วิชา
Log in | วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2557
 

คำกริยาวลี: บทนำ (Phrasal Verbs: Introduction)

โพสโดย JenniferESL
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

คำกริยาวลี: บทนำ (Phrasal Verbs: Introduction)

กริยาวลี (phrasal verbs) ไม่ใช่เรื่องเข้าใจง่ายเลยจริงไหมคะ คุณรู้ไหมว่าที่อยู่ตรงนี้คืออะไร หนังสือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษค่ะ ฉันได้หาข้อมูลจากทั้งในหนังสือและในเว็บไซต์ เพื่อให้แน่ใจว่าฉันเข้าใจเรื่องกริยาวลีอย่างถ่องแท้ แต่คุณรู้ไหมคะว่าฉันพบอะไร มีข้อมูลและคำอธิบายมากมายเกี่ยวกับกริยาวลีค่ะ นี่ทำให้มันเป็นเรื่องน่าสับสนมากทีเดียว แต่ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพยายามทำให้ทุกอย่างกระจ่าง และจะสามารถให้คำอธิบายที่ขัดเจนกับคุณได้

บทเรียนของฉันจะตอบคำถามสามข้อนี้ค่ะ
1. กริยาวลีคืออะไร
2. เราใช้กริยาวลีเมื่อใดบ้าง
3. กริยาวลีใช้อย่างไร

เรามาเริ่มกันที่คำถามแรกกันก่อนค่ะ กริยาวลีคืออะไร

กริยาวลี (phrasal verbs) มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า two-part verbs, three-part verbs และ multi-word verbs ฉันชอบเรียกมันว่า phrasal verb มากกว่าค่ะ สิ่งที่เราพูดถึงนี้หมายความถึง คำกริยาหนึ่งคำและคำอื่นๆอีกหนึ่งหรือสองคำ ซึ่งเมื่อประกอบกันขึ้นเป็นหนึ่งวลีแล้ว มันจะมีความหมายพิเศษที่ต่างไป คำศัพท์สั้นๆอีกหนึ่งหรือสองคำนี้ เราเรียกมันว่าส่วนประกอบหรือ “particles” ค่ะ เมื่อส่วนประกอบมาอยู่รวมกับคำกริยา ก็จะเกิดเป็นความหมายใหม่ขึ้นมา ส่วนประกอบจะเปลี่ยนความหมายเดิมของคำกริยานั้นไป ซึ่งแตกต่างจากการใช้คำกริยาร่วมกับคำบุพบท (preposition) หรือ การใช้คำกริยาร่วมกับคำกริยาวิเศษณ์ (adverb) เพราะ preposition และ adverb นั้นเพียงแค่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่ได้เปลี่ยนความหมายเดิมของคำกริยานั้น แต่ particle จะเปลี่ยนความหมายของคำกริยาไปเลยค่ะ

จนถึงตอนนี้ คุณได้ยินฉันใช้กริยาวลีไปสี่ตัวแล้วค่ะ แล้วส่วนประกอบเหล่านี้เปลี่ยนความหมายเดิมของคำกริยาไปอย่างไร
• Figure out = understand after much thought (เข้าใจหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน)
• Look through = search for something (ค้นหาอะไรบางอย่าง)
• Find out = discover or learn information (ค้นพบหรือได้เรียนรู้เกี่ยวกับอะไรบางอย่าง)
• Sort out = organize something messy or complicated (จัดระเบียบให้กับอะไรบางอย่างที่เลอะเทอะหรือน่าสับสน)

การเรียนรู้ความหมายของกริยาวลีคงเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับนักเรียนค่ะ เนื่องจากในภาษาอังกฤษมีกริยาวลีใช้เป็นร้อยๆตัว

ความหมายของกริยาวลีบางตัวค่อนข้างเข้าใจง่าย เนื่องจากมันค่อนข้างจะตรงตามตัวอักษร (literal) หรือหมายความว่า ความหมายมันไม่ได้ต่างจากความหมายเดิมของคำกริยานัก ยกตัวอย่างเช่น

• Look + through
look แปลว่ามองดูด้วยตา to look through a book มีความหมายว่าคุณกำลังมองหาอะไรสักอย่างจากในหนังสือ คุณใช้สายตากวาดมองหน้าหนังสือ จากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าเพื่อหาข้อมูลบางอย่าง

• Figure + out
เป็นคำกริยาวลีที่มีความหมายค่อนไปทางสำนวน (idiomatic) มากกว่า ความหมายของมันไม่ได้ชัดเจนนัก เมื่อมองเพียงแค่ส่วนประกอบ to figure out a math problem หมายความว่าคุณคิดหาคำตอบอยู่นานจนในที่สุดก็พบคำตอบได้

ฉันอยากจะเน้นความสำคัญของส่วนประกอบในกริยาวลีสักหน่อยค่ะ ลองเปรียบเทียบสองประโยคต่อไปนี้
The boy looked through the keyhole. (เด็กผู้ชาย “มองลอด” รูกุญแจ)
The lawyer looked through the files. (ทนายความ “ค้นหาข้อมูล” ในแฟ้มเอกสาร)

จากสองประโยคนี้ ฉันพูดได้เลยว่ามีประโยคเดียวที่ใช้กริยาวลีค่ะ ประโยคไหนหรือค่ะ ประโยคที่สองค่ะ ในประโยคที่หนึ่ง “through the keyhole” เป็นข้อมูลเพิ่มเติมหรือส่วนขยาย มันแค่กำลังบอกเราว่าเด็กผู้ชายคนนั้นกำลังมองไปที่ไหน สายตาของเขากำลังมองไปที่อะไร ในที่นี้ through ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของ look ค่ะ แต่ในประโยคที่สอง เมื่อเติม through เข้าไปแล้ว look มีความหมายที่ต่างออกไป โดย look through = search หรือ “ค้นหา”

คราวนี้ลองมาดูตัวอย่างด้านล่างกันค่ะ
• agree (on an issue)
• care (about someone)
• dream (of a better life)
ในความเห็นของฉัน ฉันว่าตัวอย่างนี้ไม่ได้เป็นกริยาวลีค่ะ เนื่องจาก on, about, of ไม่ได้เปลี่ยนความหมายคำกริยาที่อยู่ด้านหน้า

แบบฝึกหัดที่ 1
หากริยาวลีที่อยู่ในคู่ของประโยคต่อไปนี้

ตัวอย่าง: ดูแล้วฟัง ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer is sitting on a couch and reading a magazine.
b. Jennifer likes to sit back and watch TV when she gets the chance.
ประโยคไหนเป็นประโยคที่มีกริยาวลีคะ ข้อ b ค่ะ sit back = to get comfortable, to rest in a comfortable position (นั่งพักผ่อนสบายๆ)

1. ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer is thinking about what she can cook for dinner.
b. Jennifer is thinking over what she wrote in her complaint letter.  Was it ready to send?
คำตอบคือข้อ b. ค่ะ think over = carefully consider (พิจารณา) โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะตัดสินใจอะไรสักอย่าง

2. ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer said good-bye and hung up.
b. Pictures and photographs hang on Jennifer’s walls.
คำตอบคือข้อ a. ค่ะ hang up = to end a phone call (วางสายโทรศัพท์)

3. ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer didn’t get around to vacuuming until 2 in the afternoon.
b. Jennifer was happy she got her new coat for 10 dollars.
คำตอบคือข้อ a. ค่ะ get around = finally do it after much delay (ลงมือทำในที่สุด หลังผลัดมานาน)

คราวนี้มาตอบคำถามข้อที่สองของเรากันค่ะ เราใช้กริยาวลีเมื่อใดบ้าง
คำกริยาวลีพบได้บ่อยๆในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วกริยาวลีไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้ในภาษาทางการ
เท่ากับคำกริยาคำเดียวที่มีความหมายเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น
Come up with = invent, create
Put together = assemble, prepare

ดังนั้น เราจะตัดสินใจว่าควรหรือไม่ควรใช้กริยาวลี ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์นั้นๆมีความเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน

เวลามีคนคุยเล่นและถามเกี่ยวกับงานที่ฉันทำ ฉันก็จะอธิบายไปว่า ฉันชอบ “คิดหา” (come up with) และ “รวบรวม” (put together) ความรู้มาทำเป็นบทเรียนให้ผู้ชมของฉันได้ชม แต่ถ้าฉันอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นทางการกว่านั้น ฉันจะเลือกใช้คำที่ต่างออกไปค่ะ ฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันจะเปลี่ยนและเลือกใช้คำอย่างไรบ้างค่ะ

“I thoroughly enjoy both the challenge of generating (coming up with) ideas and the experience of preparing (putting together) lessons for my viewers.”

รู้สึกได้ไหมคะว่าประโยคนี้มาความเป็นทางการมากกว่า ฉันคิดว่าเป็นเพราะเราจะไม่ค่อยพบการใช้สำนวนต่างๆในภาษาทางการค่ะ และเนื่องจากมีกริยาวลีมากมายที่มีความหมายค่อนไปทางสำนวน กริยาวลีจึงพบได้บ่อยกว่าในภาษาอังกฤษที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันที่เป็นทางการน้อยกว่า

แบบฝึกหัดที่ 2
พิจารณาประโยคโดยรวมแล้วเลือกว่ากริยาตัวไหนเหมาะสมกว่ากัน

ตัวอย่าง:
The newspaper reported that the businessman was extremely disappointed to (find out/discover) one of his own employees had committed a major crime.
ในประโยคนี้สามารถใช้กริยาได้ทั้งสองตัวค่ะ ไม่มีอันไหนผิดเนื่องจากทั้งสองคำมีความหมายเดียวกัน แต่โดยรวมแล้ว ภาษาที่ใช้ในประโยคค่อนข้างเป็นทางการ ฉันจึงคิดว่า discover เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า
คุณจะเข้าใจได้ดีขึ้นถ้าลองเปรียบเทียบประโยคแรกกับประโยคที่สองนี้ค่ะ ประโยคนี้เป็นทางการน้อยกว่า เนื่องจากเป็นภาษาพูด
I read in the newspaper that the businessman was really upset to (find out/discover) an employee of his was guilty of a serious crime.
ในข้อนี้ใช้ได้ทั้งสองตัวเหมือนกันค่ะ แต่เนื่องจากโดยรวมประโยคเป็นทางการน้อยกว่า find out จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

1. We are greatly interested in your proposal, but we require some time to (think over/consider) all our options.
ในข้อนี้ think over ไม่ได้ผิดความหมายแต่อย่างใดค่ะ แต่สำหรับประโยคที่เป็นทางการขนาดนี้ ฉันจะเลือกใช้ consider

2. It drives me crazy when my sister (looks through/searches) my things without asking.  I have to tell her to stay on her side of the room.
สำหรับประโยคที่ไม่เป็นทางการนี้ looks through เป็นคำที่เหมาะสมกว่าค่ะ

3. Doctors failed to (figure out/determine) the cause of the illness; however, they were able to reduce the patient’s suffering.
คำตอบที่เหมาะสมคือ determine ค่ะ

คำถามข้อที่สามของเราคือ กริยาวลีใช้อย่างไร คำถามนี้จะเป็นหัวข้อหลักในบทเรียนต่อไปค่ะ คราวหน้าเราจะพูดถึง สกรรมกริยาวลี และ อกรรมกริยาวลี (Transitive and Intransitive Phrasal Verbs) และจากนั้นฉันจะอธิบายว่า สกรรมกริยาวลีนั้น จะสามารถหรือไม่สามารถแยกออกจากกันได้ (Separable and Inseparable Phrasal Verbs)

สำหรับตอนนี้ฉันขอเชิญให้คุณเข้าไปที่ EnglishCafe.com เพื่อทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมของบทเรียนนี้ได้ โดยค้นหาที่ชื่อผู้ใช้ของฉัน JenniferESL ค่ะ

บทเรียนจบแล้วค่ะ ถึงเวลาให้คุณไปทำแบบฝึกหัด และฉันก็ต้องไปเตรียมทำบทเรียนในครั้งหน้าของเราแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณที่รับชม และเรียนให้สนุกนะคะ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

เรื่อง : คำกริยาวลี: บทนำ (Phrasal Verbs: Introduction)
ชื่อเจ้าของคลิป : JenniferESL
URL : http://www.youtube.com/watch?v=TLeNXRHBnpA
 
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
โพส : 29 เม.ย. 2554
เข้าชม : 7,850 ครั้ง
ผู้สร้าง : ON_LEE
โพส : 27 ก.ค. 2557
เข้าชม : 5,436 ครั้ง
ผู้สร้าง : ❤Math❤
โพส : 19 ก.ค. 2556
เข้าชม : 2,206 ครั้ง
ผู้สร้าง : kai
โพส : 30 เม.ย. 2553
เข้าชม : 8,251 ครั้ง
ผู้สร้าง : ON_LEE
โพส : 15 พ.ค. 2557
เข้าชม : 1,608 ครั้ง
ผู้สร้าง : สุดาภรณ์ อินสุพรรณ
โพส : 9 ก.ค. 2556
เข้าชม : 12,301 ครั้ง
ผู้สร้าง : kai
 
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
ภาษาอังกฤษ: ตอน เรื่องนี้มีแต่ SOME
โพส : 26 ก.ย. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
Future Tenses
โพส : 23 ก.ค. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
Past Tenses
โพส : 23 ก.ค. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
Present Tenses
โพส : 23 ก.ค. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
 

คำกริยาวลี: บทนำ (Phrasal Verbs: Introduction)

กริยาวลี (phrasal verbs) ไม่ใช่เรื่องเข้าใจง่ายเลยจริงไหมคะ คุณรู้ไหมว่าที่อยู่ตรงนี้คืออะไร หนังสือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษค่ะ ฉันได้หาข้อมูลจากทั้งในหนังสือและในเว็บไซต์ เพื่อให้แน่ใจว่าฉันเข้าใจเรื่องกริยาวลีอย่างถ่องแท้ แต่คุณรู้ไหมคะว่าฉันพบอะไร มีข้อมูลและคำอธิบายมากมายเกี่ยวกับกริยาวลีค่ะ นี่ทำให้มันเป็นเรื่องน่าสับสนมากทีเดียว แต่ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพยายามทำให้ทุกอย่างกระจ่าง และจะสามารถให้คำอธิบายที่ขัดเจนกับคุณได้

บทเรียนของฉันจะตอบคำถามสามข้อนี้ค่ะ
1. กริยาวลีคืออะไร
2. เราใช้กริยาวลีเมื่อใดบ้าง
3. กริยาวลีใช้อย่างไร

เรามาเริ่มกันที่คำถามแรกกันก่อนค่ะ กริยาวลีคืออะไร

กริยาวลี (phrasal verbs) มีชื่อเรียกอย่างอื่นว่า two-part verbs, three-part verbs และ multi-word verbs ฉันชอบเรียกมันว่า phrasal verb มากกว่าค่ะ สิ่งที่เราพูดถึงนี้หมายความถึง คำกริยาหนึ่งคำและคำอื่นๆอีกหนึ่งหรือสองคำ ซึ่งเมื่อประกอบกันขึ้นเป็นหนึ่งวลีแล้ว มันจะมีความหมายพิเศษที่ต่างไป คำศัพท์สั้นๆอีกหนึ่งหรือสองคำนี้ เราเรียกมันว่าส่วนประกอบหรือ “particles” ค่ะ เมื่อส่วนประกอบมาอยู่รวมกับคำกริยา ก็จะเกิดเป็นความหมายใหม่ขึ้นมา ส่วนประกอบจะเปลี่ยนความหมายเดิมของคำกริยานั้นไป ซึ่งแตกต่างจากการใช้คำกริยาร่วมกับคำบุพบท (preposition) หรือ การใช้คำกริยาร่วมกับคำกริยาวิเศษณ์ (adverb) เพราะ preposition และ adverb นั้นเพียงแค่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ไม่ได้เปลี่ยนความหมายเดิมของคำกริยานั้น แต่ particle จะเปลี่ยนความหมายของคำกริยาไปเลยค่ะ

จนถึงตอนนี้ คุณได้ยินฉันใช้กริยาวลีไปสี่ตัวแล้วค่ะ แล้วส่วนประกอบเหล่านี้เปลี่ยนความหมายเดิมของคำกริยาไปอย่างไร
• Figure out = understand after much thought (เข้าใจหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน)
• Look through = search for something (ค้นหาอะไรบางอย่าง)
• Find out = discover or learn information (ค้นพบหรือได้เรียนรู้เกี่ยวกับอะไรบางอย่าง)
• Sort out = organize something messy or complicated (จัดระเบียบให้กับอะไรบางอย่างที่เลอะเทอะหรือน่าสับสน)

การเรียนรู้ความหมายของกริยาวลีคงเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับนักเรียนค่ะ เนื่องจากในภาษาอังกฤษมีกริยาวลีใช้เป็นร้อยๆตัว

ความหมายของกริยาวลีบางตัวค่อนข้างเข้าใจง่าย เนื่องจากมันค่อนข้างจะตรงตามตัวอักษร (literal) หรือหมายความว่า ความหมายมันไม่ได้ต่างจากความหมายเดิมของคำกริยานัก ยกตัวอย่างเช่น

• Look + through
look แปลว่ามองดูด้วยตา to look through a book มีความหมายว่าคุณกำลังมองหาอะไรสักอย่างจากในหนังสือ คุณใช้สายตากวาดมองหน้าหนังสือ จากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าเพื่อหาข้อมูลบางอย่าง

• Figure + out
เป็นคำกริยาวลีที่มีความหมายค่อนไปทางสำนวน (idiomatic) มากกว่า ความหมายของมันไม่ได้ชัดเจนนัก เมื่อมองเพียงแค่ส่วนประกอบ to figure out a math problem หมายความว่าคุณคิดหาคำตอบอยู่นานจนในที่สุดก็พบคำตอบได้

ฉันอยากจะเน้นความสำคัญของส่วนประกอบในกริยาวลีสักหน่อยค่ะ ลองเปรียบเทียบสองประโยคต่อไปนี้
The boy looked through the keyhole. (เด็กผู้ชาย “มองลอด” รูกุญแจ)
The lawyer looked through the files. (ทนายความ “ค้นหาข้อมูล” ในแฟ้มเอกสาร)

จากสองประโยคนี้ ฉันพูดได้เลยว่ามีประโยคเดียวที่ใช้กริยาวลีค่ะ ประโยคไหนหรือค่ะ ประโยคที่สองค่ะ ในประโยคที่หนึ่ง “through the keyhole” เป็นข้อมูลเพิ่มเติมหรือส่วนขยาย มันแค่กำลังบอกเราว่าเด็กผู้ชายคนนั้นกำลังมองไปที่ไหน สายตาของเขากำลังมองไปที่อะไร ในที่นี้ through ไม่ได้เปลี่ยนความหมายของ look ค่ะ แต่ในประโยคที่สอง เมื่อเติม through เข้าไปแล้ว look มีความหมายที่ต่างออกไป โดย look through = search หรือ “ค้นหา”

คราวนี้ลองมาดูตัวอย่างด้านล่างกันค่ะ
• agree (on an issue)
• care (about someone)
• dream (of a better life)
ในความเห็นของฉัน ฉันว่าตัวอย่างนี้ไม่ได้เป็นกริยาวลีค่ะ เนื่องจาก on, about, of ไม่ได้เปลี่ยนความหมายคำกริยาที่อยู่ด้านหน้า

แบบฝึกหัดที่ 1
หากริยาวลีที่อยู่ในคู่ของประโยคต่อไปนี้

ตัวอย่าง: ดูแล้วฟัง ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer is sitting on a couch and reading a magazine.
b. Jennifer likes to sit back and watch TV when she gets the chance.
ประโยคไหนเป็นประโยคที่มีกริยาวลีคะ ข้อ b ค่ะ sit back = to get comfortable, to rest in a comfortable position (นั่งพักผ่อนสบายๆ)

1. ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer is thinking about what she can cook for dinner.
b. Jennifer is thinking over what she wrote in her complaint letter.  Was it ready to send?
คำตอบคือข้อ b. ค่ะ think over = carefully consider (พิจารณา) โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะตัดสินใจอะไรสักอย่าง

2. ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer said good-bye and hung up.
b. Pictures and photographs hang on Jennifer’s walls.
คำตอบคือข้อ a. ค่ะ hang up = to end a phone call (วางสายโทรศัพท์)

3. ประโยคใดมีกริยาวลี
a. Jennifer didn’t get around to vacuuming until 2 in the afternoon.
b. Jennifer was happy she got her new coat for 10 dollars.
คำตอบคือข้อ a. ค่ะ get around = finally do it after much delay (ลงมือทำในที่สุด หลังผลัดมานาน)

คราวนี้มาตอบคำถามข้อที่สองของเรากันค่ะ เราใช้กริยาวลีเมื่อใดบ้าง
คำกริยาวลีพบได้บ่อยๆในภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วกริยาวลีไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้ในภาษาทางการ
เท่ากับคำกริยาคำเดียวที่มีความหมายเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น
Come up with = invent, create
Put together = assemble, prepare

ดังนั้น เราจะตัดสินใจว่าควรหรือไม่ควรใช้กริยาวลี ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์นั้นๆมีความเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน

เวลามีคนคุยเล่นและถามเกี่ยวกับงานที่ฉันทำ ฉันก็จะอธิบายไปว่า ฉันชอบ “คิดหา” (come up with) และ “รวบรวม” (put together) ความรู้มาทำเป็นบทเรียนให้ผู้ชมของฉันได้ชม แต่ถ้าฉันอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นทางการกว่านั้น ฉันจะเลือกใช้คำที่ต่างออกไปค่ะ ฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันจะเปลี่ยนและเลือกใช้คำอย่างไรบ้างค่ะ

“I thoroughly enjoy both the challenge of generating (coming up with) ideas and the experience of preparing (putting together) lessons for my viewers.”

รู้สึกได้ไหมคะว่าประโยคนี้มาความเป็นทางการมากกว่า ฉันคิดว่าเป็นเพราะเราจะไม่ค่อยพบการใช้สำนวนต่างๆในภาษาทางการค่ะ และเนื่องจากมีกริยาวลีมากมายที่มีความหมายค่อนไปทางสำนวน กริยาวลีจึงพบได้บ่อยกว่าในภาษาอังกฤษที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันที่เป็นทางการน้อยกว่า

แบบฝึกหัดที่ 2
พิจารณาประโยคโดยรวมแล้วเลือกว่ากริยาตัวไหนเหมาะสมกว่ากัน

ตัวอย่าง:
The newspaper reported that the businessman was extremely disappointed to (find out/discover) one of his own employees had committed a major crime.
ในประโยคนี้สามารถใช้กริยาได้ทั้งสองตัวค่ะ ไม่มีอันไหนผิดเนื่องจากทั้งสองคำมีความหมายเดียวกัน แต่โดยรวมแล้ว ภาษาที่ใช้ในประโยคค่อนข้างเป็นทางการ ฉันจึงคิดว่า discover เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า
คุณจะเข้าใจได้ดีขึ้นถ้าลองเปรียบเทียบประโยคแรกกับประโยคที่สองนี้ค่ะ ประโยคนี้เป็นทางการน้อยกว่า เนื่องจากเป็นภาษาพูด
I read in the newspaper that the businessman was really upset to (find out/discover) an employee of his was guilty of a serious crime.
ในข้อนี้ใช้ได้ทั้งสองตัวเหมือนกันค่ะ แต่เนื่องจากโดยรวมประโยคเป็นทางการน้อยกว่า find out จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

1. We are greatly interested in your proposal, but we require some time to (think over/consider) all our options.
ในข้อนี้ think over ไม่ได้ผิดความหมายแต่อย่างใดค่ะ แต่สำหรับประโยคที่เป็นทางการขนาดนี้ ฉันจะเลือกใช้ consider

2. It drives me crazy when my sister (looks through/searches) my things without asking.  I have to tell her to stay on her side of the room.
สำหรับประโยคที่ไม่เป็นทางการนี้ looks through เป็นคำที่เหมาะสมกว่าค่ะ

3. Doctors failed to (figure out/determine) the cause of the illness; however, they were able to reduce the patient’s suffering.
คำตอบที่เหมาะสมคือ determine ค่ะ

คำถามข้อที่สามของเราคือ กริยาวลีใช้อย่างไร คำถามนี้จะเป็นหัวข้อหลักในบทเรียนต่อไปค่ะ คราวหน้าเราจะพูดถึง สกรรมกริยาวลี และ อกรรมกริยาวลี (Transitive and Intransitive Phrasal Verbs) และจากนั้นฉันจะอธิบายว่า สกรรมกริยาวลีนั้น จะสามารถหรือไม่สามารถแยกออกจากกันได้ (Separable and Inseparable Phrasal Verbs)

สำหรับตอนนี้ฉันขอเชิญให้คุณเข้าไปที่ EnglishCafe.com เพื่อทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมของบทเรียนนี้ได้ โดยค้นหาที่ชื่อผู้ใช้ของฉัน JenniferESL ค่ะ

บทเรียนจบแล้วค่ะ ถึงเวลาให้คุณไปทำแบบฝึกหัด และฉันก็ต้องไปเตรียมทำบทเรียนในครั้งหน้าของเราแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณที่รับชม และเรียนให้สนุกนะคะ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา