Log in | วันพฤหัสบดีที่ 2 ต.ค. 2557 | 3:24 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

First day at school

วิชา : ภาษาต่างประเทศ   ระดับชั้น : ป.1
โพส : วันที่ 8 ก.ย. 2553
โหวต : | เข้าชม : 8,323 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 First day at school ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง First day at school (Lesson 1) เวลา 6 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

การเรียนรู้คำและประโยคที่ใช้ในการทักทาย แนะนำตัวเองและผู้อื่น พร้อมทั้งมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อนำไปใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

 - พูดทักทาย แนะนำตัวเองและผู้อื่นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
 - พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตัวเองและผู้อื่นได้
 - เล่นเกมและร้องเพลงภาษาอังกฤษได้

 
สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
 - บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย และประโยคที่ใช้แนะนำตัวเอง
 - คำศัพท์ และประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง 
   เช่น    What’s your name?           My name’s ……. .
 - คำและประโยคที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เช่น บอกชื่อ
 - วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น การสัมผัสมือ      
 - กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเล่นเกม การร้องเพลง
 - การใช้ภาษาในการฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน

 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 - ความสามารถในการสื่อสาร

 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

 - มีวินัย
 - ซื่อสัตย์สุจริต

 
กิจกรรมการเรียนรู้

ชั่วโมงที่ 1-2

กิจกรรมนำสู่การเรียน
1. ครูทักทายนักเรียนเมื่อเดินเข้าห้องเรียน
      Teacher:               Good morning (afternoon).  How are you?
    เมื่อนักเรียนตอบไม่ได้  ครูจึงสอนนักเรียนให้พูดตอบครู  จนนักเรียนพูดได้คล่อง  และเข้าใจความหมาย
      Students:             I’m fine,  thank you.  And how are you?
      Teacher:               I’m fine,  thanks.
2. ครูเดินไปทักทายนักเรียน  1  คน  แถวหน้า  
      Teacher:               Hello, Suchada.
      Suchada:              Hello, Ms. Sompong.
    ครูทักทายนักเรียนแถวกลางๆ  (ไม่ได้เตรียมกันมา)
      Teacher:               Hello, Suchart.
      Suchart:               Hello, Ms. Sompong.
    ครูทักทายนักเรียนแถวหลัง
      Teacher:               Hi, Manop.
      Manop:                Hi, Ms. Sompong.
    ครูชูบัตรคำ Hello! และ Hi! ให้นักเรียนดู  และอธิบายว่าเราใช้คำ  “Hello”  ซึ่งแปลว่า  “สวัสดี”  เพื่อทักทายทั่วๆไป ส่วน  “Hi”  แปลว่า  “สวัสดี”  เช่นกัน เป็นคำทักทายอย่างไม่เป็นทางการ  เพื่อใช้ทักทายเพื่อน  คนที่สนิทกันมาก  หรือผู้ที่อายุน้อยกว่า  ครูพูดทักทาย ด.ช. มานพอีกครั้ง
      Teacher:               Hi, Manop.
      Manop:                Hello, Ms. Sompong.

    Background Information 
        Ms. อ่านออกเสียงว่า มิส เป็นคำนำหน้าชื่อของผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หรือยังไม่แต่ง

3. ครูให้นักเรียนพูดประโยคคำถาม What’s your name? ตามครูหลายๆ ครั้ง จากนั้นครูนำบัตรภาพตัวละครที่อยู่ในหนังสือเรียน หน้า 4-6 มาแสดงให้นักเรียนดูทีละภาพ โดยให้นักเรียนพูดประโยคคำถาม What’s your name? แล้วครูจึงบอกชื่อตัวละครที่ครูหยิบบัตรภาพขึ้นมาแสดง เช่น
      Students:             What’s your name?
      Teacher:              My name is Jenny. 
      (ครูหยิบบัตรภาพ Jenny ขึ้นมาปิดหน้าตัวเองและพูดชื่อ)
      Students:             What’s your name?
      Teacher:              My name is Bobo. 
      (ครูหยิบบัตรภาพหุ่นยนต์ ขึ้นมาปิดหน้าตัวเองและพูดชื่อ)
4. ครูบอกนักเรียนว่า  วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการทักทายกันต่อ  การแนะนำชื่อตนเอง  การทักทายผู้อื่น และการกล่าวลา  
    ครูขอให้นักเรียนที่มาช้า เข้าเรียนให้ตรงเวลาในการเรียนครั้งต่อไป  เพราะนอกจากจะทำให้นักเรียนเรียนไม่ทันเพื่อนแล้ว การเข้าห้องสายยังทำให้การเรียนการสอนสะดุด ทำให้เพื่อนๆ เสียสมาธิในการเรียนได้

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. นักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนหน้า 4 ข้อ 1 Listen, point and say. ครูถามนักเรียนว่าเห็นใครในภาพบ้าง โดยครูชี้นิ้วที่ภาพทีละภาพ เมื่อนักเรียนตอบว่า เห็น Jenny, Bobo และ Sam แล้ว ครูบอกนักเรียนว่า นักเรียนจะได้ฟังบทสนทนาของ Jenny, Bobo และ Sam  ที่พูดทักทายกัน และแนะนำตนเอง  จากนั้นครูเปิด CD/track 5  ให้นักเรียนฟังก่อน  1 ครั้ง

                                                          Audio Script
                                           Jenny:
     Hi! I’m Jenny.
                                           Bobo:      Hi! I’m Bobo. What’s your name?
                                           Sam:        Hello! My name is Sam. Nice to meet you.
                                           Sam:        Goodbye!

ครูเปิด CD/track 5 อีกครั้ง ให้นักเรียนฟัง CD และใช้นิ้วชี้บทสนทนาในหนังสือเรียนตามไปด้วย   แล้วฝึกพูดตาม CD  อีกหลายๆ ครั้ง จนพูดได้คล่อง  จากนั้นให้นักเรียนลองอ่านด้วยตนเอง  ถ้ายังอ่านไม่ได้  ครูอ่านออกเสียงนำ เพื่อให้นักเรียนอ่านตาม  ครูชี้นิ้วไปตามบทสนทนาให้นักเรียนเห็น  เพื่อจะได้อ่านถูกประโยค
2. ครูอธิบายประโยคในการแนะนำตนเองอย่างง่ายๆ  โดยเขียนโครงสร้างประโยคบนกระดาน  ดังนี้
                             Hello!/Hi!     I    +    am    +       name     .
3. นักเรียนเล่นเกม Double Balls Game  (เกมลูกบอลคู่) เพื่อฝึกการพูดทักทาย โดยมีวิธีการเล่น ดังนี้
    1) นักเรียนยืนล้อมรอบกันเป็นวงกลม  1  วง  หรือนั่งก็ได้
    2) ครูโยนลูกบอลไปในวงกลม  2  ลูก  ให้นักเรียนโยนเล่นหรือส่งต่อกันไปมา  ครูเปิดเพลงประกอบขณะนักเรียนทำกิจกรรม
    3) ครูปิดเพลง ถ้าลูกบอลทั้ง 2  ลูกตกอยู่กับผู้ใด  ให้นักเรียน 2  คนนั้น เดินออกมายืนกลางวง  แล้วกล่าวทักทายกัน  โดยใช้ชื่อจริงของตัวเอง
         e.g.       Sunee:          Hello! I’m Sunee.              (นักเรียนอาจพูด  “Hi”  แทนได้)
                      Wipa:            Hello! I’m Wipa.                (แล้วจับมือกัน shake hand)              
    4) ผู้ที่ได้ทักทายกันแล้ว  ครูอนุญาตให้ไปพักผ่อนนอกวงกลม  นักเรียนที่เหลือเล่นเกมต่อไปจนวงกลมมีขนาดเล็กลง และหมดผู้เล่นจึงถือว่าจบเกม ครูสรุปในตอนท้ายว่า  การทักทายเพื่อนหรือผู้ที่มีอายุเท่ากัน และแนะนำตนเอง เราใช้คำว่า  “Hello”  แล้วตามด้วยประโยคแนะนำตนเองว่า  “I am  +  ชื่อ.”

