Log in | วันพุธที่ 1 ต.ค. 2557 | 15:11 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

เวลา และการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

วิชา : สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม   ระดับชั้น : ม.1
โพส : วันที่ 14 ต.ค. 2553
โหวต : | เข้าชม : 22,042 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เวลา และการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง การนับและการเปรียบเทียบศักราช เวลา 6 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

การนับศักราชเป็นสิ่งจำเป็นต่อการศึกษาประวัติศาสตร์  เนื่องจากจะทำให้ผู้ศึกษาเกิดความเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ  ได้ตรงกัน  ไม่สับสน  ซึ่งศักราชที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายแบบ  ดังนั้น  เราจึงควรศึกษาหลักเกณฑ์การเทียบศักราชให้เข้าใจ

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

ตัวชี้วัด
   ส 4.1  ม.1/1  วิเคราะห์ความสำคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์
             ม.1/2  เทียบศักราชตามระบบต่างๆ  ที่ใช้ศึกษาประวัติศาสตร์

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความสำคัญของเวลาและช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อปัจจุบันได้
2. นับและเปรียบเทียบศักราชแบบต่างๆที่ใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้
3. อธิบายตัวอย่างศักราชในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้

 
สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. ความสำคัญของเวลา  และช่วงเวลาสำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์
2. ความสัมพันธ์และความสำคัญของอดีตที่มีต่อปัจจุบัน  และอนาคต
3. ตัวอย่างการใช้เวลา  ช่วงเวลา   และยุคสมัยที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย
4. ที่มาของศักราชที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย
    - จ.ศ. /ม.ศ./ ร.ศ. /พ.ศ./ ค.ศ. และ ฮ.ศ.
5. วิธีการเปรียบเทียบศักราชต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย
6. ตัวอย่างการใช้ศักราชต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย

 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
 -
ทักษะการคิดวิเคราะห์
 - ทักษะการคิดสร้างสรรค์
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 
 -
กระบวนการสืบค้นข้อมูล
 -  กระบวนการทำงานกลุ่ม
 - กระบวนการคิดวิเคราะห์
 - กระบวนการปฏิบัติ

 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินัย
2. มุ่งมั่นในการทำงาน
3. มีจิตสาธารณะ

 
กิจกรรมการเรียนรู้

(วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่ม / วิธีสอนแบบกระบวนการสืบค้น)
นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน  หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 

ชั่วโมงที่ 1-2
1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
2. ครูนำตัวอย่างบัตรคำย่อศักราชแบบต่างๆ  มาแสดงให้นักเรียนดู  แล้วให้นักเรียนอ่านคำเต็มพร้อมบอกความหมาย  ดังนี้

                 
3. ครูและนักเรียนตรวจสอบความถูกต้อง
4. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า  ศักราชมีไว้เพื่อใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ จะได้รู้ช่วงเวลาที่เกิด
      เหตุการณ์สำคัญ และการนับศักราชมีอยู่หลายแบบ แต่ที่สำคัญและเป็นสากลที่นักเรียนควรรู้ ได้แก่  คริสต์ศักราช  (ค.ศ.)  ฮิจเราะห์ศักราช  (ฮ.ศ.)  การนับศักราชแบบไทย ได้แก่  พุทธศักราช  (พ.ศ.) มหาศักราช  (ม.ศ.)  จุลศักราช  (จ.ศ.)  รัตนโกสินทร์ศก  (ร.ศ.)
5. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง ความสำคัญของเวลาและช่วงเวลา  จากหนังสือเรียน
6. ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของเวลาและช่วงเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
7. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการนับศักราชแบบต่าง ๆ  ของโลก  แล้วตั้งคำถามนำ  เช่น
    - ค.ศ.  และ  พ.ศ.  เริ่มต้นนับเมื่อใด
      แนวคำตอบ    คริสต์ศักราช  (ค.ศ.)  เริ่มนับในปีที่พระเยซูประสูติเป็นปีที่  1  หรือ  A.D. 1 หรือ  ค.ศ. 1  
                        ส่วนพุทธศักราช  (พ.ศ.)  เริ่มนับเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว 1 ปี  เป็น  พ.ศ. 1
    - ประเทศไทยมีการนับศักราชแบบใด
      แนวคำตอบ     มีการนับแบบพุทธศักราช  (พ.ศ.)
8. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การนับและการเปรียบเทียบศักราชแบบต่างๆ  จากหนังสือเรียนในประเด็นต่อไปนี้
    - การนับศักราชแบบสากล
    - การนับศักราชแบบไทย
9. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การนับศักราชทำให้เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้ตามช่วงเวลา ซึ่งจะทำให้เรียงลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้น
10. ให้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง   เหตุการณ์และความสัมพันธ์ทางศักราช

ชั่วโมงที่ 3
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ  4  คน สืบค้นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ มากลุ่มละ 2  เหตุการณ์เพื่อนำมาเสนอในหัวข้อต่อไปนี้
    - เหตุการณ์อะไร
    - เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ไหน   เมื่อไหร่   แล้วเทียบกับศักราชแบบต่างๆ
    - ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
2. ครูสอบถามนักเรียนเกี่ยวกับวิธีการสืบค้นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แล้วนำมาเสนอ   จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
3. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปหลักเกณฑ์การเทียบศักราช  โดยมีครูช่วยตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
4. ครูให้คำแนะนำเพิ่มเติมจากที่นักเรียนอภิปรายและสรุปสาระเกี่ยวกับการนับและการเทียบศักราชและร่วมกันหาข้อสรุปว่า   ในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ  ในโลกนิยมใช้ศักราชแบบคริสต์ศักราชเพื่อความสะดวกในการศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้เป็นที่เข้าใจตรงกันทั่วโลก
5. นักเรียนทำใบงานที่ 1.2  เรื่อง  การเทียบศักราช   เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนตรวจความเรียบร้อยแล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจตามที่ครูเฉลยด้วยความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น
6. ครูสรุปความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างการใช้ศักราชแบบไทยในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แล้วให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน 

 
การวัดผลและประเมินผล
 

วิธีการ

เครื่องมือ

เกณฑ์

 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

 แบบทดสอบก่อนเรียน

 ร้อยละ 50 ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนทำใบงานที่ 1.1

 ใบงานที่ 1.1

 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนทำใบงานที่ 1.2

 ใบงานที่ 1.2

 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนสืบค้นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

 แบบประเมินการสืบค้นเหตุการณ์ทางประวัติ
 ศาสตร์

 ระดับคุณภาพ  2  ผ่านเกณฑ์

 สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม

 ระดับคุณภาพ  2  ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนนำเสนอผลงานกลุ่ม

 แบบประเมินการนำเสนอผลงานกลุ่ม

 ระดับคุณภาพ  2  ผ่านเกณฑ์


 
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน  ประวัติศาสตร์   ม.1
2. บัตรคำย่อศักราชแบบต่างๆ
3. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง  เหตุการณ์และความสัมพันธ์ทางศักราช
4. ใบงานที่ 1.2 เรื่อง  การเทียบศักราช

แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมุด
2. สำนักหอสมุดแห่งชาติ
3. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
4. ข่าวเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของโลก

 
เอกสารแนบ

ไฟล์ใบงาน:

ไฟล์แบบทดสอบ:

 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา