Log in | วันศุกร์ที่ 19 ก.ย. 2557 | 4:48 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

กระบวนการศึกษาวิทยาศาสตร์

วิชา : วิทยาศาสตร์   ระดับชั้น : ม.1
โพส : วันที่ 16 ก.พ. 2555
โหวต : | เข้าชม : 12,578 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กระบวนการศึกษาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เวลา 3 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

วิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่สามารถแสดงหรือพิสูจน์ได้ โดยเกิดจากการสังเกตประเด็นที่ต้องการหาคำตอบ  นำไปสู่การตั้งสมมติฐาน การทดลอง รวบรวมข้อมูล เพื่อสรุป หรืออธิบายประเด็นนั้นๆ

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

ตัวชี้วัด
   ว 8.1
  ม.1-3 /1  ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบหรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจ
ได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
             ม.1-3 /2  สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้ และวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลายๆ วิธี

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ระบุวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นขั้นตอน และถูกต้อง
2. ใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง และเหมาะสมกับวิธีการทดลอง
3. สรุปทักษะการสังเกตเพื่อกำหนดประเด็นศึกษาได้

 
สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง  
 - กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 
   · วิธีการทางวิทยาศาสตร์
   · การฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์

 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
 -
ทักษะการคิดวิเคราะห์
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 
 - กระบวนการปฏิบัติ
 - กระบวนการทำงานกลุ่ม  

 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน

 
กิจกรรมการเรียนรู้

(วิธีสอนแบบสืบสอบ / วิธีสอนแบบร่วมมือ : เทคนิคการต่อเรื่องราว / วิธีการสอนแบบกรณีศึกษา)
นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 1

ชั่วโมงที่ 1-2
1. นักเรียนสังเกตบีกเกอร์ขนาด 1,000 ml.จำนวน 2 ใบ  ซึ่งใส่น้ำไว้ 750 ml. (โดยบีกเกอร์ใบที่ 1 ละลายเกลือไว้ 10 ช้อนชา)   จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันบอกลักษณะของสิ่งที่สังเกตได้จากบีกเกอร์ใบที่ 1 และใบที่ 2 โดยครูเขียนสิ่งที่ได้จากการสังเกตของนักเรียนบนกระดาน
2. นักเรียนตั้งประเด็นที่สงสัยจากการสังเกตบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ
3. ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิด เพื่อทบทวนความเข้าใจ เรื่อง ตัวแปร ดังนี้
    - หากต้องการทราบความแตกต่างของน้ำ โดยการนำไข่ไก่ใส่ลงในบีกเกอร์  บีกเกอร์ละ 1ใบ ตัวแปรที่ต้องควบคุมมีอะไรบ้าง (ขนาดไข่ไก่  คุณสมบัติของไข่ไก่ ปริมาณน้ำ)
4. นำไข่ใส่ลงในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ  นักเรียนสังเกต และบอกสิ่งที่สังเกตได้ โดยครูเขียนบนกระดาน 
      แนวคำตอบ : คำตอบที่คาดหวัง คือ ในบีกเกอร์ใบที่ 1 ไข่ลอย ส่วนในบีกเกอร์ใบที่ 2 ไข่จม
5. จากกิจกรรมในขั้นสร้างความสนใจ ครูตั้งประเด็นคำถาม  “ ไข่ลอยได้อย่างไร” เพื่อให้นักเรียนตั้งสมมติฐาน (การคาดเดาคำตอบอย่างมีเหตุผล)  เช่น น่าจะมีอะไรละลายอยู่ในบีกเกอร์ใบที่ 1 จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันใช้ความรู้เรื่อง การแยกสารละลาย เพื่อแยกสารในบีกเกอร์
      แนวคำตอบ : การระเหยแห้ง
6. ครูทำการระเหยแห้งน้ำในบีกเกอร์ ทั้ง 2 ใบ  โดยใช้หลอดหยดดูดน้ำจากบีกเกอร์  หยดในกระจกนาฬิกา ซึ่งวางไว้บนตะแกรงแอลกอฮอล์ แล้วทำการระเหยแห้ง (ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายว่าเพราะเหตุใด ครูจึงเลือกทำการระเหยแห้งแค่ตัวอย่างน้ำ ไม่ทำการระเหยแห้งน้ำทั้งบีกเกอร์) จากนั้นให้นักเรียนออกมาสังเกตผลการทดลองครั้งละ 5 คน จนครบทั้งห้อง  แล้วร่วมกันลงความเห็น ถึงสิ่งที่ได้จากการทดลอง
      แนวคำตอบ : พบเกลืออยู่ในบีกเกอร์ใบที่ 1 ดังนั้น เกลือน่าจะเป็นสาเหตุของการทำให้ไข่ลอย
7. ให้นักเรียนตั้งประเด็นที่สงสัยเพิ่มเติม  (ประเด็นที่คาดหวัง คือ ปริมาณเกลือมีผลต่อการจม การลอยของไข่หรือไม่  อย่างไร )
8. นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-7 คน ให้นักเรียนช่วยกันตั้งสมมติฐาน โดยระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุม จากนั้นทำการทดลองตามใบงานที่ 1.1  การทดลอง ไข่จม ไข่ลอย พร้อมทั้งบันทึกผลลงในใบงาน
9. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทดลอง        
10. จากกิจกรรมขั้นสำรวจและค้นหา ครูและนักเรียนร่วมกันพูดคุยถึงคุณสมบัติของน้ำที่เกิดจากการละลายเกลือลงไป(ทำให้ความหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น) แล้วให้นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ 1.1  ทะเลสาบเดดซี  จากนั้นตอบคำถามในใบงานที่ 1.2  ทะเลสาบเดดซี
11. ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ 
    - หากเปลี่ยนตัวละลาย จากเกลือเป็นตัวละลายอื่น นักเรียนคิดว่า จะให้ผลการทดลองเหมือนหรือแตกต่างจากเดิมหรือไม่ อย่างไร
12. นักเรียนทำการทดลองซ้ำ โดยเปลี่ยนตัวทำละลาย (น้ำตาล/ผงชูรส) บันทึกผลการเปรียบเทียบลงในใบงานที่ 1.1 จากนั้นแลกเปลี่ยนผลการทดลองที่ได้กับกลุ่มอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบผลของความหนาแน่น  และศึกษาใบความรู้ที่ 1.2 ความหนาแน่น
13. ให้นักเรียนเขียนกระบวนการตามลำดับขั้นตอนของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ พร้อมอธิบายและยกตัวอย่างลงในใบงานที่ 1.3  วิธีการทางวิทยาศาสตร์

ชั่วโมงที่ 3
1. ให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยกำหนดหมายเลข 1  2 และ 3  (สมาชิกในกลุ่ม 1 คน ต่อ 1 หมายเลข)
2. ครูเตรียมกิจกรรมฐานการเรียน 3 ฐาน ดังนี้
    - ฐานที่ 1  การใช้หลอดหยด
    - ฐานที่ 2  การใช้ช้อนตักสาร
    - ฐานที่ 3  การเขย่าสารละลาย
      จากนั้นให้แต่ละกลุ่ม ส่งสมาชิกเข้าร่วมทำกิจกรรมตามฐานตามหมายเลข  ได้แก่ หมายเลข 1 เข้าทำกิจกรรมฐานที่ 1  หมายเลข 2  เข้าทำกิจกรรมฐานที่ 2  และหมายเลข 3  เข้าทำกิจกรรมฐานที่ 3
3. นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มศึกษาวิธีการใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์
4. นักเรียนแต่ละคนกลับเข้ากลุ่มเดิม  เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์แก่เพื่อนในกลุ่ม
5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป เรื่อง การใช้อุปกรณ์การทดลอง

ข้อเสนอแนะ
    ครูสอดแทรกการสอนทักษะการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ : ตะเกียงแอลกอฮอล์ หลอดหยดสาร   กระจกนาฬิกา การอ่านค่าระดับน้ำในบีกเกอร์ การตักสารโดยใช้ช้อนตักสาร และการคนสารละลาย

 
การวัดผลและประเมินผล
 

วิธีการ

เครื่องมือ

เกณฑ์

 นักเรียนทำใบงานที่ 1.1

 ใบงานที่ 1.1

 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนทำใบงานที่ 1.2

 ใบงานที่ 1.2

 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนทำใบงานที่ 1.3

 ใบงานที่ 1.3

 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

 ประเมินความรู้ และทักษะกระบวนการทาง
 วิทยาศาสตร์

 แบบประเมินความรู้ และทักษะกระบวนการ
 ทางวิทยาศาสตร์

 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


 
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
2. ใบความรู้ที่ 1.1  ทะเลสาบเดดซี
3. ใบความรู้ที่ 1.2  ความหนาแน่น
4. ใบงานที่ 1.1  การทดลองไข่จม  ไข่ลอย
5. ใบงานที่ 1.2  ทะเลสาบเดดซี
6. ใบงานที่ 1.3  วิธีการทางวิทยาศาสตร์ 
7. วัสดุ  อุปกรณ์ในการทดลอง

แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมุด
2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ เช่น
    - http://www.vcharkarn.com/varticle/38292สืบค้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2552
    - http://202.129.0.133/createweb/00000//00000-59.html  สืบค้นวันที่ 20 พฤษภาคม 2552

 
เอกสารแนบ

ไฟล์ใบงาน:

ไฟล์แบบทดสอบ:

 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา