วิชา
Log in | วันเสาร์ที่ 19 เม.ย. 2557
 

พิพิธภัณฑ์ปราโด้ กรุงมาดริด ประเทศสเปน (The Prado Museum)

โพสโดย RickSteves
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

พิพิธภัณฑ์ปราโด้ กรุงมาดริด ประเทศสเปน (The Prado Museum)

พิพิธภัณฑ์ปราโด้รวบรวมเอาคอลเลคชั่นภาพวาดที่ผมชื่นชอบที่สุดไว้ ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของสเปน ทั้งจากช่วงยุคทองไปจนถึงยุคเสื่อมสลาย

ในช่วงปี 1500 สเปนเป็นมหาอำนาจในยุโรป ร่ำรวยด้วยทองคำจากทวีปอเมริกาที่เพิ่งถูกค้นพบ สเปนถูกปกครองโดยชายผู้นี้ จักรพรรดิ ชาลส์ที่ 5 ภาพวาดโดยศิลปินชาวเวนิสภาพนี้แสดงภาพจักรพรรดิชาลส์เช่นที่เขาเป็นในตอนนั้น คือ ชายผู้มีอำนาจที่สุดในโลก

พระโอรสของจักพรรดิชาลส์ พระเจ้า ฟิลลิปที่ 2 แห่งสเปน (Phillip II of Spain) ถึงแม้จะเป็นคนเคร่งศาสนา ได้เก็บรวบรวมภาพวาดกระตุ้นกิเลสตัณหาโดยศิลปินชาวเวนิสไว้มากมาย ในภาพวาด “Venus and the Organ Player” ของ ทีเชียน (Tiziano Vecelli หรือ Titian) นี้ แสดงให้เราเห็นถึงความขัดแย้งที่ผู้คนสมัยนั้นต้องเผชิญ ต่อสู้กันระหว่างการทุ่มเทให้ศิลปะชั้นสูง ซึ่งใช้ดนตรีเป็นตัวแทน กับความรื่นรมย์ทางโลก ภาพวาด “Danae” งานของทีเชียนอีกชิ้น แสดงภาพเงินทองหล่นลงมาจากท้องฟ้า ทำให้ราชวงศ์และขุนนางหรือกลุ่มคนที่สนับสนุนงานศิลป์ รู้สึกว่าความร่ำรวยของพวกเขาเป็นสิ่งอวยพรจากพระเจ้า

เฮอโรนีมัส บอช (Hieronymus Bosch) จิตรกรผู้วาดภาพนี้เมื่อ 500 ปีก่อน แต่ยังคงดูล้ำสมัยจนทุกวันนี้ ได้อธิบายลัทธิสุขนิยม (Hedonism) ขึ้นใหม่โดยสิ้นเชิง ภาพวาด “The Garden of Earthly Delight” ของเขาเป็นภาพวาดสามส่วนที่เคยแขวนไว้ในห้องบรรทมของกษัตริย์นั้น ได้แสดงให้เห็นว่าสิ่งเย้ายวนทางโลกทั้งหลาย สุดท้ายแล้วจะนำพาชีวิตไปสู่อะไร

เริ่มแรก ชายหญิงถือกำเนิดมาอย่างบริสุทธิ์ในสวนแห่งอีเดน (The Garden of Eden) และมีพระเจ้าผู้เมตตาคอยอวยพร แต่แล้วมนุษย์ที่โง่เง่ากลับแสวงหาความปรารถนาทางโลก ซึ่งเป็นการค้นหาที่จบลงด้วยการติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ มนุษย์ถูกหลอกให้หลงอยู่ในสิ่งเย้ายวนทางโลก การกิน ดื่ม และความสุขทางเพศ คู่รักลุ่มหลงเหมือนอยู่ในโลกฟองสบู่ และในส่วนที่สามของภาพวาด ฟองสบู่ที่สวยงามกลับแตกสลาย สัตว์ที่ลุ่มหลงทางโลกทั้งหลายต้องตกนรกหมกไหม้ ในโลกรกร้างร้อนระอุหลังความวุ่นวาย เหล่าคนบาปทั้งหลายจะต้องทนทรมานอยู่ชั่วกัลป์ คนบาบทุกคนถูกลงโทษอย่างสาสมกับบาปของตน เหล่าคนตะกละจะถูกกินเสียเอง เครื่องดนตรีกลับถูกนำมาทรมานคนที่เคยบรรเลงเพลง นักพนันก็ถูกถล่มงานเลี้ยง ส่วนคนที่ลุ่มหลงทางเพศก็ถูกล่วงละเมิดโดยแม่ชีที่มีหน้าตาเหมือนหมู ใจกลางความวุ่นวายมีใบหน้าหนึ่งปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นใบหน้าของศิลปินผู้วาด บอช นั่นเอง

ในช่วงปี 1600 สเปนเริ่มเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยอย่างช้าๆ แต่ราชสำนักที่ร่ำรวยของสเปนก็ยังคงเป็นผู้สนับสนุนงานศิลปะชั้นยอดอยู่ และภาพวาดที่อาจจะเป็นที่รักที่สุดในพิพิธภัณฑ์ปราโด้ ก็คือภาพนี้ครับ “Las Meninas” โดยศิลปิน ดีเอโก วลาซเกซ (Diego Velazquez)

วลาซเกซได้แสดงให้เราเห็นเบื้องหลังการวาดภาพเหมือนของพระราชาและพระราชินี เขาได้วาดภาพตัวเองขณะทำงาน และมีเจ้าหญิงพระองค์น้อยอยู่ใกล้ๆ คอยเฝ้ามองพระบิดาและพระมารดายืนเป็นแบบให้วาดภาพ และมีบรรดาผู้รับใช้อยู่รายล้อมองค์หญิง มุมมองที่โดดเด่นของภาพวาดสามมิติที่สวยงามนี้ก็คือ ภาพพระราชาและพระราชินีขณะที่ยืนเป็นแบบให้อยู่ โดยสามารถมองเห็นเป็นเงาสะท้อนอยู่ที่กระจกเงาในภาพ

เมื่อถึงช่วงปี 1800 สเปนก็ไม่ได้เป็นมหาอำนาจของโลกอีกต่อไป แต่ก็ยังเป็นประเทศที่ผลิตศิลปินชั้นยอดอยู่เรื่อยๆ ฟรานซิสโก เด โกยา (Francisco De Goya) เป็นจิตรกรประจำราชสำนักเสปน เขาทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อวาดภาพเหมือนกษัตริย์ พระราชินี และบุคคลในราชวงศ์แห่งสเปน แต่มีบางคนเห็นว่า โกยา ไม่ได้ศรัทธาราชวงศ์สเปน ผู้สนับสนุนงานศิลป์ของเขาอีกต่อไป ในใบหน้าที่ดูว่างเปล่านี้ เขาสื่อให้เห็นถึงความไร้ความสามารถของคนในราชวงศ์

ภาพวาด “The 2nd of May” ของ โกยา เผยให้เห็นความหวังว่าแนวความคิดการปฏิวัติในฝรั่งเศสจะแผ่ขยายมาถึงและนำประชาธิปไตยมาสู่สเปนบ้าง แต่เมื่อนโปเลียนรุกรานเข้ามา ความหวังของพวกเขาก็สูญสลาย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1908 ชนชั้นแรงงานในกรุงมาดริดวางแผนการประท้วง ทหารฝรั่งเศสพร้อมกับทหารรับจ้างชาวอียิปต์เข่นฆ่าฝูงชนเพื่อเข้าจับกุมผู้นำ ในวันถัดมา ภาพนี้มีชื่อว่า “The 3rd of May” ทหารฝรั่งเศสเริ่มการตอบโต้ เพิกเฉยต่อการร้องขอของกลุ่มกบฏ ทหารอาวุธครบมือแต่ไม่ปรากฏหน้ายิงถล่มพวกเขาอย่างไร้เมตตา โกยา ผู้แปลกแยกตัวเองออกจากความรุนแรงที่ไร้เหตุผลทั้งหมดวาดภาพนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านทั่วไปเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายของสงคราม

โชคดีที่เมื่อเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ปราโด้ ยังคงเป็นวันที่สดใสในมาดริด ที่ทุกคนมุ่งมั่นจะเฉลิมฉลองอิสรภาพและใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ในขณะที่สเปนยังคงจดจำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ไว้ได้ แต่จุดมุ่งหมายในชีวิตทุกวันนี้คือการใช้ชีวิตให้ดี และทุกครั้งที่ผมได้มาเยี่ยมเยียนนครที่น่าตื่นเต้นแห่งนี้ ความประทับใจที่ผมนำกลับไปด้วยทุกครั้งก็คือคนสเปนเป็นคนที่มีวัฒนธรรมมายืนนานและเต้นรำได้เก่งจริงๆครับ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

เรื่อง : พิพิธภัณฑ์ปราโด้ กรุงมาดริด ประเทศสเปน (The Prado Museum)
ชื่อเจ้าของคลิป : RickSteves
URL : http://www.youtube.com/watch?v=G7Nmv8TQBHw
 
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
โพส : 12 ก.พ. 2553
เข้าชม : 23,057 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 30 ก.ค. 2553
เข้าชม : 117,197 ครั้ง
ผู้สร้าง : ON_LEE
โพส : 2 ก.พ. 2555
เข้าชม : 4,176 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 16 ก.พ. 2553
เข้าชม : 11,396 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 20 ธ.ค. 2556
เข้าชม : 5,872 ครั้ง
ผู้สร้าง : ❤Math❤
โพส : 17 มี.ค. 2553
เข้าชม : 48,631 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
 
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
ศิลปะการเล่นกับเส้น ตอนที่ 2 วาดเส้นโดยไม่ยกปากกา
โพส : 20 ก.ย. 2556
เข้าชม : 2,779 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
ศิลปะการเล่นกับเส้น ตอนที่ 3 วาดภาพสร้างสรรค์
โพส : 20 ก.ย. 2556
เข้าชม : 2,560 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
ศิลปะการเล่นกับเส้น ตอนที่ 1 วาดเส้นโดยไม่มองกระดาษ
โพส : 20 ก.ย. 2556
เข้าชม : 1,407 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
เทคนิคระบายสีน้ำ Water painting techniques
โพส : 30 ส.ค. 2556
เข้าชม : 1,074 ครั้ง
โพสโดย : ครูพงษ์ ว.ส.ก.
 

พิพิธภัณฑ์ปราโด้ กรุงมาดริด ประเทศสเปน (The Prado Museum)

พิพิธภัณฑ์ปราโด้รวบรวมเอาคอลเลคชั่นภาพวาดที่ผมชื่นชอบที่สุดไว้ ภาพวาดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของสเปน ทั้งจากช่วงยุคทองไปจนถึงยุคเสื่อมสลาย

ในช่วงปี 1500 สเปนเป็นมหาอำนาจในยุโรป ร่ำรวยด้วยทองคำจากทวีปอเมริกาที่เพิ่งถูกค้นพบ สเปนถูกปกครองโดยชายผู้นี้ จักรพรรดิ ชาลส์ที่ 5 ภาพวาดโดยศิลปินชาวเวนิสภาพนี้แสดงภาพจักรพรรดิชาลส์เช่นที่เขาเป็นในตอนนั้น คือ ชายผู้มีอำนาจที่สุดในโลก

พระโอรสของจักพรรดิชาลส์ พระเจ้า ฟิลลิปที่ 2 แห่งสเปน (Phillip II of Spain) ถึงแม้จะเป็นคนเคร่งศาสนา ได้เก็บรวบรวมภาพวาดกระตุ้นกิเลสตัณหาโดยศิลปินชาวเวนิสไว้มากมาย ในภาพวาด “Venus and the Organ Player” ของ ทีเชียน (Tiziano Vecelli หรือ Titian) นี้ แสดงให้เราเห็นถึงความขัดแย้งที่ผู้คนสมัยนั้นต้องเผชิญ ต่อสู้กันระหว่างการทุ่มเทให้ศิลปะชั้นสูง ซึ่งใช้ดนตรีเป็นตัวแทน กับความรื่นรมย์ทางโลก ภาพวาด “Danae” งานของทีเชียนอีกชิ้น แสดงภาพเงินทองหล่นลงมาจากท้องฟ้า ทำให้ราชวงศ์และขุนนางหรือกลุ่มคนที่สนับสนุนงานศิลป์ รู้สึกว่าความร่ำรวยของพวกเขาเป็นสิ่งอวยพรจากพระเจ้า

เฮอโรนีมัส บอช (Hieronymus Bosch) จิตรกรผู้วาดภาพนี้เมื่อ 500 ปีก่อน แต่ยังคงดูล้ำสมัยจนทุกวันนี้ ได้อธิบายลัทธิสุขนิยม (Hedonism) ขึ้นใหม่โดยสิ้นเชิง ภาพวาด “The Garden of Earthly Delight” ของเขาเป็นภาพวาดสามส่วนที่เคยแขวนไว้ในห้องบรรทมของกษัตริย์นั้น ได้แสดงให้เห็นว่าสิ่งเย้ายวนทางโลกทั้งหลาย สุดท้ายแล้วจะนำพาชีวิตไปสู่อะไร

เริ่มแรก ชายหญิงถือกำเนิดมาอย่างบริสุทธิ์ในสวนแห่งอีเดน (The Garden of Eden) และมีพระเจ้าผู้เมตตาคอยอวยพร แต่แล้วมนุษย์ที่โง่เง่ากลับแสวงหาความปรารถนาทางโลก ซึ่งเป็นการค้นหาที่จบลงด้วยการติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ มนุษย์ถูกหลอกให้หลงอยู่ในสิ่งเย้ายวนทางโลก การกิน ดื่ม และความสุขทางเพศ คู่รักลุ่มหลงเหมือนอยู่ในโลกฟองสบู่ และในส่วนที่สามของภาพวาด ฟองสบู่ที่สวยงามกลับแตกสลาย สัตว์ที่ลุ่มหลงทางโลกทั้งหลายต้องตกนรกหมกไหม้ ในโลกรกร้างร้อนระอุหลังความวุ่นวาย เหล่าคนบาปทั้งหลายจะต้องทนทรมานอยู่ชั่วกัลป์ คนบาบทุกคนถูกลงโทษอย่างสาสมกับบาปของตน เหล่าคนตะกละจะถูกกินเสียเอง เครื่องดนตรีกลับถูกนำมาทรมานคนที่เคยบรรเลงเพลง นักพนันก็ถูกถล่มงานเลี้ยง ส่วนคนที่ลุ่มหลงทางเพศก็ถูกล่วงละเมิดโดยแม่ชีที่มีหน้าตาเหมือนหมู ใจกลางความวุ่นวายมีใบหน้าหนึ่งปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นใบหน้าของศิลปินผู้วาด บอช นั่นเอง

ในช่วงปี 1600 สเปนเริ่มเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยอย่างช้าๆ แต่ราชสำนักที่ร่ำรวยของสเปนก็ยังคงเป็นผู้สนับสนุนงานศิลปะชั้นยอดอยู่ และภาพวาดที่อาจจะเป็นที่รักที่สุดในพิพิธภัณฑ์ปราโด้ ก็คือภาพนี้ครับ “Las Meninas” โดยศิลปิน ดีเอโก วลาซเกซ (Diego Velazquez)

วลาซเกซได้แสดงให้เราเห็นเบื้องหลังการวาดภาพเหมือนของพระราชาและพระราชินี เขาได้วาดภาพตัวเองขณะทำงาน และมีเจ้าหญิงพระองค์น้อยอยู่ใกล้ๆ คอยเฝ้ามองพระบิดาและพระมารดายืนเป็นแบบให้วาดภาพ และมีบรรดาผู้รับใช้อยู่รายล้อมองค์หญิง มุมมองที่โดดเด่นของภาพวาดสามมิติที่สวยงามนี้ก็คือ ภาพพระราชาและพระราชินีขณะที่ยืนเป็นแบบให้อยู่ โดยสามารถมองเห็นเป็นเงาสะท้อนอยู่ที่กระจกเงาในภาพ

เมื่อถึงช่วงปี 1800 สเปนก็ไม่ได้เป็นมหาอำนาจของโลกอีกต่อไป แต่ก็ยังเป็นประเทศที่ผลิตศิลปินชั้นยอดอยู่เรื่อยๆ ฟรานซิสโก เด โกยา (Francisco De Goya) เป็นจิตรกรประจำราชสำนักเสปน เขาทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อวาดภาพเหมือนกษัตริย์ พระราชินี และบุคคลในราชวงศ์แห่งสเปน แต่มีบางคนเห็นว่า โกยา ไม่ได้ศรัทธาราชวงศ์สเปน ผู้สนับสนุนงานศิลป์ของเขาอีกต่อไป ในใบหน้าที่ดูว่างเปล่านี้ เขาสื่อให้เห็นถึงความไร้ความสามารถของคนในราชวงศ์

ภาพวาด “The 2nd of May” ของ โกยา เผยให้เห็นความหวังว่าแนวความคิดการปฏิวัติในฝรั่งเศสจะแผ่ขยายมาถึงและนำประชาธิปไตยมาสู่สเปนบ้าง แต่เมื่อนโปเลียนรุกรานเข้ามา ความหวังของพวกเขาก็สูญสลาย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1908 ชนชั้นแรงงานในกรุงมาดริดวางแผนการประท้วง ทหารฝรั่งเศสพร้อมกับทหารรับจ้างชาวอียิปต์เข่นฆ่าฝูงชนเพื่อเข้าจับกุมผู้นำ ในวันถัดมา ภาพนี้มีชื่อว่า “The 3rd of May” ทหารฝรั่งเศสเริ่มการตอบโต้ เพิกเฉยต่อการร้องขอของกลุ่มกบฏ ทหารอาวุธครบมือแต่ไม่ปรากฏหน้ายิงถล่มพวกเขาอย่างไร้เมตตา โกยา ผู้แปลกแยกตัวเองออกจากความรุนแรงที่ไร้เหตุผลทั้งหมดวาดภาพนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านทั่วไปเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายของสงคราม

โชคดีที่เมื่อเดินออกมาจากพิพิธภัณฑ์ปราโด้ ยังคงเป็นวันที่สดใสในมาดริด ที่ทุกคนมุ่งมั่นจะเฉลิมฉลองอิสรภาพและใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ในขณะที่สเปนยังคงจดจำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ไว้ได้ แต่จุดมุ่งหมายในชีวิตทุกวันนี้คือการใช้ชีวิตให้ดี และทุกครั้งที่ผมได้มาเยี่ยมเยียนนครที่น่าตื่นเต้นแห่งนี้ ความประทับใจที่ผมนำกลับไปด้วยทุกครั้งก็คือคนสเปนเป็นคนที่มีวัฒนธรรมมายืนนานและเต้นรำได้เก่งจริงๆครับ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
เข้าชม : 49 ครั้ง
โพสโดย : TED-Ed
เข้าชม : 682 ครั้ง
โพสโดย : The RSA
เข้าชม : 1,830 ครั้ง
โพสโดย : Exploratorium
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา