Log in | วันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. 2562 | 18:24 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

รูปเรขาคณิตสามมิติและปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก (แนวประยุกต์ของโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา)

วิชา : คณิตศาสตร์   ระดับชั้น : ป.5
โพส : วันที่ 2 พ.ย. 2558
โหวต : | เข้าชม : 20,265 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 รูปเรขาคณิตสามมิติและปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก (แนวประยุกต์ของโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติและปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก เวลา 8 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด


     - รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีหน้าตัด (ฐาน) ทั้งสองเป็นรูปหลายเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการและอยู่ในระนาบที่ขนานกัน มีหน้าข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน เรียกว่า ปริซึม
     
- ปริซึมที่มีหน้าทุกหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เรียกว่า ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
     - รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีหน้าตัด (ฐาน) ทั้งสองเป็นรูปวงกลมที่เท่ากันทุกประการและอยู่ในระนาบที่ขนานกัน มีผิวโค้ง เรียกว่า ทรงกระบอก
     - รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานเป็นรูปหลายเหลี่ยม มียอดแหลมซึ่งไม่อยู่บนระนาบเดียวกันกับฐาน และมีหน้าข้างเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่า พีระมิด
     - รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีฐานเป็นรูปวงกลม มียอดแหลมซึ่งไม่อยู่บนระนาบเดียวกันกับฐาน และมีผิวโค้งเรียกว่า กรวย
     - รูปเรขาคณิตสามมิติที่มีผิวโค้งเรียบ ลักษณะเช่นเดียวกับลูกปิงปอง ลูกบอล ลูกแก้ว เรียกว่า ทรงกลม
     - ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีหน้าทุกหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรียกว่า ลูกบาศก์
     - ลูกบาศก์หน่วย เป็นหน่วยในการวัดปริมาตรหรือความจุ  ปริมาตรหรือความจุ 1 ลูกบาศก์หน่วย คือ ปริมาตรหรือความจุของลูกบาศก์ที่มีความกว้าง 1 หน่วย ความยาว 1 หน่วย และความสูง 1 หน่วย
     - ลูกบาศก์เมตร ลูกบาศก์เซนติเมตร ลิตร มิลลิลิตร เป็นหน่วยที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งใช้บอกปริมาตรหรือความจุ

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้


1. สามารถบอกลักษณะและจำแนกรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่างๆ ได้ (ค 3.1 ป.5/1)
2. สามารถบอกความสัมพันธ์ของหน่วยการวัดปริมาตรหรือความจุได้ (ค 2.1 ป.5/1)
3. สามารถหาปริมาตรหรือความจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากได้ (ค 2.1 ป.5/5)

 
สาระการเรียนรู้


ความรู้
     
1. รูปเรขาคณิตสามมิติ
     2. การหาปริมาตร
     3. ความสัมพันธ์ของหน่วยวัดปริมาตรหรือความจุ
ทักษะและกระบวนการ
     1. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
     2. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมายและการนำเสนอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
คุณลักษณะที่พึงประสงค์
     1. ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
     2. มีความรอบคอบและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
     3. ทำงานอย่างมีระบบและมีระเบียบวินัย
     4. มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเอง

 
กิจกรรมการเรียนรู้


กิจกรรมที่ 1 รูปเรขาคณิตสามมิติ

เวลา 2 ชั่วโมง

ชั่วโมงที่ 1
กิจกรรมนำสู่การเรียน 
     1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 
     2. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน  จากนั้นตรวจให้คะแนนโดยไม่เฉลยคำตอบ

            
     1. ครูให้นักเรียนศึกษาชุดเรขาคณิตสามมิติจากสื่อ 8 กลุ่มสาระฯ วิชาคณิตศาสตร์ ที่ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกลม กรวย ปริซึม และพีระมิด และอภิปรายถึงลักษณะต่างๆ ของแต่ละรูปในภาพรวม

          

          

     2. ครูแนะนำลักษณะของฐานหรือหน้าตัด ระนาบเดียวกันกับฐาน หน้าข้าง รูปเรขาคณิตสามมิติ

          
     3. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนในห้องเป็น 6 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสามมิติจากเว็บไซด์ทรูปลูกปัญญา กลุ่มละ 1 ชนิด ตามหัวข้อที่กำหนดให้ คือ
            1)    ลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดนั้น
            2)    การเรียกชื่อ
            3)    ตัวอย่างสิ่งของที่มีลักษณะใกล้เคียง 

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ 
ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้
     1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานจากการศึกษาค้นคว้าตามหัวข้อที่กำหนด ให้เพื่อนและครูร่วมกันซักถามและอภิปรายเพื่อสรุปลักษณะและส่วนประกอบแต่ละส่วนของรูปเรขาคณิตสามมิติ คือ หน้าตัด หน้าข้าง เส้นขอบ และฐาน  ว่าเป็นรูปทรงใด รวมถึงที่มาของการตั้งชื่อ
     2. ครูนำอภิปราย และตั้งคำถาม เพื่อให้นักเรียนสรุปได้ว่า

             เป็นทรงที่มีหน้าตัดทั้งสองเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก และหน้าข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เรียกชื่อตามลักษณะ ตัวอย่างส่วนที่มีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก เช่น กล่องยาสีฟัน กล่องใส่ของต่างๆ เป็นต้น

             เป็นทรงที่ผิวโค้ง เรียบ ไม่มีหน้าตัด เพราะถ้าตัดส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วจะไม่เป็นทรงกลม

             มีหน้าตัดหรือฐานเพียงหนึ่งด้าน เป็นรูปวงกลม มียอดแหลม ซึ่งไม่อยู่บนระนาบเดียวกับฐาน 

              มีหน้าตัดหรือฐานสองหน้าเป็นรูปวงกลม ซึ่งอยู่ในระนาบที่ขนานกัน

             มีหน้าตัดหรือฐานสองหน้าเป็นรูปหลายเหลี่ยมที่เท่ากัน และอยู่ในระนาบที่ขนานกัน เรียกชื่อตามหน้าตัดหรือฐาน

             มีฐานหนึ่งฐานเป็นรูปหลายเหลี่ยม มียอดแหลมไม่อยู่ในระนาบเดียวกันกับฐาน หน้าข้างเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกชื่อตามฐาน                  
     3. ครูนำคำลักษณะต่างๆ ที่สำคัญ มาเน้นหรืออภิปรายให้นักเรียนเข้าใจ เช่น คำว่า อยู่ในระนาบเดียวกัน มีลักษณะอย่างไร              ตัวอย่าง       ยอดแหลมของกรวยไม่อยู่ในระนาบเดียวกันกับฐาน
                           ทรงกระบอกมีหน้าตัดเป็นวงกลมสองรูปที่อยู่ในระนาบเดียวกัน
                           ปริซึมสี่เหลี่ยม เหมือนกันหรือต่างจากทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก อย่างไร
                           ลูกบาศก์ เหมือนกันหรือต่างจากทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก อย่างไร

ชั่วโมงที่ 2 
ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ
     
1. ให้นักเรียนยกตัวอย่างสิ่งของที่มีลักษณะใกล้เคียงรูปเรขาคณิตสามมิติต่างๆ
     2. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เช่น
          1) หาสิ่งของที่มีลักษณะใกล้เคียงกับรูปเรขาคณิตสามมิติที่กำหนดให้
          2) พิจารณารูปเรขาคณิตสามมิติ แล้วตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะ ได้แก่
                   หน้าตัด – ฐาน 
                   ด้านข้าง
                   จำนวนของหน้าตัด / ด้านข้าง
ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ
     ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันพิจารณาภาพรูปเรขาคณิตสามมิติว่า แต่ละรูปประกอบด้วยรูปเรขาคณิตสองมิติใดบ้าง (เกมล่าสมบัติรูปทรงเรขาคณิต) และใบงาน

          
     2. ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของผลงาน
ขั้นที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ
     ให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน 

กิจกรรมรวบยอด
     1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย  และสรุปได้ว่า 
         รูปเรขาคณิตสามมิติ สามารถจำแนกออกได้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปริซึม และพีระมิด
     2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ในหนังสือเรียน
     3. ให้นักเรียนประดิษฐ์ลูกบาศก์ตามแบบที่กำหนดให้ คนละ 1 รูป โดยใช้กรรไกรตัดรูป แล้วประกอบให้เป็นรูปลูกบาศก์ เพื่อใช้ในการหาปริมาตรในครั้งต่อไป
          ขั้นตอนการพับกระดาษ(Origami)
               ใช้กระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3 สี สีละ 2 ชิ้น รวม 6 ชิ้น (ความกว้าง ความยาวตามความเหมาะสม หรือความต้องการ)มีขั้นตอนการพับ (พับตามแนวเส้นประ ) ทั้ง 6 ชิ้น ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 

          
ขั้นตอนที่ 2 

          
ขั้นตอนที่ 3 

          
ขั้นตอนที่ 4 

          
ขั้นตอนที่ 5 

          
ขั้นตอนที่ 6 

          
ขั้นตอนที่ 7 

          
ขั้นตอนที่ 8 

          
ขั้นตอนที่ 9 

          
ขั้นตอนที่ 10 

          
ขั้นตอนที่ 11 

          
ขั้นตอนที่ 12 

                     

กิจกรรมที่ 2 
การหาปริมาตร
เวลา  3 ชั่วโมง

ชั่วโมงที่ 1
กิจกรรมนำสู่การเรียน 
     1. ให้นักเรียนทายว่า ข้อความต่อไปนี้ คืออะไร 
               “ลูกอะไรมี 6  หน้า                แต่ละหน้าเป็นฝาแฝดกัน      
                นับจุดยอดได้ 8  พลัน           ส่วนขอบนั้นหนึ่งโหลเอย”
     2. ครูทบทวนลักษณะของลูกบาศก์ โดยพิจารณาลูกบาศก์ที่แต่ละคนประดิษฐ์ขึ้น หรือตามที่ครูนำตัวอย่างมาจากสื่อ 8 กลุ่มสาระฯวิชาคณิตศาสตร์ ให้ เพื่อสรุปได้ว่า ลูกบาศก์เป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีหน้าทั้ง 6 หน้า เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีจุดยอดมุม 8 จุด และมีเส้นขอบ 12  เส้น

          
     3. ให้นักเรียนวัดความยาวของขอบแต่ละด้าน จะพบว่า ทุกด้านยาวเท่ากัน คือ กว้าง 1 หน่วย ยาว 1 หน่วย  และสูง 1 หน่วย เรียกว่ามีปริมาตรเป็น 1 ลูกบาศก์หน่วย ใช้อักษรย่อว่า “ลบ. หน่วย”  และลูกบาศก์ที่มีปริมาตร 1 ลบ. หน่วยนี้ จะเรียกว่า ลูกบาศก์หน่วย ซึ่งเป็นหน่วยในการวัดปริมาตร 

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้
     1. ให้นักเรียนแต่ละคนนำลูกบาศก์หน่วยหลายๆ ลูกมาวางเรียงกัน ให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากขนาดต่างๆ แล้วหาปริมาตร โดยการนับจำนวนลูกบาศก์ทั้งหมด เช่น

             3 ลบ. หน่วย

             8 ลบ. หน่วย                  

     2.  ให้นักเรียนใช้ลูกบาศก์ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
            1) วางเรียงลูกบาศก์ให้มีความกว้าง ความยาว และความสูงตามที่กำหนดให้ บันทึกผลลงในตาราง และสรุปผลการทำกิจกรรม เช่น “วางเรียงลูกบาศก์ให้มีความกว้าง 3 หน่วย ยาว 4 หน่วย  และสูง 1 หน่วย” แล้วนับลูกบาศก์ เพื่อหาว่า ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากนี้มีปริมาตรเท่าใด

           

ชั่วโมงที่ 2 
ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ
     
1. ให้นักเรียนหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก โดยการนับลูกบาศก์เป็นลูกบาศก์หน่วย และลูกบาศก์เซนติเมตร
     2. ให้นักเรียนพิจารณาทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากที่กำหนดให้ในลักษณะต่างๆ นับด้านกว้าง ด้านยาว และความสูง และหาปริมาตร 8-10 ข้อ
ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ
     1. ครูนำภาพทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากในลักษณะต่างๆ ที่ไม่ตีตาราง แต่เขียนความยาวของด้านกว้าง ด้านยาว และความสูงกำกับไว้ ให้นักเรียนหาปริมาตร
     2. ครูนำสิ่งของที่มีลักษณะตันที่หาได้ เช่น ก้อนอิฐ  แท่งไม้ แผ่นกระดาน แผ่นซีเมนต์ปูพื้น  เป็นต้น มาให้นักเรียนวัดขนาด (ความกว้าง ความยาว และความสูงหรือความหนา) แล้วคำนวณหาปริมาตร

           
     3. ครูนำกล่องหรือลังบรรจุสินค้า เช่น ลังนม กล่องนม มาให้นักเรียนสังเกตและเปรียบเทียบกับสิ่งของในข้อ 2 ว่า เหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพื่อให้เห็นว่า สิ่งของทั้งสองกลุ่มมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากเหมือนกันแต่ต่างกันที่สิ่งของในข้อ 2 มีลักษณะตัน แต่สิ่งของในข้อ 3 มีลักษณะกลวง ซึ่งสามารถบรรจุสิ่งของลงไปได้
     4. ให้นักเรียนทดลองใช้ลูกบาศก์ที่มีอยู่ใส่ลงไปในกล่องกระดาษขนาดต่างๆ ให้เต็ม เพื่อหาความจุของกล่องนั้น
     5. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนสรุปความแตกต่างของ “ปริมาตร” และ “ความจุ” ได้ว่า
           - ปริมาตรใช้กับสิ่งของที่ตัน หรือเป็นปริมาตรของสิ่งของต่างๆ
           - ความจุ ใช้กับภาชนะที่ใช้ใส่สิ่งของต่างๆ ซึ่งมีลักษณะกลวง
     6. ครูและนักเรียนช่วยกันนำสถานการณ์ที่พบในชีวิตประจำวันมาสร้างโจทย์การหาปริมาตรและความจุ และช่วยกันแสดงวิธีทำ เช่น “ขุดสระน้ำขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ลึก 3 เมตร ต้องขุดดินออกคิดเป็นปริมาตรเท่าใด และสระน้ำจะจุน้ำได้เท่าใด” (หรือกี่ลูกบาศก์เมตร)
     7. ครูนำอภิปรายและสรุปได้ว่า เราสามารถหาปริมาตรหรือความจุของสิ่งของต่างๆ ได้โดยใช้สูตร  "ความกว้าง × ความยาว × ความสูง"

ชั่วโมงที่ 3 
ขั้นที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ
     
1. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดการหาปริมาตร และโจทย์ปัญหาการหาปริมาตร หรือความจุของสิ่งของต่างๆ
     2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน และทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ในหนังสือเรียน 
กิจกรรมรวบยอด
     
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย  และสรุปได้ว่า การหาปริมาตรเป็นการหาขนาดของทรงตัน หรือความจุของทรงกลวง
         - สูตรการหาปริมาตรหรือความจุ = ด้านกว้าง × ด้านยาว × ความสูง
         - ลูกบาศก์หน่วย คือ หน่วยในการวัดปริมาตรหรือความจุ
         - 1 ลูกบาศก์หน่วย คือ ปริมาตรหรือความจุของลูกบาศก์ขนาดกว้าง  1 หน่วย ยาว 1 หน่วย      และความสูง1 หน่วย
     2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ในหนังสือเรียน  

กิจกรรมที่ 3 
ความสัมพันธ์ของหน่วยวัดปริมาตรหรือความจุ
เวลา  3 ชั่วโมง

ชั่วโมงที่ 1-2
กิจกรรมนำสู่การเรียน 
     ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม สำรวจสินค้าที่ขายในตลาดหรือร้านต่างๆ ว่า แต่ละชนิด / ประเภท มีหน่วยในการบอกปริมาตรหรือปริมาณอะไรบ้าง แต่ละหน่วยที่ใช้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

          

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 สังเกต  รับรู้
     1. ครูนำนม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำเปล่า น้ำมันพืชที่มีขนาด 1 ลิตรเท่ากัน แต่มีหน่วยต่างกัน เช่น มิลลิลิตร ซี.ซี.ลิตร ลูกบาศก์เซนติเมตร มาให้นักเรียนสังเกต หรือตรวจสอบโดยการตวง เพื่อให้สรุปว่า                                                   
                      1 ลิตร               =         1,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร (C.C.)
                      1 ลิตร               =         1,000 มิลลิลิตร
                      1 มิลลิลิตร         =         1 ลูกบาศก์เซนติเมตร
          ครูวาดถังทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และสูง 1 เมตร ให้นักเรียนคิดว่า ถ้าใช้ภาชนะที่จุ 1 ลิตร ตักน้ำเทใส่ถังดังกล่าว จะต้องใช้น้ำกี่ลิตรจึงจะเต็มถังพอดี

          
     3. ครูแนะนำวิธีการคำนวณ

                           
ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ
     
1. ให้นักเรียนเปลี่ยนหน่วยปริมาตรที่กำหนดให้ เป็นหน่วยใหม่ที่มีปริมาตรเท่าเดิม เช่น
            - น้ำปลา 2 ลิตร= 2 × 1,000  =  2,000 ลบ.ซม.
            - ข้าวสาร 8 ลิตร= 8 × 1,000  =  8,000 ลบ.ซม.
            - น้ำปลา  0.750  ลูกบาศก์เซนติเมตร  = 750 / 1000 =  0.75 ลิตร
     2. ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการเปลี่ยนหน่วยปริมาตร ในหนังสือเรียน 

ชั่วโมงที่ 3 
                 
ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ
     
1. ครูกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรให้นักเรียนหาคำตอบ เช่น
         - บ่อน้ำกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 1 เมตร มีน้ำอยู่ 1 / 2 ของบ่อ มีน้ำอยู่กี่ลูกบาศก์เมตร
     2. ครูกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรให้นักเรียนแสดงวิธีทำ เช่น
          - มีน้ำส้ม 5 ลิตร แบ่งใส่ขวดขนาดยาว 10 ซม. สูง 10 ซม. ได้กี่ขวด
     3.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงการแสดงวิธีทำและสรุปวิธีการแก้ปัญหาที่ต้องหาปริมาตรของบ่อหรือของขวดเล็กก่อน แล้วจึงคำนวณหาปริมาตรของน้ำหรือจำนวนขวด
ขั้นที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ
     ให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้  ในหนังสือเรียน  

กิจกรรมรวบยอด
     
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย  เพื่อสรุปได้ว่า ลูกบาศก์เมตร ลูกบาศก์เซนติเมตร ลิตร และมิลลิลิตร มีความสัมพันธ์กัน คือ           1 ลิตร   =   1,000  ลบ.ซม.
         1 มิลลิลิตร   =   1 ลบ.ซม.
         1,000 ลิตร   =   1 ลบ.ม.
     2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการคิด ในหนังสือเรียน
     3. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ
     4. ครูมอบหมายให้นักเรียนจัดทำชิ้นงานกิจกรรมบูรณาการสร้างสรรค์ในหนังสือเรียน โดยให้นักเรียนหากล่องที่มีขนาดแตกต่างกันมา 8-10 ใบ แล้ววัดหาความกว้าง ความยาว และความสูงของกล่องแต่ละใบ แล้วหาปริมาตรหรือความจุของกล่องนั้น จากนั้นนำกล่องมาประดิษฐ์เป็นหุ่นยนต์หรือสัตว์
     5. ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดส่งผลงาน 

 
การวัดผลและประเมินผล


หลักฐานการเรียนรู้
  (ชิ้นงานสุดท้ายที่แสดงพฤติกรรมการเรียนรู้รวบยอด)
     1. กิจกรรมพัฒนาการคิด 
     2. ผลงานเรื่อง  นำกระดาษมาประดิษฐ์เป็นลูกบาศก์
วิธีการวัดและประเมินผล
     1. ตรวจการทำกิจกรรมพัฒนาการคิด 
     2. ประเมินผลงานเรื่อง  นำกระดาษมาประดิษฐ์เป็นลูกบาศก์
     3. สังเกตการใช้ความรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม จากการทำกิจกรรมพัฒนาการคิด
     4. สังเกตการใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร  การสื่อความหมาย  และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  จากการทำกิจกรรมพัฒนาการคิด
     5. สังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัติกิจกรรม
เครื่องมือวัดและประเมินผล และเกณฑ์
     1. กิจกรรมพัฒนาการคิด
     2. แบบประเมินผลงาน

 
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้


1. สื่อการเรียนรู้  (ตัวอย่าง : สื่อฯ มมฐ. หลักสูตรแกนกลางฯ คณิตศาสตร์ ป.5)
2. สื่อเว็บไซด์ทรูปลูกปัญญา
3. โปรแกรมสื่อ 8 กลุ่มสาระ ฯ วิชาคณิตศาสตร์
4. บัตรคำ และบัตรภาพรูปเรขาคณิตสามมิติ
5. แถบโจทย์ปัญหา
6. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)

 
เอกสารแนบ

ไฟล์ใบงาน:

ไฟล์แบบทดสอบ:

 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : โรงเรียนวัดดอนทราย
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้