Log in | วันเสาร์ที่ 19 เม.ย. 2557 | 22:46 น.
 
 
แผนการสอน  
 
 

ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา

วิชา : ภาษาไทย   ระดับชั้น : ม.1
โพส : วันที่ 28 เม.ย. 2554
โหวต : | เข้าชม : 43,010 ครั้ง
 
 
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
 
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา เวลา 8 ชั่วโมง
 
สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด

ราชาธิราช เป็นเรื่องแปลจากพงศาวดารมอญมาเรียบเรียงเป็นร้อยแก้ว  มีสำนวนภาษาสละสลวย เจ้าพระยาพระคลัง  (หน)  เป็นผู้อำนวยการแปลร่วมกับกวีท่านอื่น  ซึ่งในการแปลครั้งนี้มีพระราชประสงค์เพื่อเป็นการบำรุงและส่งเสริมสติปัญญาของคนในชาติ ดังนั้นเรื่องราชาธิราช จึงควรค่าแก่การศึกษาทั้งในด้านเนื้อเรื่อง  สำนวน  ภาษา  และคุณค่าในด้านต่างๆ

 
ตัวชี้วัด / จุดประสงค์การเรียนรู้

ตัวชี้วัด
   ท 5.1   ม.1/1   สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน
              ม.1/2   วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ
              ม.1/3   อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน
              ม.1/4   สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายความเป็นมา  ประวัติผู้แต่ง  ลักษณะคำประพันธ์ของวรรณคดีเรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ได้
2. สรุปเนื้อหาวรรณคดีเรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา ได้
3. อธิบายหลักการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีได้
4. วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีเรื่อง ราชาธิราช  ตอน สมิงพระรามอาสา ได้
5. วิเคราะห์ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดี เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา และเสนอแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้

 
สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1. วรรณคดีและวรรณกรรมเกี่ยวกับบันเทิงคดี
2. การวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรม เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา

 
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคิด
 - ทักษะการคิดวิเคราะห์
 - ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
 - กระบวนการทำงานกลุ่ม

 
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
4. รักความเป็นไทย

 
กิจกรรมการเรียนรู้

(วิธีสอนแบบสืบสวนสอบสวน (Inquiry Method))
นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน   หน่วยการเรียนรู้ที่ 5

ชั่วโมงที่ 1
(ครูให้นักเรียนอ่านเรื่อง ราชาธิราช  ตอน สมิงพระรามอาสา มาล่วงหน้า โดยครูนัดหมายว่าจะใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนแบบถาม-ตอบ)
กิจกรรมขั้นสังกัปแนวหน้า  ครูสนทนากับนักเรียนโดยตั้งคำถามว่า
1. เรื่อง ราชาธิราช  เป็นการทำสงครามระหว่างชนชาติใด (แนวคำตอบ : มอญ กับ พม่า )
2. ตอนที่เรียน เรียกว่าตอน สมิงพระรามอาสา เป็นการ  “อาสา” ในเรื่องใด เพื่ออะไร
    (แนวคำตอบ : อาสารบให้แก่กรุงอังวะ เพื่อป้องกันไม่ให้ศึกลุกลามมาถึงกรุงหงสาวดี)
3. เรื่องราชาธิราช แปลและเรียบเรียงในสมัยใด
    (แนวคำตอบ : สมัยรัชกาลที่ 1)
4. ประเด็นสำคัญที่ต้องการเสนอให้เห็น คือเรื่องใด
    (แนวคำตอบ : ความจงรักภักดีต่อประเทศชาติและพระมหากษัตริย์)

กิจกรรมขั้นสังเกต
1. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ราชาธิราช  ตอน สมิงพระรามอาสา ในประเด็นที่กำหนด ดังนี้
    - ความเป็นมา
    - ประวัติผู้แต่ง
    - ลักษณะคำประพันธ์ 
    - เรื่องย่อ
2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนตอบ เป็นการให้มีความรู้พื้นฐานและให้นักเรียนสังเกตข้อมูลต่างๆ ที่ควรรู้ก่อนเรียน  ดังนี้
    1) ใครเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งหนังสือเรื่อง ราชาธิราช
        (คำตอบที่คาดหวัง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลัง (หน) พระยาอินทรอัคคราช พระภิรมย์รัศมีและพระศรีภูริปรีชา ช่วยกันแปลและเรียบเรียงแต่งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2328)
    2) การแต่งหนังสือเรื่อง ราชาธิราช ขึ้นมามีจุดประสงค์ใด
        (คำตอบที่คาดหวัง : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงมีพระประสงค์จะให้เป็นประโยชน์แก่พระบรมราชวงศานุวงศ์  ข้าทูลละอองธุลีพระ บาทผู้น้อยผู้ใหญ่ในฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือนจะได้ฟัง อ่าน และจดจำไว้ เป็นข้อคิด เพิ่มพูนสติปัญญาต่อไป)
    3) เรื่อง ราชาธิราช มีลักษณะการแปลและเรียบเรียงอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง  : เป็นร้อยแก้ว มีคารมคมคาย ใช้โวหารต่างๆ มีกลวิธีในการดำเนินเรื่องแบบเรื่องเล่าลักษณะคล้ายนิทาน)
    4) ใครยกทัพมาล้อมกรุงอังวะ
        (คำตอบที่คาดหวัง : พระเจ้ากรุงต้าฉิงแห่งประเทศจีนยกทัพมาล้อมกรุงอังวะ)
    5) ในการรบครั้งนี้ มีเงื่อนไขอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง : ฝ่ายจีนขอให้พม่าส่งทหารออกมาขี่ม้ารำทวนต่อสู้กันตัวต่อตัวกับกามะนี ทหารเอกของเมืองจีน ถ้าฝ่ายกรุงรัตนบุระอังวะแพ้ต้องยกเมืองให้ฝ่ายจีนแต่ถ้าฝ่ายจีนแพ้ก็จะยกทัพกลับทันที)
    6) ใครเป็นผู้อาสาออกรบครั้งนี้ และอยู่ในฐานะใด
        (คำตอบที่คาดหวัง : สมิงพระราม เป็นทหารเอกของหงสาวดี ถูกจับเป็นเชลยติดคุกอยู่เมืองอังวะ)
    7) ผู้อาสาออกรบ  มีความคิดใดจึงอาสาออกรบ
        (คำตอบที่คาดหวัง : เกรงว่าถ้าจีนชนะศึกครั้งนี้  จีนคงจะยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีของตนต่ออย่างแน่นอน จึงคิดอาสาออกรบเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนศึกจะลามไปถึงบ้านเมืองของตน)
    8) ผลการรบเป็นอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง : สมิงพระราม ชนะแล้วตัดหัวกามะนีมาถวายพระเจ้ากรุงอังวะ จีนแพ้จึงยกทัพกลับไป)
    9) ผู้อาสาออกรบ ได้รับการตอบแทนหรือรางวัลใด
        (คำตอบที่คาดหวัง : พระเจ้ามณเฑียรทองพระราชทานตำแหน่งพระมหาอุปราชและพระราชทานพระราชธิดาให้เป็นบาทบริจาริกาแก่สมิงพระราม)

ชั่วโมงที่ 2
กิจกรรมขั้นอธิบาย  
1. ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาจากหนังสือเรียน  ตั้งแต่ 
                    “ฝ่ายพระเจ้ากรุงต้าฉิง ซึ่งเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงจีนนั้น
                                           ..................
          อย่าว่าแต่กามะนีผู้เดียวเลย เว้นไว้แต่เทพยาดานอกกว่านั้นข้าพเจ้าจะสู้ได้สิ้น”

2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอธิบายความรู้ตามลำดับเนื้อเรื่องที่อ่าน
    1) ชาวจีนทั้งหลายมีความชื่นชมในตัวกามะนีทหารเอกอย่างไร จงยกตัวอย่างคำกล่าวถึงกามะนี
        (คำตอบที่คาดหวัง : จีนทั้งปวงก็สรรเสริญว่า กามะนีมิใช่มนุษย์ดุจเทพยดา)
    2) พระเจ้ากรุงจีน ส่งพระราชสาส์นมา มีสาระสำคัญว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง : พระเจ้ากรุงจีนแจ้งพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องว่ายกทัพมาครั้งนี้ ด้วยจุดประสงค์  2 ประการ  คือ
         หนึ่ง - จะให้พระเจ้าอังวะอยู่ในอำนาจออกมาถวายบังคมเรา 
         สอง - จะใคร่ดูทหารขี่ม้ารำทวนสู้กันตัวต่อตัวชมเล่นเป็นขวัญตา แม้นทหารกรุงรัตนบุระอังวะแพ้ ก็ให้ยอมยกเมืองอังวะแก่จีน ถ้าจีนแพ้ก็จะเลิกทัพกลับไป โดยไม่ให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนใดใดเลย)
    3) มีข้อความใดที่แสดงความเชื่อ  ให้อ่านข้อความนั้น
        (คำตอบที่คาดหวัง : ให้หาโหรมาคำนวณพระชันษาและชะตาเมืองดู โหรก็คำนวณฎีกาดูทูลถวาย ว่าพระชันษาและชะตาเมืองยังดีอยู่หาเสียไม่ นานไปจะได้ลาภอันประเสริฐอีก)
    4) มีข้อความที่เป็นอุปมาโวหาร  ให้นักเรียนอ่านข้อความนั้น
        (คำตอบที่คาดหวัง : กรุงอังวะนี้เป็นต้นทาง อุปมาดังหน้าด่านกรุงหงสาวดี)
    5) สมิงพระรามมีความคิดใด  จึงอาสาออกสู้รบครั้งนี้ ให้นักเรียนยกตัวอย่างข้อความพร้อมอธิบายสรุป
        (คำตอบที่คาดหวัง : ตัวอย่างข้อความ “ถึงจะได้เมืองอังวะแล้วก็ไม่สิ้นความปรารถนาแต่เพียงนี้ เห็นศึกจีนจะกำเริบยก ล่วงเลยลงไปติดกรุงหงสาวดีด้วยเป็นมั่นคงตัวเราเล่าก็ต้องจองจำตรากตรำอยู่ ถ้าเสียกรุงอังวะแล้วจะหมายใจว่าจะรอดคืนไปเมืองหงสาวดีได้ก็ใช่ที่ จำเราจะรับอาสาตัดศึกเสียจึงจะชอบอย่าให้ศึกจีนยกลงไปติดกรุงหงสาวดีได้
        อธิบายสรุป สมิงพระรามมีเหตุผลในการอาสาออกสู้รบครั้งนี้ สองประการ คือ  
        หนึ่ง - หากจีนตีอังวะได้ ก็จะยกทัพไปตีหงสาวดีต่อไป
        สอง - ตัวสมิงพระรามก็ติดคุกอยู่ในกรุงอังวะ ถ้าอังวะแตก ตัวเขาเองก็พลอยไม่รอดไปด้วย)
    6) สมิงพระรามได้ทูลตอบพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องตามเหตุผลที่คิดไว้หรือไม่  ถ้าไม่สมิงพระรามทูลตอบอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง : ไม่ได้ทูลตอบตามความจริงที่คิดไว้  แต่ตอบเป็นคำพูดที่คมคายว่าที่รับอาสาสู้ศึกนี้ มีความประสงค์เพียงจะกอบกู้กรุงอังวะให้เป็นเกียรติยศไว้เพื่อให้ราษฎรสมณชี พราหมณ์อยู่เย็นเป็นสุขเท่านั้น ไม่ได้หวังยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ เลย)
    7) สมิงพระรามอาสาออกไปสู้รบ  แต่ทูลขอสิ่งใดเพื่อให้การรบครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี
        (คำตอบที่คาดหวัง: ม้าที่ดีมีฝีเท้าตัวหนึ่ง)
    8) สมิงพระรามกล่าวว่าอย่าว่าแต่กามะนีผู้เดียวเลย เว้นไว้แต่เทพยาดานอกกว่านั้นข้าพเจ้าจะสู้ได้สิ้น เป็นโวหารภาพพจน์ใด
        (คำตอบที่คาดหวัง : โวหารอติพจน์ – การกล่าวเกินจริง)

ชั่วโมงที่ 3
1. ให้นักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา ตั้งแต่ 
             “ฝ่ายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องได้ทรงฟังสมิงพระรามทูลดังนั้น ก็มีความโสมนัสยินดียิ่งนัก
                                                 ...............................
                    เจ้าพนักงานก็ผูกพระวิสูตรแต่งพระที่รับเสด็จเตรียมไว้พร้อมทั้งสองข้าง”

2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอธิบายความรู้ตามลำดับเนื้อเรื่องที่อ่าน
    1) ม้าดี ที่สมิงพระรามต้องการ ต้องมีลักษณะอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง: ม้าที่มีกำลังดี )
    2) สมิงพระรามมีวิธีดูลักษณะม้าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง: สมิงพระรามเอามือกดหลังม้าดู ม้านั้นมิได้อ่อนหลังทรุดลงเหมือนม้าตัวก่อนๆ ที่เอามาให้เลือก ก็รู้ว่าม้าตัวนี้ดีมีกำลังมาก)
    3) คำพูดใดของสมิงพระรามที่ทำให้เสนาบดีทั้งปวง กล่าวหาว่า มอญพูดมาก โอ้อวดสรรพคุณตัวเพราะเห็นว่าพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องกำลังทรงโปรด)
        (คำตอบที่คาดหวัง :“ข้าพเจ้าได้ม้าสมคะเนชอบใจแล้ว อันศีรษะกามะนีนั้นก็อยู่ในเงื้อมมือข้าพเจ้า จะเอามาถวายพระองค์ให้จงได้ ข้าพเจ้าจะขอรับพระราชทานขอเหล็กกับตะกรวยใบหนึ่งสำหรับผูกข้างม้า เมื่อข้าพเจ้าตัดศีรษะกามะนีขาดแล้ว จะได้รับเอาศีรษะมิให้ทันตกลงถึงดินใส่ในตะกรวยซึ่งแขวนไปกับข้างม้านั้นเข้ามาถวายพระองค์” )
    4) เครื่องราชบรรณาการที่กษัตริย์ทั้งสองฝ่ายต่างตอบแทนกันในการเชิญพระราชสาส์นคือสิ่งใด
        (คำตอบที่คาดหวัง: ทูตพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องนำไปถวายพระเจ้ากรุงต้าฉิง คือ ฉลองพระองค์อย่างดี ทำด้วยขนสมุนคู่หนึ่ง ทูตพระเจ้ากรุงต้าฉิงนำไปถวายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง  คือ ฉลองพระองค์มังกรห้าเล็บอย่างดี กับเครื่องม้าทองประดับพลอยลายหยกสำรับหนึ่ง)
    5) การเตรียมสถานที่สู้รบ ทำอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เกณฑ์พลมาจัดการปลูกพลับพลาทั้งสองข้างให้ตรงกัน ประกอบด้วยที่ข้างหน้าข้างในและโรงใหญ่สำหรับเสนาข้าราชการใหญ่น้อย อันจะได้เฝ้าอยู่ตามตำแหน่งมีระยะห่างกันยี่สิบเส้นไว้หว่างกลางเป็นสนามทวน ซึ่งจะสู้กันในขบวนทวนนั้น เจ้าพนักงานก็ผูกพระวิสูตร แต่งพระที่รับเสด็จเตรียมไว้พร้อมทั้งสองข้าง)

ชั่วโมงที่ 4
1. ให้นักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา ตั้งแต่ 
                    “ครั้นถึงวันนัดกำหนดแล้ว กษัตริย์ทั้งสองก็พรั่งพร้อมไปด้วยพยุหเสนา
                                          .......................................
             ข้าพเจ้ามิได้รับพระราชทานแล้วจะขอคืนถวายไว้ดังเก่า พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องเสด็จเข้า
                  ข้างในฝ่ายเสนาที่เฝ้าผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงและสมิงพระรามก็กลับไปที่อยู่สิ้น”
2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอธิบายความรู้ตามลำดับเนื้อเรื่องที่อ่าน
    1) สมิงพระรามสังเกตสิ่งใดในตัวกามะนีและเตรียมวางแผนการรบอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   กามะนีสวมเสื้อเกราะ สวมเสื้อบังอยู่ยังไม่เห็นช่องที่จะสอดทวนแทงแห่งใดได้ จึงชวนให้รำดูก่อน เพื่อหาช่องทางแทงลอดเสื้อเกราะ นอกจากนี้กำลังม้าของทั้งสองฝ่ายก็ยังก้ำกึ่งกันอยู่จึงต้องขับเคี่ยวกันไปก่อน  เพื่อให้ม้ากามะนีหย่อนกำลังลง ก็จะเสียที จึงเอาชัยชนะได้โดยง่าย )
    2) “พระเจ้ากรุงต้าฉิงและพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องทอดพระเนตร เห็นทหารเอกทั้งสอง รำเยื้องกรายตามขบวนเพลงทวน ดูท่วงทีรับรองว่องไวนัก งามเป็นอัศจรรย์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เปรียบประดุจได้เห็นเทพยดาและพิทยาธรอัน รำณรงค์ประลองกันในกลางสนาม”  ข้อความนี้เป็นโวหารใด
        (คำตอบที่คาดหวัง: อุปมาโวหาร )  
    3) นายทัพนายกองทแกล้วทหารทั้งสองฝ่ายก็สรรเสริญกามะนีและสมิงพระรามว่า เหมือนเทพยดาลงฟ้อนรำกลางสนามงามยิ่งนัก มีตาสองตาดูมิทันเลย  ดูกามะนีแล้วกลับมาดูสมิงพระรามเล่า ดูสมิงพระรามแล้วกลับมาดูกามะนีเป็นขวัญตายิ่งนัก ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็นโวหารใด
        (คำตอบที่คาดหวัง: อุปลักษณ์ )
    4) พระเจ้ากรุงจีนยกพลทแกล้วทหารมาเหยียบเมืองเราครั้งนี้ ประดุจดังแผ่นดินจะถล่มลงหามีผู้ใดที่จะรบสู้ต้านทานไม่ ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็นโวหารใด
        (คำตอบที่คาดหวัง: อุปมา )
    5) พระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง ได้ตอบแทนความชอบของสมิงพระรามอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง: ให้สมิงพระรามเป็นมหาอุปราช และพระราชทานพระราชธิดาให้เป็นบาทบริจาริกา)
    6) “ฝ่ายพม่าเสนาบดีขุนนางน้อยใหญ่ไพร่พลทั้งปวงก็สรรเสริญสมิงพระรามว่ามิใช่มนุษย์เลย เสมอเทพยดา”  คำกล่าวนี้เป็นโวหารภาพพจน์ใด
        (คำตอบที่คาดหวัง: อุปลักษณ์ )
    7) “ถึงมาตรว่าเสียกามะนีทหารเอกแล้ว ใช่ข้าพเจ้าทั้งปวงนี้จะตีกรุงอังวะถวายไม่ได้นั้น  หามิได้ เสียแรงดำเนินกองทัพเข้ามาเหยียบถึงชานกำแพงเมืองแล้ว จะกลับไปเปล่านั้นได้ความอัปยศแก่พม่านัก  ทำไมกับเมืองอังวะ สักหยิบมือหนึ่งเท่านี้  จะเอาแต่มูลดินทิ้งเข้าไปในกำแพงเมืองคนละก้อนๆ เท่านั้น ถมเสียให้เต็มกำแพงเมืองในเวลาเดียวก็จะได้” ข้อความดังกล่าว มีรสวรรณคดีใด หรือ ให้อารมณ์ใด
        (คำตอบที่คาดหวัง: พิโรธวาทัง –โกรธ)
    8) “พระเจ้ากรุงจีนได้ฟังก็ตรัสห้ามนายทัพนายกองทแกล้วทหารทั้งปวงว่าเราเป็นกษัตริย์ผู้ใหญ่  อันประเสริฐ ได้ให้ คำมั่นสัญญาไว้แก่เขาแล้ว จะกลับคำไปดังนั้นควรไม่ พม่าทั้งปวงจะชวนกันดูหมิ่น ได้ว่าจีนพูดมิจริง  เรารักสัตย์ยิ่งกว่าทรัพย์ อย่าว่าแต่สมบัติมนุษย์นี้เลย ถึงท่านจะเอาทิพยสมบัติของสมเด็จอมรินทร์มายกให้เราๆ ก็มิได้ปรารถนา ตรัสดังนั้นแล้วก็สั่งให้เลิกทัพเสด็จกลับไปยังกรุงจีน”  จากข้อความดังกล่าว  พระเจ้ากรุงจีนมีคุณธรรมในประเด็นใดชัดเจนที่สุด
        (คำตอบที่คาดหวัง: ความสัตย์-การรักษาคำพูด )
    9) สมิงพระรามได้กราบบังคมทูลพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง ถึงความปรารถนาสี่ประการของตนว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:  1. ตัวสมิงพระรามถูกจองจำ พันธนาการ ได้รับความลำบากตรากตรำอยู่นานแล้วจึงหวังจะให้พ้นจากเครื่องจองจำ  
                                 2. ต้องการอาสาสู้รบเพื่อไว้ฝีมือให้เป็นเกียรติยศไปชั่วกัลปาวสาน
                                 3. ต้องการให้พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องฆ่าตนเสีย  
                                 4. ถ้าไม่ฆ่าสมิงพระรามก็จะขอกราบถวายบังคมลากลับไปเมืองหงสาวดี )
    10) ในเบื้องต้นสมิงพระรามยอมรับของบำเหน็จความชอบที่พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องมอบให้หรือไม่
          (คำตอบที่คาดหวัง: ไม่ยอมรับ  ขอถวายคืนทุกสิ่งทุกอย่างไว้ดังเดิม )
    11) พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องมีพระราชดำริอย่างไรกับคำกล่าวของสมิงพระรามในข้อ 10)
          (คำตอบที่คาดหวัง:คิดเสียดายฝีมือสมิงพระราม จึงคิดว่าไม่ควรฆ่า เพราะเขามีบุญคุณต่อบ้านเมืองส่วนการปล่อยตัวสมิงพระรามไปนั้น ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะขณะนี้ ศึกระหว่างอังวะและหงสาวดียังติดพันกันอยู่ )

ชั่วโมงที่ 5
1. ให้นักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา ตั้งแต่
                     “พระเจ้ามณเฑียรทองเสด็จเข้าข้างในแล้ว ก็ทรงพระวิตกนัก
                                .....................................................
                ตั้งให้เป็นมหาอุปราชแล้วชมฝีมือและบุญญาธิการสมิงพระรามเป็นอันมาก”
2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอธิบายความรู้ตามลำดับเนื้อเรื่องที่อ่าน
    1) “ซึ่งจะเกลี้ยกล่อมผูกพันสมิงพระรามไว้ให้ตั้งใจสวามิภักดิ์อยู่ด้วยพระองค์นั้น ตกพนักงาน ข้าพเจ้าจะรับอาสาผูกจิตสมิงพระรามไว้ให้อยู่จงได้ อุปมาดังแพทย์ผู้วิเศษผูกกัณหสัปปะชาติ คือ งูเห่าใหญ่ด้วยมนตราคมอันกล้าขลัง มิให้พ่นพิษและเลื้อยหนีไปได้”  คำกล่าวนี้ เป็นโวหารเปรียบเทียบการผูกใจสมิงพระราม(ซึ่งมีความเก่งกล้าเหมือนงูเห่า) กับพระราชธิดาซึ่งมีความงาม (เป็นมนตราอันกล้าแข็ง) ข้อความนี้จะเปรียบได้ด้วยสำนวนไทยว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง :  พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
    2) ข้าพเจ้าจะคิดผูกสมิงพระรามให้อยู่ก็หวังจะผูกด้วยยางรัก เพราะธรรมดาชนอันเวียนวนข้องอยู่ในสงสารภพนี้ แต่ล้วนมีความกำหนัดยินดีในกามสังวาสรสสิ้นทั้งนั้น ข้อความดังกล่าว เป็นการชี้ให้เห็นความเป็นธรรมดา ในประเด็นใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   สมิงพระรามยังเป็นมนุษย์ปุถุชน จึงยังมีกิเลส คือ ยินดีในรูป  รส  กลิ่น เสียงสัมผัส )
    3) ซึ่งว่ามิรับที่มหาอุปราชและราชธิดานั้นเพราะยังมิได้เห็นราชธิดาของเราอันสมบูรณ์ด้วยลักษณะและสิริมารยาทงามยิ่งนัก ถ้าบุรุษผู้ใดได้เห็นและได้นั่งใกล้แล้วเมื่อใดก็มิอาจจะดำรงจิตอยู่ได้ ดวงกมลก็จะหวั่นไหวไปด้วยความปฏิพัทธ์อุปมาดังชายธงอันต้องลม พระอัครมเหสีมีพระราชวินิจฉัยว่า การที่สมิงพระรามไม่ยอมรับทั้งตำแหน่งและพระราชธิดานั้นเพราะเหตุใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เพราะยังไม่เห็นว่าพระราชธิดาทรงงามเพียงใด)
    4) เมื่อสมเด็จพระราชบิดาตรัสห้ามมิให้เดินทางตรงจะให้เดินทางอ้อมแล้วก็จนใจทางตรงทางอ้อม   หมายถึงอะไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   ทางตรง คือ มีความสุขอย่างผู้ถือบวช สละกิเลส บวชหนีสงสารวัฏ  
                                  ทางอ้อม คือ มีความสุขในทางโลก เป็นโลกียสุข แต่งงาน มีครอบครัว )
    5) “แท้ว่ากรรมลูกทำมาแต่หลัง”คำกล่าวนี้ แสดงความเชื่อในเรื่องใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เวรกรรม กรรม คือ การกระทำ  เชื่อว่าทุกสิ่งที่เป็นไป เป็นเพราะกรรมที่เคยกระทำมา  ทั้งในชาตินี้และชาติที่ผ่านมา )
    6) อนึ่งถ้าได้สวามีเป็นลูกกษัตริย์ มีชาติตระกูลเสมอกันเล่าก็ตาม นี่จะได้ผัวมอญต่างภาษาเป็นเพียงนายทหาร อุปมาดังหงส์ตกลงในฝูงกา ราชสีห์เข้าปนกับหมู่เสือ ลูกมีความโทมนัสนัก  พระราชธิดามีความขัดข้องในเรื่องใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   ชาติตระกูลที่ฝ่ายชายต่ำกว่าเหมือนกากับหงส์ )
    7) พระอัครมเหสีจึงตรัสปลอบว่า ซึ่งลูกมีศรัทธาจะบวชเป็นชีหนีสงสารนั้นก็ชอบอยู่ แต่จะด่วนบวชเมื่อยังเจริญรุ่นสาวฉะนี้ แม่เกรงจะถือเคร่งบวชไปมิตลอด ด้วยโรคสาวเป็นข้าศึกคอยเบียดเบียนนั้นมีอยู่ มักกระทำศีลให้เศร้าหมอง ค่อยบวชเมื่อแก่เถิดแม่จะบวชด้วยพระอัครมเหสี ไม่เห็นด้วยกับการที่พระราชธิดาจะบวชในวัยสาว เพราะเหตุใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เพราะความเป็นสาว ยังมีเลือดเนื้อที่เป็นปุถุชน ตามธรรมชาติวิสัยอาจไม่สามารถปฏิบัติธรรมให้บริสุทธิ์ผุดผ่องได้ตลอด )
    8) ซึ่งลูกจะถือชาติตระกูลว่ามีอิสริยยศอยู่นั้นหาควรไม่ ด้วยสมเด็จพระราชบิดาเห็นชอบแล้ว จึงจะทรงปลูกฝัง  อันสมิงพระรามนี้เขามีความชอบในแผ่นดินเป็นอันมาก ช่วยกู้พระนครไว้ให้สมณพราหมณ์ราษฎรอยู่เป็นสุข เหมือนรักษาชาติตระกูลของลูกไว้ ถ้ามิได้สมิงพระรามแล้วเมืองเราก็จะเสียแก่กรุงจีน พระอัครมเหสีกล่าวโน้มน้าวให้พระราชธิดาเห็นสิ่งใดที่เหนือกว่าชาติตระกูล
        (คำตอบที่คาดหวัง:   สติปัญญา ความสามารถ)
    9) ซึ่งลูกเปรียบชาติเขาเหมือนกานั้นก็ชอบอยู่ แต่เขาประกอบศิลปศาสตร์วิชาการเป็นทหารมีฝีมือหาผู้เสมอมิได้ ก็เปรียบเหมือนกาขาวมิใช่กาดำ สมเด็จพระราชบิดาจะทรงชุบขึ้นแล้วก็คงเป็นหงส์ ซึ่งเปรียบเหมือนเสือนั้น ถ้าพระราชบิดาชุบย้อมแล้ว ก็คงจะกลับเป็นราชสีห์ คำพูดของพระอัครมเหสีกล่าวโน้มน้าวให้พระราชธิดาตระหนักในเรื่องใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เกียรติยศและศักดิ์ศรี เป็นสิ่งที่สามารถแต่งตั้งหรือสถาปนาขึ้นได้ ถ้าคนนั้นมีคุณสมบัติที่เหมาะสม )
    10) อันบุรุษเปรียบประดุจพืชธัญญาหาร ถ้าโรยปลูกเพาะหว่านแล้ว ก็มีแต่งอกงามสูงใหญ่ขึ้นไปลูกนี้ถึงเป็นราชบุตรี เกิดในวงศ์กษัตริย์มีชาติตระกูลสูง ก็เปรียบเหมือนตัณฑุลา จะโปรยหว่านเพาะปลูกมิอาจเจริญขึ้นได้  ข้อความที่พระอัครมเหสีกล่าวเปรียบเทียบ  ตรงกับสำนวนใด
        (คำตอบที่คาดหวัง:   ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร )

ชั่วโมงที่ 6
1. ให้นักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา ตั้งแต่
             “พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องจึงตรัสสั่งให้ปลูกตำหนักใหญ่อย่างที่มหาอุปราช
                            ......................................................
         ขณะเมื่อเจ้าสมิงพระรามกลับมาได้แต่กรุงอังวะครั้งนั้น จุลศักราชได้ 787 ปี”
2. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนอธิบายความรู้ตามลำดับเนื้อเรื่องที่อ่าน
    1) ฝ่ายพระราชกุมารเป็นทารกยังทรงพระเยาว์ไม่แจ้งความ กำดัดคะนอง ข้อความที่ขีดเส้นใต้ หมายความว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   ยังเป็นเด็กไม่รู้ประสีประสา ก็เล่นซนไปตามวัย )
    2) “......ลุกจากพระเพลายืนขึ้นยุดพระอังสาพระเจ้ามณเฑียรทองไว้แล้วเอื้อมพระหัตถ์ขึ้นไปเล่นบนที่สูง” ข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายความว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เล่นศีรษะพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง )
    3) “พระเจ้ามณเฑียรทองผันพระพักตร์มา ทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ตรัสพลั้งพระโอษฐ์ออกไปว่าลูกอ้ายเชลยนี้กล้าหาญนักนานไปเห็นองอาจแทนมังรายกะยอฉะวาได้ สมิงพระรามได้ยินพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องดังนั้นก็น้อยใจ”ข้อความใดที่ทำให้สมิงพระรามน้อยใจ และถือเป็นผลที่จะได้กลับไปเมืองหงสาวดีด้วยความสัตย์
        (คำตอบที่คาดหวัง:   ลูกอ้ายเชลยนี้)
    4) “สมิงพระรามก็กลับมาที่อยู่ จึงเขียนหนังสือสองฉบับๆ หนึ่งซ่อนไว้ใต้หมอน ฉบับหนึ่งเหน็บพกไว้ แล้วคิดเป็นห่วงอาลัยบุตรและพระราชธิดา แล้วหักจิตข่มลงได้มิได้บอกผู้ใด พระราชธิดาอันเป็นที่รักนั้นก็มิแจ้งให้รู้ กลัวจะห้ามปรามขัดขวาง ความจะทราบถึงพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง จึงเอาเบาะบังเหียนมาผูกม้าซึ่งขี่สู้กับกามะนีนั้น แล้วจัดแจงแต่งกายนุ่งห่มเสร็จถือทวนสะพาย ดาบเผ่นขึ้นหลังม้า ...................................” นักเรียนคาดว่า  สมิงพระรามจะกระทำสิ่งใดต่อมา
        (คำตอบที่คาดหวัง:   ควบหนีออกจากเมืองอังวะ)
    5) ใครเป็นต้นเหตุให้กรุงรัตนบุระเสียสมิงพระรามไป
        (คำตอบที่คาดหวัง: พระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง )
    6) ข้อความที่กล่าวว่า”อุปมาดังคนปลูกพฤกษชาติให้ใหญ่สูง แล้วตัดยอดหักกิ่ง” ตรงกับสำนวนไทยว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า )
    7) “เป็นธรรมดาสืบมา พลั้งปากก็ย่อมเสียการ พลั้งมีดพลั้งขวานมักจะบาดเจ็บ” ตรงกับสำนวนไทยว่าอย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   พลั้งปากเสียศีล พลั้งตีนตกต้นไม้ )
    8) “อย่าเพ่อทรงพระวิตกเลย ด้วยพระราชนัดดาของพระองค์ยังมีอยู่ ถ้าเจริญพระชนม์เติบใหญ่ไปเบื้องหน้าแล้วเราจะให้ไปติดตามมา ถึงสมิงพระรามจะไม่สู้รักใคร่อาลัยแม่ก็คงอาลัยลูก ข้าพเจ้าเห็นทีจะเสียลูกมิได้คงจะกลับมา”  จากข้อความนี้ พระอัครมเหสีทรงตั้งความหวังไว้อย่างไร
        (คำตอบที่คาดหวัง:   สมิงพระรามถ้าไม่ห่วงแม่  ก็คงต้องห่วงลูก  สักวันหนึ่งก็ต้องกลับมา )
    9) “ชาตินี้เรามีกรรมจึงจากกันทั้งรัก ไปในชาติเบื้องหน้าขอให้เราได้เป็นคู่ครองกัน อย่ารู้แรมนิราศจนบรรลุนฤพาน” จดหมายลาของสมิงพระราม แสดงถึงความเชื่อในเรื่องใด
         (คำตอบที่คาดหวัง:   มีความเชื่อเรื่องเวรกรรม  ชาตินี้ ชาติหน้า  การบรรลุนฤพาน ตามแนวคิดในพระพุทธศาสนา )
    10) สมเด็จพระเจ้าราชาธิราช  เมื่อสมิงพระรามกลับมาได้ ก็โปรดให้กินเมืองวาน เป็นการตอบแทนความดีความชอบและเลี้ยงน้ำใจทหาร   คำว่า  “กินเมือง” หมายความว่าอย่างไร
         (คำตอบที่คาดหวัง: ครองเมือง )

ชั่วโมงที่ 7
กิจกรรมขั้นทำนาย
ครูตั้งคำถาม ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยทำนายเหตุการณ์ในกรณีต่อไปนี้
    1) ถ้าสมิงพระรามไม่อาสาออกสู้รบ  กรุงรัตนบุระอังวะจะเป็นอย่างไร  สมิงพระรามจะเป็นอย่างไร
    2) ถ้าสมิงพระรามอยู่ดีมีสุขในกรุงรัตนบุระอังวะ ไม่ได้ถือโกรธคำพูดที่พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องพลั้งโอษฐ์ไป  สมิงพระรามจะเป็นอย่างไร
    3) ถ้าสมิงพระรามอยู่กรุงรัตนบุระอังวะจนมีลูกหลานเป็นปึกแผ่น และได้ครองกรุงรัตนบุระอังวะ สมิงพระรามจะทำสงครามกับพระเจ้าราชาธิราชหรือไม่ อย่างไร
    4) ถ้าพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องทรงมีพระราชสาส์นไปขอโทษสมิงพระราม อ้อนวอนให้กลับมา เพื่อเห็นแก่ลูกและเมีย นักเรียนคิดว่าสมิงพระรามจะกลับหรือไม่ เพราะเหตุใด
        (คำตอบไม่ถือเป็นถูก- ผิด แต่เป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดหลายๆ มุมมอง)

ชั่วโมงที่ 8
กิจกรรมขั้นควบคุมและคิดสร้างสรรค์ 
1. ให้นักเรียนจับกลุ่ม 5-7 คน  ประชุมวางแผนการทำงาน  แบ่งงานกันไปศึกษาค้นคว้านอกเวลาตามหัวข้อการศึกษาค้นคว้า  ดังนี้
    - แนวคิดในการแต่งเรื่อง ราชาธิราช  โดยยกข้อความมาประกอบการอภิปรายให้ชัดเจน
    - วิจารณ์ลักษณะนิสัยตัวละคร
    - กลวิธีการแต่ง
    - คุณค่าด้านเนื้อหาและวรรณศิลป์
2. ให้แต่ละกลุ่มเขียนรายงานสรุปเนื้อหาสาระ สรุปผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าเรื่องที่อ่าน และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ลงในกระดาษขนาด A4 ความยาวไม่เกิน 3 แผ่น  แล้วปิดป้ายนิเทศในชั้นเรียน พร้อมอธิบายผลงานแก่เพื่อนร่วมห้อง
3. กำหนดวันนำผลงานจัดนิทรรศการโดยปิดป้ายนิเทศในชั้นเรียน ให้เพื่อนชื่นชมผลงาน และศึกษาร่วมกัน โดยนักเรียนสามารถอธิบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน แสดงแนวคิดของตนเองได้

นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน  หน่วยการเรียนรู้ที่ 5

 
การวัดผลและประเมินผล
 

วิธีการ 

เครื่องมือ 

เกณฑ์ 

 นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการวิเคราะห์
 วิจารณ์ และประเมินค่า

 แบบประเมินการวิเคราะห์ วิจารณ์ และ
 ประเมินค่า

 ระดับคุณภาพ  2  ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน

 แบบประเมินตามสภาพจริง

 ระดับคุณภาพ  2  ผ่านเกณฑ์

 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน

 แบบทดสอบหลังเรียน

 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์


 
สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน  ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม  ม.1
2. อุปกรณ์ต่างๆในการจัดป้ายนิเทศ

แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องสมุด
2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
    - www.st.ac.th/bhatips/tip47/rachatirad.html
    -
www.bcnn.ac.th/downloads/bcnn/library2000/Find.htm

 
เอกสารแนบ

ไฟล์ใบงาน:

ไฟล์แบบทดสอบ:

 
 
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา