Log in | วันจันทร์ที่ 16 ก.ย. 2562 | 9:08 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

อาหารดีมีประโยชน์ (แนวประยุกต์ของโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา)

วิชา : สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก   ระดับชั้น : อ.2
โพส : วันที่ 30 ต.ค. 2558
โหวต : | เข้าชม : 29,480 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารดีมีประโยชน์ (แนวประยุกต์ของโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา) ชั้นอนุบาลปีที่ 2
เรื่อง อาหารดีมีประโยชน์ เวลา 1 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

      อาหาร  คือสิ่งที่รับประทานได้  และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย  สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการอาหารช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตและแข็งแรง

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะ หรือสัญญาณหรือคำสั่งได้

2. สร้างผลงานตามความคิดและจินตนาการของตนเองได้

3. เล่าเรื่องจากผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นตามจินตนาการได้

4. ร่าเริง สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ดี

5. ร่วมปฏิบัติตนในการเล่น และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้

6. เป็นผู้นำผู้ตามที่ดี

7. บอกชื่ออาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้

8. ถามคำถาม/ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจได้

9. รักหนังสือและมีความสนใจในการอ่าน เขียน

10. แสดงความรู้สึกและอารมณ์เหมาะสมกับเหตุการณ์

11. สังเกตสิ่งที่เหมือนหรือต่างกันได้

12. บอกประโยชน์ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

13. มีน้ำใจ  เอื้อเฟื้อ  การแบ่งปัน

14. มีวินัยในตนเองและความรับผิดชอบ

15. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

16. ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

17. ชื่นชมและแสดงออกขณะทำงานศิลปะ

18. ชื่นชมและแสดงออกในการเคลื่อนไหว

19. ความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา

20. บอกผลการทดลองได้                                             

21. พูดทักทาย เป็นภาษาอังกฤษได้           

 
สาระการเรียนรู้
      อาหารที่มีประโยชน์    
 
กิจกรรมการเรียนรู้

     ครูพูดทักทาย สนทนาทบทวนจากสัปดาห์ก่อน Good morning Good afternoon

1.  กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ

                 ครูและนักเรียนร้องเพลง” ยินดีที่พบกัน”พร้อมทำท่าประกอบเพลงจากคาราโอเกะ(True Click Life)       

     1.1  กิจกรรมพื้นฐาน เด็ก ๆ เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะอย่างอิสระไปทั่วบริเวณ

                 เมื่อได้ยินสัญญาณ  “หยุด”ให้หยุดอยู่ในท่านั้นทันที

     1.2 ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายไปทั่ว ๆ  บริเวณตามสัญญาณ  เมื่อได้ยินสัญญาณหยุดให้หยุดเคลื่อนไหวและปฏิบัติตามคำสั่ง   เช่น

           -   ทำท่าทางรับของจากผู้ใหญ่               -   ทำท่าทางเดินผ่านผู้ใหญ่

            -   ทำท่าทางส่งของให้ผู้ใหญ่                -   ทำท่าทางการนั่งต่อหน้าผู้ใหญ่

     1.3   ช่วยกันสรุปการแสดงท่าที่เหมาะสมและให้ปฏิบัติซ้ำอีก

     1.4  ให้เด็ก ๆ ทำกิจกรรมในข้อ 1.2-1.3  ซ้ำอีก

 2.  กิจกรรมเสริมประสบการณ์

       2.1  เด็กและครูร่วมกันร้องเพลง “อาหารดี”

       2.2 ให้เด็กบอกชื่ออาหารที่มีประโยชน์ในเนื้อเพลง

       2.3  นำภาพอาหารหลัก ๕ หมู่  มาให้นักเรียนดูและสังเกตว่ามีอะไรที่บอกในเนื้อเพลง

       2.4  เด็กและครูร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารนั้น ๆ  ที่มีผล

ต่อการเจริญเติบโต  ให้พลังงาน  และป้องกันโรค

       2.5  ช่วยกันสรุปประโยชน์ของอาหาร  และพูดคำคล้องจองอาหารของเราตามครู 

แล้วให้เด็กสรุปอีกครั้ง

       2.6 ทำการทดลองกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  การทดลองอินดิเคเตอร์จากพืช

 3.  กิจกรรมสร้างสรรค์

              -  แบ่งกลุ่มงานสร้างสรรค์ ออกเป็น  3 กลุ่ม คือ 

กิจกรรมที่  1 ปลาในน้ำใส           

     1. ตัดเศษกระดาษให้เป็นช่อง 

     2. นำกระดาษที่ตัดเป็นช่องวางลงบนกระดาษสีขาวใช้เศษสีเทียนระบายลงในช่อง

     3. ยกกระดาษขึ้นและวาดต่อเติมเป็นภาพปลาอย่างสร้างสรรค์

กิจกรรมที่  2  ดอกไม้ลายเส้นสวย

     1. ตัดเศษกระดาษให้เป็นช่อง 

     2. นำกระดาษที่ตัดเป็นช่องวางลงบนกระดาษสีขาวใช้เศษสีเทียนระบายลงในช่อง

     3. ยกกระดาษขึ้นและวาดต่อเติมเป็นภาพปลาอย่างสร้างสรรค์

กิจกรรมที่  3  งานปั้นดินน้ำมัน  กิจกรรมการปั้นตามความคิดและจินตนาการของตนเอง

     4.  เด็ก ๆ เลือกปฏิบัติกิจกรรมตามกลุ่มงาน  อย่างอิสระและตามความสนใจของตนเอง

     5. เมื่อทำเสร็จแล้ว เด็ก ๆ เขียนชื่อตนเองในชิ้นงาน  และนำเสนอผลงาน ของตนเอง

     6. เด็กและครูร่วมกันประเมินผลงาน  ครูเสริมแรงด้วยการกล่าวชื่นชมผลงาน และให้

กำลังใจในการนำเสนองานของเด็ก ๆ

    7.เด็กทำใบกิจกรรมท้ายบทเรียนที่ 6 (True Click Life) 

    8. เมื่อเลิกทำกิจกรรมแล้วต้องช่วยกันจัดเก็บและทำความสะอาดให้เรียบร้อยทุกครั้ง

 4.  กิจกรรมเสรี    

      4.1กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน   ครูอาจใช้เวลาประมาณ  5 – 10  นาที ทุกวัน อ่านนิทานคำคล้องจอง หรือหนังสือภาพที่น่าสนใจให้เด็ก ๆ ฟังนอกจากครูอ่านให้ฟังแล้ว เด็ก ๆ อาจอ่านเป็นกลุ่มหรืออ่านคนเดียว  ในมุมหนังสือหรือมุมอ่าน โดยครูแสดงวิธีจับและเปิดหนังสือที่ถูกต้องให้เด็กดูบอกความสำคัญของหนังสือเพื่อให้เด็กจับและเปิดหนังสือได้ถูกต้องรวมทั้งปลูกฝังให้เด็กรักและถนอมหนังสือที่อ่าน    

      ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในมุมหนังสือหรือมุมอ่าน โดยให้เด็ก ๆ  มารวมกันที่มุมนี้

      ครูเป็นผู้อ่านให้ฟัง  หนังสือที่ครูใช้อ่านควรเป็นบทคล้องจอง บทเพลงหรือนิทาน/ เรื่องราวที่เป็น

คำสัมผัสคล้องจองสนุกสนาน เร้าใจ  และเมื่ออ่านจบต้องให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์หลังอ่านจบลง  เช่น  เด็กได้เล่าเรื่องซ้ำ  สนทนาเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง  การแสดงความคิดเห็น  ออกมาชี้ภาพ  ชี้คำ ชี้ตัวหนังสือ เล่นบัตรคำ เล่นเกมเกี่ยวกับภาษา  ครูใช้คำถามกับเด็กหลังการอ่าน และคำถามที่เหมาะสมก็คือคำถามปลายเปิด

     4.2 เด็ก ๆ เล่นตามมุมประสบการณ์ในชั้นเรียนตามความพอใจ  เช่น  มุมบ้าน  มุมหนังสือ มุมหมอ  มุมวิทยาศาสตร์  มุมบล็อก ฯลฯ

     4.3 เมื่อเลิกเล่น เด็ก ๆ ช่วยกันจัดเก็บของเล่นเข้าที่ให้เรียบร้อย

 5.  กิจกรรมกลางแจ้ง

      5.1 เด็กและครูร่วมทำข้อตกลงเกี่ยวกับการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน การระมัดระวังเกี่ยวกับ

ความปลอดภัยในการเล่น

     5.2 เด็กเดินเป็นแถวไปในสนาม แบ่งเด็กเป็นแถวเท่า ๆ กัน และอบอุ่นร่างกาย  โดยให้

อาสาสมัครออกมาทำท่านำในการอบอุ่นร่างกาย ทีละคน  ประมาณ 2 -3 คน

      5.3  ครูแนะนำวิธีการเล่นเกม    เสือไล่วัว  และแบ่งเด็กเป็นกลุ่ม ๆ ละ   ๑๐   คน  ให้เด็กเล่นทีละกลุ่มกลุ่มที่ยังไม่ได้เล่นให้ช่วยเป็นกรรมการ   และดูแลความปลอดภัย โดยจับมือเป็นวงให้ผู้เล่นอยู่ในวง

      5.4   ขั้นตอนการเล่นมีดังนี้

              -    นำผ้ามาผูกตาผู้เล่นทั้ง   ๑๐   คน เป็นเสือ  ๕  ตัว  วัว  ๕  ตัว  ยืนแยกกันในวง

              -     ผู้เล่นเป็นเสือร้องโฮกปิ๊บ   ผู้เล่นเป็นวัวร้อง  มอ ๆ      เสือจำเสียงได้จะย่องเข้าไปจับวัว   วัวก็พยายามหนีเสือออกนอกวง  ถ้าเสือจับวัวได้ในวงตัวหนึ่งให้วัวตัวนั้นเป็นเสือแทน  ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมด

จบเกม  เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดให้หยุดการเล่น และทำความสะอาดร่างกาย กลับเข้าชั้นเรียน

 6.  เกมการศึกษา

       6.1 แนะนำการเล่นเกมจับคู่ภาพกับเงาได้

       6.2 แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มเล่นเกมชุดใหม่และเกมที่เคยเล่นมาแล้ว

 
การวัดผลและประเมินผล
สิ่งที่ต้องการวัด
วิธีการวัด
เครื่องมือ
 

1. การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะ หรือสัญญาณหรือคำสั่ง

 

1. การสังเกต

 

1. แบบสังเกตพฤติกรรม

 

2. การสร้างผลงานตามความคิดและจินตนาการของตนเอง

 

2. การบันทึก

 

2. แบบบันทึก

 

3. การเล่าเรื่องจากผลงานศิลปะที่สร้างขึ้นตามจินตนาการ

 

3. การตรวจผลงาน

 

3. แบบฝึก

 

4. ความร่าเริง สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ดี

 

4. การสอบถาม

 
 5. การร่วมปฏิบัติตนในการเล่น และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น    
 

6.การเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี

   
 

7. การบอกชื่ออาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

   
 

8. การถามคำถาม/ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ

   
 

9. การรักหนังสือและมีความสนใจในการอ่าน เขียน

   
 

10. การแสดงความรู้สึกและอารมณ์เหมาะสมกับเหตุการณ์

   
 

11. การสังเกตสิ่งที่เหมือนหรือต่างกัน