    Background Information
    มารยาทของการจับมือ (shaking hands)
    1. ให้จับมือทักทายกันด้วยมือขวา จับแน่นแต่พอควร อย่าให้แน่นเกินไป หรือบีบแรงเกินไป ขณะจับมือทักทายกันควรสะบัดมือเล็กน้อยพองาม
    2. ผู้ชายมักจะจับมือกับผู้ชายด้วยกัน เมื่อมีการแนะนำให้รู้จักกัน หรือขณะกล่าวคำอำลา แต่เมื่อมีการแนะนำให้ผู้ชายกับผู้หญิงรู้จักกัน ฝ่ายชายจะไม่จับมือทักทายกับฝ่ายหญิง เว้นแต่ฝ่ายหญิงจะยื่นมือมาให้ ฝ่ายชายจึงจะจับมือกับฝ่ายหญิงได้
    3. ถ้าเป็นคนเพศเดียวกันและมีอาวุโสเท่ากัน ใครจะยื่นมือให้จับก่อนก็ได้ แต่ถ้าต่างอาวุโสกัน คนที่มีอาวุโสมากกว่า ควรเป็นฝ่ายยื่นมือให้ก่อน
    4. ถ้าเป็นคนต่างเพศกัน ผู้ชายต้องรอให้ผู้หญิงยื่นมือมาให้ก่อนจึงจะจับมือได้ ส่วนฝ่ายหญิงจะยื่นมือให้จับหรือไม่ เป็นสิทธิของฝ่ายหญิงที่จะพิจารณาว่าสมควรหรือไม่ แต่ถ้าฝ่ายหญิงเป็นเจ้าภาพหรือเจ้าของบ้าน ฝ่ายหญิงจะจับมือทักทายกับแขกที่มา
    5. ผู้หญิงอาจจับมือทักทายโดยไม่ต้องถอดถุงมือออก แต่ผู้ชายควรถอดถุงมือของมือขวาออกเสียก่อน ยกเว้นเมื่อสวมเครื่องแบบเท่านั้น
    ที่มา: http://www.kroobannok.com/1813

4. ครูชูแถบประโยค  What’s your name?  แล้วพูดประโยคนี้หลายๆ ครั้ง โดยให้นักเรียนพูดตามครู  จากนั้นครูให้นักเรียนพูดประโยคนี้พร้อมๆ กัน อีกครั้ง แล้วครูพูดตอบว่า My name’s Sompong. ครูสุ่มถามคำถาม What’s your name? กับนักเรียนในห้องประมาณ 4-5 คน เพื่อให้นักเรียนฝึกพูดตอบคำถามดังกล่าว
      Teacher:               What’s your name?
      Malinee:               My name is Malinee.
    ครูอธิบายรูปแบบประโยคคำถามเพื่อถามชื่อบุคคล และการตอบ โดยการเขียนรูปแบบ (Pattern)  บนกระดานดำ  แล้วให้นักเรียนอ่านตามครู

                                                        What’s your name?
                                                        My name is      (name)     .
                                                        รูปย่อ  What’s   =  What  is  ……


    จากนั้นครูถามคำถาม What’s your name? กับนักเรียนอีก 4-5 คน  เพื่อให้นักเรียนฝึกพูดบอกชื่อของตนเอง
    ครูชูแถบประโยค  Nice to meet you.  แล้วอ่านออกเสียง  ให้นักเรียนอ่านตามหลายๆ ครั้ง  
    จากนั้นนักเรียนอ่านบทสนทนาในหนังสือเรียน หน้า 5 ข้อ 3 Ask and answer.  ตามครูและใช้นิ้วชี้ไปตามประโยคที่อ่าน  เพื่อให้มั่นใจว่าอ่านถูกประโยค 
    - Hi!  What’s your name?      
    - Hello!  My name is …..                      
    - What’s your name?                              
    - I’m Tina.  Nice to meet you.
    เมื่อนักเรียนอ่านบทสนทนาจบแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คน เพื่อฝึกพูดสนทนาทักทายกับครู เช่น
      Teacher:              Hi! What’s your name?
      Malinee:              Hello! My name is Malinee. What’s your name?
      Teacher:              I’m Sompong. Nice to meet you.
    จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน ฝึกพูดสนทนาทักทายกัน 
5. ครูเตรียมตัวละครหุ่นกระบอกมือ 3 ตัว  และเขียนชื่อบนหัวของหุ่นกระบอกเหล่านี้ 

    จากนั้นครูจึงพูดบทสนทนา  โดยเมื่อตัวละครตัวใดตัวหนึ่งพูด ครูขยับให้ตัวละครนั้นเคลื่อนไหว  ดังนี้


    จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านบทสนทนาในหนังสือเรียน  หน้า 5 ข้อ 4 Say it again.ตามครู
    - Hi! Tina. This is Sam.                
    - Hi! Tina. Nice to meet you.      
    - Hi! Sam. Nice to meet you.      
    - Goodbye!         
    ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การพูดแนะนำผู้อื่นให้รู้จักกัน เราจะใช้โครงสร้างประโยค ดังนี้  ครูเขียนบนกระดาน
    This is        (name)       .    ครูอ่านดังๆ  นักเรียนอ่านตามครู
    ครูขออาสาสมัครนักเรียน  2  คน  ให้เดินออกมาหน้าชั้นเรียน  คือ  ด.ช. เดช  และ  ด.ญ. น้อย  โดยครูยืนอยู่ตรงกลาง  เพื่อแนะนำ  ด.ช. เดช  และ  ด.ญ. น้อย  ให้รู้จักกัน  ครูบอกให้นักเรียนทุกคนสังเกตพฤติกรรมและบทสนทนาหน้าห้องเรียน
      Teacher:       (หันหน้าไปพูดกับ ด.ช. เดช  และผายมือไปทาง  ด.ญ. น้อย)
                          Hi! Dej.  This is Noi.
      Dej:              (หันหน้าไปทาง  ด.ญ. น้อย) 
                          Hi! Noi.  Nice to meet you.  (ยิ้มแย้ม)
      Noi:               Hi! Dej. Nice to meet you, too.  
    ตามธรรมเนียมสากลฝ่ายหญิงควรยื่นมือออกไปก่อน  ฝ่ายชายจึงจะสามารถจับมือเขย่าได้  และเขย่าเพียงเบาๆ  ให้สุภาพ  สายตาจ้องประสานกันและยิ้มแต่พองาม
6. นักเรียนเล่นเกมสามคนอลเวง  เกมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนฝึกพูดสนทนาแนะนำผู้อื่น  กล่าวต้อนรับเพื่อนใหม่และกล่าวลา ด้วยวิธีการที่สนุกสนานในรูปแบบของเกม  วิธีการเล่นมีดังนี้
    1) นักเรียนทุกคนเดินเรียงแถวไปรอบๆ  ห้องเรียน
    2) เมื่อครูเป่านกหวีด  ทุกคนวิ่งหากลุ่ม  โดยกำหนดให้กลุ่มละ  3  คน
    3) นักเรียนทั้ง  3  คน  พูดสนทนาและแสดงท่าทางประกอบคำพูดให้สมจริง  โดยครูเขียนรูปแบบการสนทนาบนกระดาน ดังนี้
           A :          Hi!         B          .
                         This is           C            .                         (ผายมือไปทาง  ด.ช. ซี)
           B:           Hi!         C         .                                   (ด.ช. บี หันหน้าไปทาง ด.ช. ซี)
                         Nice to meet you.                                  ยิ้มแย้ม
           C:           Hi! B. Nice to meet you.                          (ด.ช. บี และ ซี  ต่างจับมือกัน)
           A:           Goodbye.                                              (ด.ช. เอ โบกมือลา)
7. เมื่อครูเป่านกหวีด  ทุกคนรีบวิ่งไปหากลุ่มที่มีสมาชิกกลุ่มไม่ซ้ำกับกลุ่มเดิม  แล้วเริ่มต้นสนทนาแนะนำผู้อื่นอีกครั้ง
8. ครูเป่านกหวีด  4-5  ครั้ง  เพื่อให้นักเรียนเปลี่ยนกลุ่มเรื่อยๆ และฝึกพูดแนะนำตัว  โดยให้แต่ละคนได้สลับบทบาทเป็นทั้ง  A, B  และ  C จนครูมั่นใจว่านักเรียนทุกคนสามารถพูดได้คล่อง  
    ครูสุ่มตัวอย่างนักเรียน  3  กลุ่ม  ให้ออกมาพูดสนทนาหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม
9. ครูเขียนประโยค  What’s your name? บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านประโยคนี้พร้อมๆ  กัน  ครูบอกว่าวันนี้นักเรียนจะได้ร้องเพลง  What’s your name? ในหนังสือเรียน หน้า 6 ข้อ 5 Listen and say. จากนั้นครูเปิด CD/track 6 ให้นักเรียนฟังก่อน 1 ครั้ง  โดยไม่ดูเนื้อเพลงในหนังสือเรียน  เพื่อมุ่งความสนใจไปยังเสียงเพลงเท่านั้น

                                                                      Song
                                                           What’s your name?
                                           What’s your name?
                                           What’s your name?
                                           What’s your name?
                                           What’s your name?
                                                                      My name is Jenny.
                                                                      My name is Bobby.
                                                                      My name is Brainy.
                                                                      Nice to meet you!

    ครูเปิด CD/track 6 ให้นักเรียนฟังอีกหลายๆ ครั้งและร้องเพลงตามจนคล่อง จากนั้นครูให้นักเรียนร้องเพลงพร้อมๆ  กัน โดยในท่อน My nameis ________. ให้นักเรียนร้องโดยใส่ชื่อของตนเองแทน 
    เสร็จแล้วครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ฝึกร้องเพลง What’s your name? ภายในกลุ่มของตนเอง โดยครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 กลุ่ม  ให้ยืนขึ้นร้องเพลงโดยใช้ชื่อจริงของตน  และให้ผู้ฟังปรบมือให้จังหวะเพลงตามไปด้วย
10. นักเรียนเล่นเกม Puppet game (หุ่นกระดาษ)  โดยครูให้นักเรียนหาภาพตัวการ์ตูนที่นักเรียนชื่นชอบมา เช่น Doraemon, Mickey mouse  ครูเตรียมอุปกรณ์ให้นักเรียน ได้แก่  กาวลาเท็กซ์  กระดาษแข็ง  ไม้ไอศกรีม  แล้วให้นักเรียนแต่ละคนประกอบหุ่นกระดาษของตนเอง  โดยการนำกระดาษแข็งไปปิดหลังภาพการ์ตูน  แล้วตัดตามภาพ  จากนั้นจึงติดไม้ไอศกรีม  (ชนิดหวานเย็น)  หลังหุ่นกระดาษนี้  
    นักเรียนดูตัวอย่างหุ่นกระดาษที่ทำเสร็จแล้วได้ในหนังสือเรียน หน้า 7 ข้อ 6  Make a puppet.  และพูดประโยคแนะนำตัวเองตามโครงสร้างที่กำหนดให้
    ครูแบ่งนักเรียนในชั้นเรียนออกเป็น  2  กลุ่มเท่าๆ กัน  (Team work)  ให้นักเรียนแต่ละคนถือหุ่นกระดาษของตนเอง จากนั้นครูให้ทั้ง  2 กลุ่ม นั่งเป็นวงกลมบนพื้น แต่ละกลุ่มคัดเลือกตัวแทนให้ลุกขึ้นพร้อมหุ่นกระดาษของตนเอง ทั้ง 2 คน เดินมาหากันและทักทายกัน  ดังนี้              
    ตัวแทนกลุ่ม  A:  Hi! I’m Pranee.       (ชูหุ่นกระดาษของตนเอง)
    ตัวแทนกลุ่ม  B:  Hi! I’m Theeradej.   (ชูหุ่นกระดาษของตนเอง)
    จากนั้นตัวแทนทั้ง 2 คน  เป่ายิ้งฉุบกัน คนที่แพ้ ต้องกลับเข้าไปอยู่ในวงตามเดิม คนที่เป่ายิ้งฉุบชนะให้ออกมาอยู่นอกวงกลม เสร็จแล้วแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนคนใหม่ออกมาทักทายกันพร้อมหุ่นกระดาษ  เมื่อกลุ่มใดไม่เหลือสมาชิกในวงแล้ว กลุ่มนั้นจะเป็นผู้ชนะ
11. นักเรียนทำกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 7  ข้อ 7 Draw your picture and say your name.  โดยวาดภาพใบหน้าของตนเองลงในกระดาษ A4 นักเรียนคนใดนึกภาพใบหน้าของตนเองไม่ออก  สามารถเดินไปส่องกระจกที่ครูนำมาวางไว้ที่หน้าชั้นเรียนได้  จากนั้นจึงระบายสีภาพใบหน้าตนเองให้สวยงาม  และเขียนชื่อตนเองที่ด้านล่างของภาพ  ซึ่งครูได้สอนนักเรียนให้สะกดชื่อตนเองเป็นภาษาอังกฤษแล้วใน Starter Unit  แต่ถ้านักเรียนคนใดลืม  ครูช่วยเหลือนักเรียนให้เขียนชื่อให้ถูกต้อง  (เขียนเฉพาะชื่อ  ไม่ต้องเขียนนามสกุล)  นักเรียนอาจปรึกษากับเพื่อนๆ  จากนั้นจึงแลกเปลี่ยนกันดูผลงานกับเพื่อน
12. นักเรียนทบทวนการอ่านตัวอักษร  a, b, c ถึง  z  บนกระดานจัดแสดงผลงาน  (Display board)  ซึ่งครูได้ติด  (Poster)  ไว้อย่างถาวร  เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวอักษร  โดยนักเรียนอ่านตามครูทีละตัว  จากนั้นนักเรียนลองอ่านเอง
    ครูเรียกนักเรียนออกมาทีละ 5 คน ให้เขียน a-z แล้วสังเกตว่านักเรียนแต่ละคนลากเส้นตัวอักษรถูกต้องตามหลักการเขียนหรือไม่
13. ครูรวบรวมคำศัพท์ใน  Lesson 1  พิมพ์ใส่กระดาษแผ่นเล็กแจกนักเรียน เพื่อให้นักเรียนไปอ่านทบทวน  (ยังไม่ต้องท่องจำ เพราะนักเรียนอาจยังอ่านไม่คล่อง) เพราะครูจะทดสอบในชั่วโมงหน้า  ครูเน้นให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายของตนเอง

กิจกรรมรวบยอด
1. ครูทบทวนเนื้อหาที่เรียนมาแล้วอีกครั้ง โดยพูดสนทนาทักทายกับนักเรียน 3-4  คนในห้อง เช่น
      Teacher:              Hi!  What’s your name?  
      Nittaya:               Hello!  My name is Nittaya.                           
                                 What’s your name?                           
      Teacher:              I’m Sompong. Nice to meet you.
    จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนักเรียนชายและกลุ่มนักเรียนหญิง โดยให้กลุ่มนักเรียนชายชื่อว่า สมชาย กลุ่มนักเรียนหญิงชื่อว่า สมหญิง และฝึกพูดทักทายกันอีกครั้ง
      Boys:                   Hi!  What’s your name?  
      Girls:                    Hello!  My name is Somying.                        
                                 What’s your name?                           
      Boys:                   I’m Somchai. Nice to meet you.
2. นักเรียนดูภาพในแบบฝึกหัด หน้า 4 ข้อ 1 Trace the words.  แล้วบอกครูว่าเห็นใครอยู่ในภาพบ้าง
    จากนั้นครูให้นักเรียนเขียนประโยคโดยลากเส้นตามรอยจุดที่กำหนดให้  โดยครูอาจสอนวิธีการลากเส้นตัวอักษรเพื่อเขียนประโยคดังกล่าวให้นักเรียนดูบนกระดานก่อน แล้วจึงให้นักเรียนเขียน เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้นักเรียนอ่านประโยคดังกล่าวพร้อมๆ กัน
3. นักเรียนฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กของมือ โดยการลากเส้นตามรอยจุดในประโยคที่กำหนดให้  ในแบบฝึกหัด หน้า 4 ข้อ 2 Trace and match.แล้วให้นักเรียนจับคู่คำพูดดังกล่าวกับภาพตัวละคร  ครูเฉลยคำตอบโดยการบอกนักเรียนว่าประโยค My name’s Jenny. จับคู่กับตัวละครที่เป็นผู้หญิง เพราะ  Jenny  เป็นชื่อของผู้หญิง  ส่วน My name’s Sam. จับคู่กับตัวละครผู้ชาย เพราะชื่อ Sam เป็นชื่อของเด็กผู้ชาย
4. นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม  กลุ่มละ  4  คน  เพื่อช่วยกันหาชื่อตัวละคร 4 ชื่อ ในภาพที่กำหนดให้  
    ในแบบฝึกหัด  หน้า 5  ข้อ 3 Look at the picture. Find the names and colour them.โดยก่อนอื่นนักเรียนอ่านชื่อทั้ง  4  ชื่อพร้อมๆ กันก่อน ตามครู
      Teacher:               Jenny, Sam, Bobby, Brainy  (ครูชี้ไปที่ชื่อทีละชื่อ)
      Students:             อ่านตามครู  และชี้นิ้วตาม
    นักเรียนทุกกลุ่มช่วยกันหาชื่อที่ซ่อนอยู่ในรูปภาพ  เมื่อหาพบแล้วให้วงกลมรอบชื่อแล้วบอกครู  ครูรวบรวมรายชื่อที่นักเรียนพบ แล้วเขียนบนกระดาน  นักเรียนอ่านชื่อเหล่านี้ตามครูอีกครั้งครูถามนักเรียนว่าชื่อคนมักขึ้นต้นด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก  นักเรียนตอบพร้อมเพรียงกันว่า  ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ จากนั้นครูให้เวลานักเรียนในการระบายสีรูปภาพดังกล่าว
5. นักเรียนจับคู่รูปภาพกับประโยค ในแบบฝึกหัด หน้า 6 ข้อ 4 Match the pictures and the sentences.ให้สัมพันธ์กัน  โดยนักเรียนทำงานคู่กับเพื่อนข้างเคียง  (Pair work)  เพื่อช่วยกันคิด จากนั้นจึงโยงเส้นจากรูปภาพไปยังประโยค  นักเรียนช่วยกันเฉลย โดยครูสรุปเฉลยในตอนท้าย  จากนั้นจึงอ่านประโยคทั้งหมดพร้อมๆ  กัน  ถ้านักเรียนยังอ่านไม่คล่องให้นักเรียนอ่านตามครู  แล้วจึงให้นักเรียนอ่านด้วยตนเองพร้อมๆ  กันทุกคน  ครูสุ่มเรียกนักเรียนจากแถวหน้า  2  คน  ให้ยืนขึ้นอ่านทีละคน

    Key  
            รูปที่ 1    Nice to meet you.
            รูปที่ 2    Goodbye!
            รูปที่ 3    Hi! I’m Bobby.
            รูปที่ 4    This is Bobo.

6. นักเรียนเล่นเกม Dangerous ball (ลูกบอลมหาภัย)  เพื่อให้นักเรียนฝึกทักษะการพูดด้วยการเล่นเกม  โดยมีวิธีการเล่นดังนี้
    1)  นักเรียนนั่งล้อมวงเป็นวงกลมขนาดใหญ่
    2)  ครูเป็นผู้เริ่มต้นเป็นคนแรก  ครูยืนกลางวง  มือถือลูกบอล  แล้วพูดประโยคดังนี้
         Teacher:              My name is    (ชื่อ)      .  (หรือ  I am    (ชื่อ)   .)
         ครูโยนลูกบอลไปยังนักเรียนคนหนึ่ง  นักเรียนคนนั้นรับบอลอย่างรวดเร็ว  ครูพูดต่อ
                                    What’s your name?                           (ครูเดินออกจากวงไป)       
         ในที่นี้  ด.ช. ศักดิ์  รับลูกบอลได้  จึงลุกขึ้นไปยืนอยู่กลางวง  แล้วกล่าวด้วยประโยคเดิม
         Sak:                     I am Sak.              (โยนลูกบอลไปที่  ด.ช. เดช)
                                    What’s your name?           (ด.ช. ศักดิ์  เดินออกจากวงไป)
    3)  นักเรียนคนใดรับลูกบอลพลาด  และไม่สามารถแนะนำตนเองหรือถามชื่อผู้เล่นได้ถือว่าแพ้  (ต่อตนเอง)  ให้นักเรียนคนนั้นออกจากวงกลมไป
    4)  ผู้เล่นที่เหลือเป็นคนสุดท้าย  ถือว่าเป็นผู้ชนะ  แต่อย่างไรก็ดี  ผู้ชนะต้องแนะนำตนเองกับครูและถามชื่อครูเช่นกัน

 
การวัดผลและประเมินผล

1. การประเมินก่อนเรียน
    - ประเมินการทำแบบทดสอบ 
2. การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
    - ประเมินการทำแบบฝึกหัด 
    - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทำกิจกรรม
3. การประเมินหลังการเรียน
    - ประเมินการทำแบบทดสอบ 
    - ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
4. การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
    - ประเมินการทำหุ่นกระดาษและพูดแนะนำตัวเอง                                 
    - ประเมินการร้องเพลงภาษาอังกฤษที่กำหนด

 
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน Smile ป. 1
2. แบบฝึกหัด Smile ป. 1
3. Audio CD Smile ป. 1
4. บัตรภาพ บัตรคำ
5. เกม Double Ball Game/ เกม Puppet Game / เกม Dangerous Ball
6. หุ่นกระบอกมือ หุ่นกระดาษ

 
เอกสารแนบ

ไฟล์แบบทดสอบ:

 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา