Log in | วันพุธที่ 17 ก.ค. 2562 | 19:57 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

หลักธรรมนำความสุข (แนวประยุกต์ของโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา)

วิชา : สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม   ระดับชั้น : ป.3
โพส : วันที่ 28 ต.ค. 2558
โหวต : | เข้าชม : 2,205 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 หลักธรรมนำความสุข (แนวประยุกต์ของโรงเรียนในโครงการทรูปลูกปัญญา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
เรื่อง พระไตรปิฎกน่ารู้ เวลา 2 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

        ชาวพุทธควรศึกษาความรู้เรื่อง พระไตรปิฎก และพุทธศาสนสุภาษิต เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้พ้นจากความทุกข์และสามารถดำเนินชีวิตได้ อย่างมีความสุข

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

                  ส 1.1  ป.3/4  บอกความหมาย ความสำคัญของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือ
                  1.1  ป.3/5  แสดงความเคารพพระรัตนตรัย และปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพุทธศาสนาหรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือตามที่กำหนด         

         จุดประสงค์การเรียนรู้

  1. บอกความหมาย ความสำคัญของพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือได้
  2. บอกความหมายของพุทธศาสนสุภาษิตที่กำหนดได้

 
สาระการเรียนรู้

      1. ความสำคัญของพระไตรปิฎก เช่น เป็นแหล่งอ้างอิงของหลักธรรมคำสอน
      2. พุทธศาสนสุภาษิต 
          - ททมาโน ปิโย โหติ : ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก 
          - โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ : เปล่งวาจาไพเราะให้สำเร็จประโยชน์

 

 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด 
    - ทักษะการคิดวิเคราะห์
    - ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 
    - กระบวนการปฏิบัติ
    - กระบวนการทำงานกลุ่ม

 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

  1. มีวินัย
  2. ใฝ่เรียนรู้
  3. มุ่งมั่นในการทำงาน

 
กิจกรรมการเรียนรู้

          (วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการกลุ่ม, กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ วิธีสอนแบบการแสดงบทบาทสมมุติ)

 ชั่วโมงที่ 1

  1. ครูให้นักเรียนดู รูปภาพพระไตรปิฎก แล้วครูถามนักเรียนว่าคัมภีร์ดังกล่าวเป็นคัมภีร์ใดมีความสำคัญอย่างไร โดยครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม เพื่อนำเข้าสู่บทเรียน

  2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง พระไตรปิฎก จากหนังสือเรียน และสื่อดิจิตอลเสริมการเรียนการสอน 8 กลุ่มสาระวิชา True ปลูกปัญญา วิชาพุทธศาสนา เรื่อง  ความรู้เบื้องต้นของพระไตรปิฎก

  3. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน โดยครูคอยอธิบายเพิ่มเติม

  4. นักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง พระไตรปิฎก เสร็จแล้วนำส่งครูผู้สอน

  5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนแผนผังความคิดเกี่ยวกับพระไตรปิฎก โดยให้ครอบคลุมประเด็นที่กำหนดให้ ดังนี้

    1) ความความหมายของพระไตรปิฎก

    2) ความสำคัญของพระไตรปิฎก

  6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน โดยครูคอยแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ

  7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง พระไตรปิฎก

 

 ชั่วโมงที่2

  1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม แบ่งออกเป็น 2 คู่ ให้แต่ละคู่ศึกษาพุทธศาสนสุภาษิต และทำใบงานตามที่กำหนดให้ ดังนี้

    - คู่ที่ 1 ศึกษาพุทธศาสนสุภาษิต    ททมาโน ปิโย โหติ  :  ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
แล้วทำใบงานที่ 2.2 เรื่อง ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก

    - คู่ที่ 2 ศึกษาพุทธศาสนสุภาษิต    โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ  :  เปล่งวาจาไพเราะให้สำเร็จประโยชน์และทำใบงานที่ 2.3 เรื่อง เปล่งวาจาไพเราะให้สำเร็จประโยชน์

  2. นักเรียนแต่ละคู่ผลัดกันเล่าความรู้ที่ได้จากการศึกษา แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจคำตอบในใบงานเสร็จแล้วนำส่งครูผู้สอน

  3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกพุทธศาสนสุภาษิตที่เรียนมา 1 พุทธศาสนสุภาษิต มาแต่งเป็นนิทานสั้นๆ แล้วออกมาแสดงบทบาทสมมุติให้เพื่อนดูที่หน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนฝึกซ้อมการแสดงและแบ่งหน้าที่กันตามความเหมาะสม

  4. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมุติตามความพร้อม โดยครูและเพื่อนนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ

  5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิตนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

 
การวัดผลและประเมินผล
วิธีการ
 เครื่องมือ  เกณฑ์
 ตรวจใบงานที่ 2.1   ใบงานที่ 2.1  ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
 ตรวจใบงานที่ 2.2   ใบงานที่ 2.2  ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
 ประเมินแผนผังความคิด แสดงความหมาย   
 และความสำคัญของพระไตรปิฎก
  แบบประเมินแผนผังความคิด แสดงความหมาย  
  และความสำคัญของพระไตรปิฎก
 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์  
 ประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ   แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ  ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
 ประเมินการนำเสนอผลงาน   แบบประเมินการนำเสนอผลงาน  ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
 สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล   แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล