วิชา
Log in | วันพฤหัสบดีที่ 2 ต.ค. 2557
 

ความหมายของหยินและหยาง

โพสโดย TEDEducation
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

ความหมายของหยินและหยาง

คุณอาจเคยเห็นสัญลักษณ์นี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์รอยสักชั่วคราวหรือในวัดจีน มันเรียกว่าสัญลักษณ์ หยิน หยาง ในลัทธิเต๋า ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และสัญลักษณ์นี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เราจะคาดคิด

หยิน คือ ส่วนสีดำ หยาง คือ ส่วนสีขาว ในแต่ละส่วนก็มีจุดอีกสีหนึ่งอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นคำใบ้ถึงความหมายของหยินและหยาง ทุกสิ่งล้วนประกอบด้วยเมล็ดพันธ์ของสิ่งตรงกันข้าม ดาร์คเวเดอร์ ก็มีเมล็ดพันธ์แห่งความดีอยู่ในตัว เช่นเดียวกับที่ลุค ก็มีโอกาสที่จะก้าวตามพ่อของเขาไปสู่ด้านมืด เหมือนกับลุคและพ่อของเขา หยินและหยาง ไม่ใช่สิ่งตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองสิ่งเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ลัทธิเต๋าเชื่อว่าจักรวาลนี้ประกอบขึ้นจากพลังงาน การเคลื่อนไหว และ สรรพสิ่งต่างๆ ซึ่งทำงานต่างๆกันไปในสิ่งแวดล้อมแบบต่างๆ

การจะกำหนดว่าสิ่งหนึ่งเป็นหยินหรือหยางนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ต้นข้าวที่กำลังเติบโต มีคุณสมบัติของหยาง ในขณะที่มันถูกเก็บเกี่ยวมันมีลักษณะเป็นหยิน ฟองคลื่นเป็นหยางในขณะที่ระลอกคลื่นเป็นหยิน หมู่บ้านซึ่งอยู่ทางฝั่งแม่น้ำที่พระอาทิตย์ส่องแสงมาถึงก่อน มักมีคำว่า หยางในชื่อ เช่น ลั่วหยาง หรือ ชิหยาง ในขณะที่ฝั่งที่อยู่ในเงา หรืออีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำแยงซี มีชื่อเป็นหยิน เช่น เจี้ยหยิน  คันเบรกเป็นหยินในขณะที่คันเร่งเป็นหยาง เปลือกไข่เป็นหยางในขณะที่ไข่ในเปลือกเป็นหยิน

พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหม หยาง คือสิ่งที่แข็งแรงกว่า สว่างกว่า เร็วกว่า ในขณะที่สองสถานะนี้อาจจะสลับสับเปลี่ยนกันได้ทุกเมื่อ เป็นเหมือนอีกด้านหนึ่งของเหรียญอันเดียวกัน แสงอาทิตย์ถือว่ามีลักษณะของหยาง เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนที่เป็นเงาของแสง คนขว้างลูกมีลักษณะเป็นหยาง ในขณะที่คนรับลูกเป็นหยิน

หยาง คือ พลังงานที่เริ่มกระตุ้นการกระทำต่างๆ ในขณะที่หยิน เป็นฝ่ายรับผลของการกระทำ หรือทำให้มันสมบูรณ์ หยินคือที่ว่างภายในแก้ว ถ้าไม่มีที่ว่างภายใน ก็คงไม่เรียกว่าเป็นแก้ว แต่หยางคือตัวแก้วน้ำ ความร้อนของกาแฟก็นับเป็นหยาง แต่สีดำของกาแฟก็เป็นหยิน บางครั้งฝ่ายหยางก็คลุ้มคลั่ง แต่ในทางตรงกันข้ามฝ่ายหยินก็รุนแรงได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าอาจจะไม่มากเท่า

หยิน คือส่วนสีดำ เป็นตัวแทนของผู้หญิง มีจุดสีขาวอยู่ในนั้น หยางคือส่วนที่มีสีขาว เป็นตัวแทนของผู้ชาย มีจุดสีดำอยู่ด้านในเช่นกัน น้ำที่ไหลเอื่อยๆในแม่น้ำเป็นหยิน แต่เมื่อน้ำนั้นตกลงมาเป็นน้ำตกก็คือหยาง ไม้จิ้มฟันเป็นหยิน เมื่อเปรียบเทียบกับเสาโทรศัพท์ที่เป็นหยาง ด้านหลังของคนเราก็มีความเป็นหยินมากกว่าด้านหน้า ศรีษะของเรามีความเป็นหยาง ในขณะที่ด้านเท้ามีความเป็นหยิน

ลัทธิเต๋าสอนให้เรารู้ว่ามันมีพลังอยู่ในสิ่งต่างๆในจักรวาล ที่ลึกล้ำ และยิ่งใหญ่ไพศาลกว่าพลังอื่นๆ พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่า “เต๋า” ซึ่งมีความหมายเหมือนกันกับ “พลัง” ที่มักถูกพูดถึงบ่อยๆในสตาร์วอร์ส แต่พลังเต๋านั้นมีสองด้าน

ต่างจากศาสนาอื่นๆที่พลังเหนือธรรมชาตินั้นอาจะมีทั้งด้านที่ดีทั้งหมด และมีพลังด้านตรงข้ามที่เป็นฝ่ายที่ชั่วร้าย ลัทธิเต๋าสอนให้เรารู้ว่า เราจำเป็นต้องเรียนรู้จากทั้งสองสิ่ง ทั้งหยินและหยาง ต่างจากศาสนาที่มีพระเป็นเจ้า หรือ มีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่ในลัทธิเต๋าไม่เป็นเช่นนั้น

ผู้เชื่อในลัทธิเต๋า เห็นว่าการที่คนๆหนึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างราบรื่นนั้นอยู่ที่การใช้ชีวิตโดยไม่ขัดต่อคลื่นพลังงานของสรรพสิ่ง ยกตัวอย่างเช่น การฟังมากขึ้น เถียงให้น้อยลง พร้อมที่จะสนับสนุน หรือยกเลิกการกระทำบางอย่าง อาจจะทำให้คุณมีความก้าวหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่ากังวลกับการเป็นที่หนึ่ง แต่จงเป็นอย่างที่คุณเป็น ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพราะความยุ่งยากซับซ้อนจะทำให้เราออกห่างจากความเป็นเต๋า ผู้ที่เฉลียวฉลาดนั้นคือคนที่รู้จักโอนอ่อนผ่อนปรน การเรียนรู้เพื่อใช้พลังเต๋า คือหัวใจสำคัญของลัทธิเต๋า และนี่คือเหตุผลที่เราต้องรู้จักทั้งส่วนที่เป็นหยิน และหยางของเรา


เรื่อง : ความหมายของหยินและหยาง
ชื่อเจ้าของคลิป : TEDEducation
URL : http://www.youtube.com/watch?v=ezmR9Attpyc
 

ความหมายของหยินและหยาง

คุณอาจเคยเห็นสัญลักษณ์นี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์รอยสักชั่วคราวหรือในวัดจีน มันเรียกว่าสัญลักษณ์ หยิน หยาง ในลัทธิเต๋า ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และสัญลักษณ์นี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เราจะคาดคิด

หยิน คือ ส่วนสีดำ หยาง คือ ส่วนสีขาว ในแต่ละส่วนก็มีจุดอีกสีหนึ่งอยู่ในนั้น ซึ่งเป็นคำใบ้ถึงความหมายของหยินและหยาง ทุกสิ่งล้วนประกอบด้วยเมล็ดพันธ์ของสิ่งตรงกันข้าม ดาร์คเวเดอร์ ก็มีเมล็ดพันธ์แห่งความดีอยู่ในตัว เช่นเดียวกับที่ลุค ก็มีโอกาสที่จะก้าวตามพ่อของเขาไปสู่ด้านมืด เหมือนกับลุคและพ่อของเขา หยินและหยาง ไม่ใช่สิ่งตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองสิ่งเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ลัทธิเต๋าเชื่อว่าจักรวาลนี้ประกอบขึ้นจากพลังงาน การเคลื่อนไหว และ สรรพสิ่งต่างๆ ซึ่งทำงานต่างๆกันไปในสิ่งแวดล้อมแบบต่างๆ

การจะกำหนดว่าสิ่งหนึ่งเป็นหยินหรือหยางนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ต้นข้าวที่กำลังเติบโต มีคุณสมบัติของหยาง ในขณะที่มันถูกเก็บเกี่ยวมันมีลักษณะเป็นหยิน ฟองคลื่นเป็นหยางในขณะที่ระลอกคลื่นเป็นหยิน หมู่บ้านซึ่งอยู่ทางฝั่งแม่น้ำที่พระอาทิตย์ส่องแสงมาถึงก่อน มักมีคำว่า หยางในชื่อ เช่น ลั่วหยาง หรือ ชิหยาง ในขณะที่ฝั่งที่อยู่ในเงา หรืออีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำแยงซี มีชื่อเป็นหยิน เช่น เจี้ยหยิน  คันเบรกเป็นหยินในขณะที่คันเร่งเป็นหยาง เปลือกไข่เป็นหยางในขณะที่ไข่ในเปลือกเป็นหยิน

พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหม หยาง คือสิ่งที่แข็งแรงกว่า สว่างกว่า เร็วกว่า ในขณะที่สองสถานะนี้อาจจะสลับสับเปลี่ยนกันได้ทุกเมื่อ เป็นเหมือนอีกด้านหนึ่งของเหรียญอันเดียวกัน แสงอาทิตย์ถือว่ามีลักษณะของหยาง เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนที่เป็นเงาของแสง คนขว้างลูกมีลักษณะเป็นหยาง ในขณะที่คนรับลูกเป็นหยิน

หยาง คือ พลังงานที่เริ่มกระตุ้นการกระทำต่างๆ ในขณะที่หยิน เป็นฝ่ายรับผลของการกระทำ หรือทำให้มันสมบูรณ์ หยินคือที่ว่างภายในแก้ว ถ้าไม่มีที่ว่างภายใน ก็คงไม่เรียกว่าเป็นแก้ว แต่หยางคือตัวแก้วน้ำ ความร้อนของกาแฟก็นับเป็นหยาง แต่สีดำของกาแฟก็เป็นหยิน บางครั้งฝ่ายหยางก็คลุ้มคลั่ง แต่ในทางตรงกันข้ามฝ่ายหยินก็รุนแรงได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าอาจจะไม่มากเท่า

หยิน คือส่วนสีดำ เป็นตัวแทนของผู้หญิง มีจุดสีขาวอยู่ในนั้น หยางคือส่วนที่มีสีขาว เป็นตัวแทนของผู้ชาย มีจุดสีดำอยู่ด้านในเช่นกัน น้ำที่ไหลเอื่อยๆในแม่น้ำเป็นหยิน แต่เมื่อน้ำนั้นตกลงมาเป็นน้ำตกก็คือหยาง ไม้จิ้มฟันเป็นหยิน เมื่อเปรียบเทียบกับเสาโทรศัพท์ที่เป็นหยาง ด้านหลังของคนเราก็มีความเป็นหยินมากกว่าด้านหน้า ศรีษะของเรามีความเป็นหยาง ในขณะที่ด้านเท้ามีความเป็นหยิน

ลัทธิเต๋าสอนให้เรารู้ว่ามันมีพลังอยู่ในสิ่งต่างๆในจักรวาล ที่ลึกล้ำ และยิ่งใหญ่ไพศาลกว่าพลังอื่นๆ พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่า “เต๋า” ซึ่งมีความหมายเหมือนกันกับ “พลัง” ที่มักถูกพูดถึงบ่อยๆในสตาร์วอร์ส แต่พลังเต๋านั้นมีสองด้าน

ต่างจากศาสนาอื่นๆที่พลังเหนือธรรมชาตินั้นอาจะมีทั้งด้านที่ดีทั้งหมด และมีพลังด้านตรงข้ามที่เป็นฝ่ายที่ชั่วร้าย ลัทธิเต๋าสอนให้เรารู้ว่า เราจำเป็นต้องเรียนรู้จากทั้งสองสิ่ง ทั้งหยินและหยาง ต่างจากศาสนาที่มีพระเป็นเจ้า หรือ มีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่ในลัทธิเต๋าไม่เป็นเช่นนั้น

ผู้เชื่อในลัทธิเต๋า เห็นว่าการที่คนๆหนึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างราบรื่นนั้นอยู่ที่การใช้ชีวิตโดยไม่ขัดต่อคลื่นพลังงานของสรรพสิ่ง ยกตัวอย่างเช่น การฟังมากขึ้น เถียงให้น้อยลง พร้อมที่จะสนับสนุน หรือยกเลิกการกระทำบางอย่าง อาจจะทำให้คุณมีความก้าวหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่ากังวลกับการเป็นที่หนึ่ง แต่จงเป็นอย่างที่คุณเป็น ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เพราะความยุ่งยากซับซ้อนจะทำให้เราออกห่างจากความเป็นเต๋า ผู้ที่เฉลียวฉลาดนั้นคือคนที่รู้จักโอนอ่อนผ่อนปรน การเรียนรู้เพื่อใช้พลังเต๋า คือหัวใจสำคัญของลัทธิเต๋า และนี่คือเหตุผลที่เราต้องรู้จักทั้งส่วนที่เป็นหยิน และหยางของเรา


 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา