเรียนดูภาพ 2 ภาพ ในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 7 (To practise asking questions and giving short answers) ให้นักเรียนดูที่ชื่อบุคคลและอายุ จากนั้นครูเรียกนักเรียน 2 คน อ่านตัวอย่าง แล้วนักเรียนจับคู่ถามและตอบโดยใช้คำที่กำหนดให้
      Key              A: Is Mark 14?                           B: No, he isn’t. He’s 19.
                         A: Is Sue 16?                            B: No, she isn’t. She’s 17.
                         A: Is Mary 20?                           B: No, she isn’t. She’s 17.
                         A: Is Rita 11?                            B: No, she isn’t. She’s 17.
                         A: Is John 26?                           B: No, he isn’t. He’s 16.
                         A: Is Jill 11?                               B: No, she isn’t. She’s 12.
12. นักเรียนทำแบบฝึกหัด ในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 8 (To practise asking questions) เสร็จแล้วตรวจคำตอบพร้อมกัน
      Key    2. Is it an eraser                         4. Are they pencils
               3. Are you twelve                       5. Are you in Year 7
13. ครูให้นักเรียน 1 คู่ อ่านประโยคสนทนาตัวอย่าง ในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex. 9a (To practise speaking  about yourself) แล้วนักเรียนจับคู่กันถามและตอบคำถามที่กำหนดให้ โดยครูเดินรอบชั้นเรียนเพื่อคอยควบคุมและสังเกตการพูดของนักเรียน
14. นักเรียนแปลคำถามใน Ex. 9a เป็นภาษาไทย (To consolidate new vocabulary through translation)ครูเน้นว่าควรแปลเป็นคำถามในภาษาไทยมากกว่าการแปลตรงตัว
      Suggested Answer Key
                         Students’ own answers          

กิจกรรมรวบยอด 
1. นักเรียนเขียนประโยคเกี่ยวกับตนเองให้สมบูรณ์ ในหนังสือเรียน หน้า 11 Ex.10 (Practise language and grammar presented in this unit) ครูอาจมอบหมายให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน
      Suggested Answer Key   
      I’m Fiona. I’m 15 years old. My favourite subject is History.
2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด Unit 1b ใน Workbook หน้า 5 Exs.1-4

 
การวัดผลและประเมินผล

1. ประเมินการทำแบบฝึกหัด
2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์  
4. ประเมินผลการพูดสนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

 
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน Access ม. 1                                                                
2. แบบฝึกหัด Access ม. 1
3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนังสือเรียน Access ม. 1)   

 
เอกสารแนบ

ไฟล์แบบทดสอบ:

 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา