![]() |
|
วันตรุษจีน (History of Chinese New Year) โพสโดย greenclips
|
||

วันตรุษจีน (History of Chinese New Year)
สีสันสดใส ขบวนพาเหรดคึกคัก และเสียงประทัด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาพและเสียงน่าจดจำของเทศกาลแห่งฤดูใบไม้ผลิ (Spring Festival) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ วันตรุษจีน (Chinese New Year) เทศกาลนี้เฉลิมฉลองกันนาน 15 วัน และเป็นเทศกาลที่มีสีสันและสำคัญมากที่สุดบนปฏิทินจีน
ชาวจีนเฉลิมฉลองปีใหม่มาตั้งแต่ 2000 ปีก่อนคริสตกาล แต่เทศกาลที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีนี้กลับมีจุดกำเนิดมาจากตำนานและความหวาดกลัว ไม่ใช่การเฉลิมฉลอง
ตำนานจีนโบราณได้กล่าวถึงสัตว์ร้ายชื่อ “เหนียน” (Nian) สัตว์ร้ายตัวนี้จะปรากฏตัวทุกๆปีในช่วงท้ายฤดูหนาว เฝ้าทำร้ายและเข่นฆ่าชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านก็จะใช้สีแดง เสียงดัง และแสงสว่างเพื่อไล่ให้ เหนียน ตกใจหนีไป นี่เองเป็นที่มาของประเพณีการจุดประทัดวันตรุษจีน
คำว่า “เหนียน” ในภาษาจีนแปลได้อีกอย่างว่า “ปี” (year) และเฉกเช่นกับสัตว์ร้าย เวลาหนึ่งปีก็มีเรื่องน่าหวาดกลัวไม่น้อย ทั้งอุทกภัย ความอดอยาก และโรคภัย ต่างก็คร่าชีวิตคนมากมายในหนึ่งปี ในวันปีใหม่ แต่ละครอบครัวจึงมาพบปะรวมตัวกัน เพื่อทราบข่าวคราวว่าใครยังคงมีชีวิตอยู่บ้าง และเพื่อขอพรให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ประเพณีนี้ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน โดยที่คนในครอบครับชาวจีนจะมาพร้อมหน้ากันเฉลิมฉลองปีใหม่
ตลอดช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ชาวจีนได้เฉลิมฉลองวันตรุษจีนในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตามยุคสมัยของจักรพรรดิแต่ละพระองค์ เมื่อปี ค.ศ. 1911 สาธารณรัฐประชาชนจีน (The Republic of China) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ ดร. ซุน ยัด เซน ไม่นานหลังจากนั้นประเทศจีนก็ได้นำปฏิทินสุริยคติมาใช้ ด้วยเหตุนี้ชาวจีนในสมัยนั้นจึงฉลองปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม แต่เมื่อเกิดความไม่สงบทางการเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 รัฐบาลจีนตัดสินใจกลับไปใช้ธรรมเนียมปฏิบัติเดิม และใช้ปฏิทินจันทรคติในการกำหนดวันสำคัญต่างๆ เทศกาลตรุษจีนจึงกลับมาฉลองกันในช่วงเดือนแรกของปฏิทินจันทรคติ ซึ่งตรงกับปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตามปฏิทินสากล
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ท้องถนนจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาหาซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าใหม่ สรรหาประทัดแบบที่ดีที่สุด และคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อประกอบอาหารมื้อสำคัญ
สีแดงเป็นสีแห่งความสุขและความอุดมสมบูรณ์ สัญลักษณ์มงคลเขียนบนกระดาษสีแดงถูกติดไว้ตามหน้าต่างบ้านและร้านค้าทุกแห่ง เพื่อนำมาซึ่งความโชคดี
คนในครอบครัวจะร่วมกันรับประทานอาหารในคืนขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นอาหารชั้นเลิศมากมายที่ล้วนแล้วแต่มีความหมาย ปลาเต็มตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ ไก่แทนโชคดี ทั้งสองอย่างนี้จะต้องมีทั้งหัวและหางอยู่ครบ ซึ่งมีความหมายแทนการเริ่มต้นและจุดจบที่ดีในปีที่กำลังจะมาถึง
หลังรับประทานอาหารเสร็จ ผู้ใหญ่จะแจกซองสีแดงที่เรียกว่า “อั่งเปา” ซึ่งมีคำอวยพรปีใหม่เขียนอยู่ด้านนอกซอง และมีเงินมงคลอยู่ในซอง
ในวันแรกของปีใหม่ ผู้คนจะออกมาเที่ยวข้างนอก ถนนเต็มไปด้วยเสียงประทัด และการเฉลิมฉลองนั้นยาวนานถึงสองอาทิตย์ ซึ่งมีทั้งวันที่มีธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ และวันแห่งการหยุดพักผ่อน
วันที่ 15 ของเทศกาลตรุษจีน เป็นช่วงของเทศกาลโคมไฟ (Lantern Festival) ซึ่งสื่อถึงการสิ้นสุดเทศกาลตรุษจีน เทศกาลโคมไฟนี้เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่นทรงสั่งให้จุดโคมไฟไว้ทั่วพระราชวัง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อจักรวาล ปัจจุบันนี้ แสงจากโคมไฟเป็นฉากหลังสวยงามให้กับขบวนพาเหรดคึกคัก ที่ประกอบไปด้วยนักเชิดสิงโตและมังกรสวยงามเดินขบวนไปตามถนนหนทางเพื่อขับไล่วิญญาณร้าย และนำมาซึ่งความโชคดี แม้การเฉลิมฉลองจะจบลง แต่บรรยากาศของความโชคดีจะยังคงอยู่เมื่อปีใหม่จีนเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง
(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)
| เรื่อง : | วันตรุษจีน (History of Chinese New Year) |
|---|---|
| ชื่อเจ้าของคลิป : | greenclips |
| URL : | http://www.youtube.com/watch?v=SaSEFzai2Ic |
|
||||||
|
||||||
|
||||||
|
||||||
|
||||||
|
||||||
|
โพส : 18 เม.ย. 2556
เข้าชม : 1 ครั้ง
โพสโดย : mayberm
|
|
โพส : 18 เม.ย. 2556
เข้าชม : 2 ครั้ง
โพสโดย : mayberm
|
|
โพส : 18 เม.ย. 2556
เข้าชม : 1 ครั้ง
โพสโดย : mayberm
|
|
โพส : 3 เม.ย. 2556
เข้าชม : 1 ครั้ง
โพสโดย : mayberm
|
วันตรุษจีน (History of Chinese New Year)
สีสันสดใส ขบวนพาเหรดคึกคัก และเสียงประทัด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาพและเสียงน่าจดจำของเทศกาลแห่งฤดูใบไม้ผลิ (Spring Festival) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ วันตรุษจีน (Chinese New Year) เทศกาลนี้เฉลิมฉลองกันนาน 15 วัน และเป็นเทศกาลที่มีสีสันและสำคัญมากที่สุดบนปฏิทินจีน
ชาวจีนเฉลิมฉลองปีใหม่มาตั้งแต่ 2000 ปีก่อนคริสตกาล แต่เทศกาลที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีนี้กลับมีจุดกำเนิดมาจากตำนานและความหวาดกลัว ไม่ใช่การเฉลิมฉลอง
ตำนานจีนโบราณได้กล่าวถึงสัตว์ร้ายชื่อ “เหนียน” (Nian) สัตว์ร้ายตัวนี้จะปรากฏตัวทุกๆปีในช่วงท้ายฤดูหนาว เฝ้าทำร้ายและเข่นฆ่าชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านก็จะใช้สีแดง เสียงดัง และแสงสว่างเพื่อไล่ให้ เหนียน ตกใจหนีไป นี่เองเป็นที่มาของประเพณีการจุดประทัดวันตรุษจีน
คำว่า “เหนียน” ในภาษาจีนแปลได้อีกอย่างว่า “ปี” (year) และเฉกเช่นกับสัตว์ร้าย เวลาหนึ่งปีก็มีเรื่องน่าหวาดกลัวไม่น้อย ทั้งอุทกภัย ความอดอยาก และโรคภัย ต่างก็คร่าชีวิตคนมากมายในหนึ่งปี ในวันปีใหม่ แต่ละครอบครัวจึงมาพบปะรวมตัวกัน เพื่อทราบข่าวคราวว่าใครยังคงมีชีวิตอยู่บ้าง และเพื่อขอพรให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ประเพณีนี้ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน โดยที่คนในครอบครับชาวจีนจะมาพร้อมหน้ากันเฉลิมฉลองปีใหม่
ตลอดช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ชาวจีนได้เฉลิมฉลองวันตรุษจีนในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตามยุคสมัยของจักรพรรดิแต่ละพระองค์ เมื่อปี ค.ศ. 1911 สาธารณรัฐประชาชนจีน (The Republic of China) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ ดร. ซุน ยัด เซน ไม่นานหลังจากนั้นประเทศจีนก็ได้นำปฏิทินสุริยคติมาใช้ ด้วยเหตุนี้ชาวจีนในสมัยนั้นจึงฉลองปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม แต่เมื่อเกิดความไม่สงบทางการเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 รัฐบาลจีนตัดสินใจกลับไปใช้ธรรมเนียมปฏิบัติเดิม และใช้ปฏิทินจันทรคติในการกำหนดวันสำคัญต่างๆ เทศกาลตรุษจีนจึงกลับมาฉลองกันในช่วงเดือนแรกของปฏิทินจันทรคติ ซึ่งตรงกับปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตามปฏิทินสากล
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ท้องถนนจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาหาซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าใหม่ สรรหาประทัดแบบที่ดีที่สุด และคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อประกอบอาหารมื้อสำคัญ
สีแดงเป็นสีแห่งความสุขและความอุดมสมบูรณ์ สัญลักษณ์มงคลเขียนบนกระดาษสีแดงถูกติดไว้ตามหน้าต่างบ้านและร้านค้าทุกแห่ง เพื่อนำมาซึ่งความโชคดี
คนในครอบครัวจะร่วมกันรับประทานอาหารในคืนขึ้นปีใหม่ ซึ่งเป็นอาหารชั้นเลิศมากมายที่ล้วนแล้วแต่มีความหมาย ปลาเต็มตัวแทนความอุดมสมบูรณ์ ไก่แทนโชคดี ทั้งสองอย่างนี้จะต้องมีทั้งหัวและหางอยู่ครบ ซึ่งมีความหมายแทนการเริ่มต้นและจุดจบที่ดีในปีที่กำลังจะมาถึง
หลังรับประทานอาหารเสร็จ ผู้ใหญ่จะแจกซองสีแดงที่เรียกว่า “อั่งเปา” ซึ่งมีคำอวยพรปีใหม่เขียนอยู่ด้านนอกซอง และมีเงินมงคลอยู่ในซอง
ในวันแรกของปีใหม่ ผู้คนจะออกมาเที่ยวข้างนอก ถนนเต็มไปด้วยเสียงประทัด และการเฉลิมฉลองนั้นยาวนานถึงสองอาทิตย์ ซึ่งมีทั้งวันที่มีธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ และวันแห่งการหยุดพักผ่อน
วันที่ 15 ของเทศกาลตรุษจีน เป็นช่วงของเทศกาลโคมไฟ (Lantern Festival) ซึ่งสื่อถึงการสิ้นสุดเทศกาลตรุษจีน เทศกาลโคมไฟนี้เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่นทรงสั่งให้จุดโคมไฟไว้ทั่วพระราชวัง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อจักรวาล ปัจจุบันนี้ แสงจากโคมไฟเป็นฉากหลังสวยงามให้กับขบวนพาเหรดคึกคัก ที่ประกอบไปด้วยนักเชิดสิงโตและมังกรสวยงามเดินขบวนไปตามถนนหนทางเพื่อขับไล่วิญญาณร้าย และนำมาซึ่งความโชคดี แม้การเฉลิมฉลองจะจบลง แต่บรรยากาศของความโชคดีจะยังคงอยู่เมื่อปีใหม่จีนเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง
(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)
แบ่งปันให้เพื่อน |
|---|
|
||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||


