วิชา
Log in | วันจันทร์ที่ 21 เม.ย. 2557
 

ทำไมภาพ โมนา ลิซ่า ถึงโด่งดัง (Mona Lisa - Why so famous?)

โพสโดย vat19com
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

ทำไมภาพ โมนา ลิซ่า ถึงโด่งดัง (Mona Lisa - Why so famous?)

เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า ภาพวาด โมนา ลิซ่า (The Mona Lisa) เป็นภาพเหมือนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ภาพนี้ปรากฏในโฆษณานับไม่ถ้วน เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดบทกวี รูปปั้น งานลอกเลียนแบบ และการขโมยหลายครั้ง แต่จริงๆแล้ว มันเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร

ภาพวาด โมนา ลิซ่า มีขนาดค่อนข้างเล็ก แค่ 30x21 นิ้วเท่านั้น (ประมาณ 77x53 เซนติเมตร) สีที่ใช้ก็ดูทึมๆ ภาพด้านหลังก็ดูอ้างว้างและน่ากลัว ส่วนคนในภาพวาดเองก็ไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ใดๆเลย แล้วทำไมทุกคนถึงได้ยกย่องภาพนี้นัก เป็นแค่เพียงเพราะแววตาน่าหลงใหลและรอยยิ้มที่ดูลึกลับของเธอจริงๆหรือ เราลองมาวิเคราะห์ให้ละเอียดดูครับ

ความคิดริเริ่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ ดา วินชี (Leonardo Da Vinci) ในรูปนี้ก็คือการวาดแบบให้เห็นแค่ ¾ ของร่างกาย (three-quarter pose) ที่ดูผ่อนคลายและไม่เป็นทางการ ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน การจัดท่าแบบในภาพ โมนา ลิซ่า จะดูธรรมดาและเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันเป็นเหมือนการปฏิวัติวงการในสมัยต้นศตวรรษที่ 16 ก่อนหน้านี้ ภาพเหมือนจะดูแข็งๆและเหมือนถูกจัดวาง โดยจะวาดจากมุมด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ การจัดท่าแบบ โมนา ลิซ่า เป็นรากฐานให้เกิดการวาดภาพเหมือนในสไตล์ใหม่ ซึ่งยังคงเป็นมาตรฐานที่นิยมกันอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลานานมากว่า 500 ปีแล้ว

การจัดวางองค์ประกอบแบบเป็นรูปพีระมิด ก็เป็นความคิดริเริ่มอีกอย่างหนึ่งของ ดา วินชี ขอให้ลองสังเกตฐานที่ดูกว้างของภาพ ซึ่งทำให้ด้านล่างดูหนักกว่าด้านบนของภาพ มือของ โมนา ลิซ่า อยู่ในตำแหน่งมุมด้านหน้าของพีระมิด ทำให้สายตาของคุณถูกดึงดูดไปที่ส่วนบนของภาพวาด ไปยังรอยยิ้มที่ดูลึกลับอันโด่งดังนั่นเอง

นอกจากนี้ ภาพเหมือนในสมัยนั้น มักจะวาดเป็นภาพเหมือนแบบเต็มตัว การตัดกรอบวาดเพื่อให้ดูใกล้ชิดกับแบบมากยิ่งขึ้นนี้จึงถูกศิลปินชั้นครูหลายคน เช่น ราฟาเอล (Rafael) เลียนแบบแทบจะทันที

คำว่า “sfumato” (การวาดภาพสีม่านหมอก) เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า “ผสมให้กลืนกัน” (blended) ซึ่งมีความหมายแฝงถึง “มีควันคลุ้ง” ลีโอนาร์โด ใช้คำนี้เพื่ออธิบายเทคนิคการใช้สีกึ่งโปร่งแสงทำเลเยอร์สี เพื่อให้ภาพมีความลึก และเน้นให้เห็นรูปร่าง เขาผสมสีให้กลืนกันได้เนียนเสียจนแทบจะมองไม่เห็นชั้นที่แตกต่างกันของสี บริเวณรอบๆตา ผม และผ้าพันคอของ โมนา ลิซ่า ใช้เป็นสีกึ่งโปร่งแสง เหมือนมีม่านควันบางๆ ทำให้ภาพนี้รู้สึกเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ เขายังให้เทคนิคเดียวกันในส่วนพื้นหลัง เพื่อให้เกิดความรู้สึกสอดคล้องกัน ระหว่างแบบและภาพทิวทัศน์ด้านหลังด้วย อย่าลืมว่าเทคนิคนี้เป็นเทคนิคใหม่ ที่ทำให้ภาพวาดรู้สึกเหมือนจริงได้ โดยไม่มีภาพอื่นใดสามารถเทียบเคียงได้ในช่วงสมัยนั้น

ความชื่นชอบในภาพทิวทัศน์เต็มไปด้วยหินของลีโอนาร์โด สามารถสังเกตเห็นได้ในหลายๆชิ้นงาน แต่สิ่งที่ควรสังเกตในงานชิ้นนี้ก็คือ ภาพทิวทัศน์ทั้งสองข้างของศีรษะ โมนา ลิซา นั้นไม่สามารถเป็นไปได้ในโลกความเป็นจริง ภาพทิวทัศน์ทางด้านซ้ายนั้นต่ำกว่าทางด้านขวาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ภาพวาด โมนา ลิซ่า ยังเป็นภาพแรกที่เลือกใช้ทิวทัศน์ในจินตนาการด้วย

สุดท้าย การที่ภาพฉากหลังนั้นพร่ามัว และยิ่งมัวขึ้นเมื่อระยะไกลออกไป เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่ทำให้ภาพนี้ยิ่งดูเหมือนจริงมากขึ้นไปอีก ภาพวาดส่วนใหญ่ในยุคนั้นจะวาดทุกอย่างด้วยรายละเอียดที่เท่ากัน ทั้งฉากหน้าและฉากหลัง

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การทำความสะอาดภาพวาดผิดวิธีทำให้คิ้วของ โมนา ลิซ่า ซึ่งถูกวาดลงไปหลังจากภาพวาดส่วนอื่นแห้งแล้ว ได้หลุดลอกออกไป และได้ทำให้สีผิวของ โมนา ลิซ่า ดูออกสีเขียวๆเล็กน้อยด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ลีโอนาร์โด มักจะเลือกใช้สีมืดครึ้มกว่าศิลปินคนอื่นๆในสมัยเดียวกัน

การที่ ดา วินชี ได้ผ่าศพเพื่อบันทึกลักษณะทางกายวิภาคของมนุษย์มากกว่า 30 ศพ ทำให้เขาสามารถวาดมือที่ละเอียดอ่อนและสวยงามนี้ได้ถูกต้องตามหลักกายวิภาค

ภาพเงาครึ่งวงกลมที่ปรากฏอยู่ทั้งสองด้านนี้ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของฐานของเสาค้ำ ภาพสเก็ตช์โดย ราฟาเอล (Rafael Sanzio) พิสูจน์ให้เห็นว่าส่วนหนึ่งของภาพวาด โมนา ลิซ่า ได้หายไปเมื่อตอนที่ถูกนำออกมาจากกรอบเดิม

แล้ว โมนา ลิซ่า คือใคร ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นต่างกัน แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า เธอคือ Madonna Lisa Di Antonio Maria Gheradini ภรรยาของเศรษฐีชาวเมืองฟลอเรนซ์คนหนึ่ง ซึ่งได้จ้างวานให้วาดภาพนี้ขึ้นในปี 1503 เป็นไปได้ว่า ดา วินชี ไม่ได้วาดภาพนี้ให้เสร็จตามที่ได้รับจ้างวาน เพราะบางส่วนของภาพถูกวาดล่าช้า ถึงปี 1510เช่นเดียวกับศิลปินวาดภาพเหมือนฝีมือดีส่วนใหญ่ งานของ ดา วินชี คงต้องคาบเกี่ยวกันระหว่างความเหมือนจริงและการชื่นชมคนในแบบ และบางที เขาจึงได้ผสมผสานความงามในความคิดของเขาเข้าไปในชิ้นงานด้วย

ลีโอนาร์โดไม่ได้วาดภาพจนเสร็จอย่างที่ได้รับการจ้างวาน และกล่าวกันว่าเขาได้นำภาพ โมนา ลิซ่า เดินทางไปด้วย เพื่อใช้อวดฝีมือของเขา

นักวิทยาศาสตร์ไม่อาจหาข้อสรุปได้ว่าทำไมรอยยิ้มของ โมนา ลิซ่า จึงถูกตีความแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล มีทฤษฎีต่างกันออกไปมากมาย ตั้งแต่ทฤษฎีเกี่ยวกับการมองเห็นของมนุษย์ ไปจนถึงการตีความของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ที่ว่ารอยยิ้มนี้แสดงให้เห็นถึงความดึงดูดทางเพศที่ลีโอนาร์โดมีกับมารดาของตัวเอง อย่างไรก็ดี ความลึกลับของรอยยิ้มนี้เองที่ทำให้ภาพ โมนา ลิซ่า น่าสนใจ

ผลงานชิ้นนี้ได้ใช้เทคนิคการวาดภาพมากมายที่เป็นการปฏิวัติวงการศิลปะในสมัยนั้น แสดงให้เห็นถึงฝีมือชั้นครูของศิลปินที่วาด และยังคงทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสนอกสนใจได้จวบจนปัจจุบัน ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า งานศิลป์ชิ้นเอกของลีโอนาร์โดชิ้นนี้จะยังคงเป็นภาพเหมือนที่ยอดเยี่ยมที่สุดไปตลอดกาล

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

เรื่อง : ทำไมภาพ โมนา ลิซ่า ถึงโด่งดัง (Mona Lisa - Why so famous?)
ชื่อเจ้าของคลิป : vat19com
URL : http://www.youtube.com/watch?v=IitbJszd1kM
 
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
โพส : 12 ม.ค. 2553
เข้าชม : 6,867 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 12 ม.ค. 2553
เข้าชม : 3,927 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 20 ธ.ค. 2556
เข้าชม : 6,921 ครั้ง
ผู้สร้าง : ❤Math❤
โพส : 17 มี.ค. 2553
เข้าชม : 48,657 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 4 ก.พ. 2553
เข้าชม : 10,772 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 20 ส.ค. 2552
เข้าชม : 39,614 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
 
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
ศิลปะการเล่นกับเส้น ตอนที่ 2 วาดเส้นโดยไม่ยกปากกา
โพส : 20 ก.ย. 2556
เข้าชม : 2,786 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
ศิลปะการเล่นกับเส้น ตอนที่ 3 วาดภาพสร้างสรรค์
โพส : 20 ก.ย. 2556
เข้าชม : 2,567 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
ศิลปะการเล่นกับเส้น ตอนที่ 1 วาดเส้นโดยไม่มองกระดาษ
โพส : 20 ก.ย. 2556
เข้าชม : 1,415 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
เทคนิคระบายสีน้ำ Water painting techniques
โพส : 30 ส.ค. 2556
เข้าชม : 1,078 ครั้ง
โพสโดย : ครูพงษ์ ว.ส.ก.
 

ทำไมภาพ โมนา ลิซ่า ถึงโด่งดัง (Mona Lisa - Why so famous?)

เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า ภาพวาด โมนา ลิซ่า (The Mona Lisa) เป็นภาพเหมือนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ภาพนี้ปรากฏในโฆษณานับไม่ถ้วน เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดบทกวี รูปปั้น งานลอกเลียนแบบ และการขโมยหลายครั้ง แต่จริงๆแล้ว มันเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร

ภาพวาด โมนา ลิซ่า มีขนาดค่อนข้างเล็ก แค่ 30x21 นิ้วเท่านั้น (ประมาณ 77x53 เซนติเมตร) สีที่ใช้ก็ดูทึมๆ ภาพด้านหลังก็ดูอ้างว้างและน่ากลัว ส่วนคนในภาพวาดเองก็ไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ใดๆเลย แล้วทำไมทุกคนถึงได้ยกย่องภาพนี้นัก เป็นแค่เพียงเพราะแววตาน่าหลงใหลและรอยยิ้มที่ดูลึกลับของเธอจริงๆหรือ เราลองมาวิเคราะห์ให้ละเอียดดูครับ

ความคิดริเริ่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ ดา วินชี (Leonardo Da Vinci) ในรูปนี้ก็คือการวาดแบบให้เห็นแค่ ¾ ของร่างกาย (three-quarter pose) ที่ดูผ่อนคลายและไม่เป็นทางการ ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน การจัดท่าแบบในภาพ โมนา ลิซ่า จะดูธรรมดาและเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันเป็นเหมือนการปฏิวัติวงการในสมัยต้นศตวรรษที่ 16 ก่อนหน้านี้ ภาพเหมือนจะดูแข็งๆและเหมือนถูกจัดวาง โดยจะวาดจากมุมด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ การจัดท่าแบบ โมนา ลิซ่า เป็นรากฐานให้เกิดการวาดภาพเหมือนในสไตล์ใหม่ ซึ่งยังคงเป็นมาตรฐานที่นิยมกันอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลานานมากว่า 500 ปีแล้ว

การจัดวางองค์ประกอบแบบเป็นรูปพีระมิด ก็เป็นความคิดริเริ่มอีกอย่างหนึ่งของ ดา วินชี ขอให้ลองสังเกตฐานที่ดูกว้างของภาพ ซึ่งทำให้ด้านล่างดูหนักกว่าด้านบนของภาพ มือของ โมนา ลิซ่า อยู่ในตำแหน่งมุมด้านหน้าของพีระมิด ทำให้สายตาของคุณถูกดึงดูดไปที่ส่วนบนของภาพวาด ไปยังรอยยิ้มที่ดูลึกลับอันโด่งดังนั่นเอง

นอกจากนี้ ภาพเหมือนในสมัยนั้น มักจะวาดเป็นภาพเหมือนแบบเต็มตัว การตัดกรอบวาดเพื่อให้ดูใกล้ชิดกับแบบมากยิ่งขึ้นนี้จึงถูกศิลปินชั้นครูหลายคน เช่น ราฟาเอล (Rafael) เลียนแบบแทบจะทันที

คำว่า “sfumato” (การวาดภาพสีม่านหมอก) เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า “ผสมให้กลืนกัน” (blended) ซึ่งมีความหมายแฝงถึง “มีควันคลุ้ง” ลีโอนาร์โด ใช้คำนี้เพื่ออธิบายเทคนิคการใช้สีกึ่งโปร่งแสงทำเลเยอร์สี เพื่อให้ภาพมีความลึก และเน้นให้เห็นรูปร่าง เขาผสมสีให้กลืนกันได้เนียนเสียจนแทบจะมองไม่เห็นชั้นที่แตกต่างกันของสี บริเวณรอบๆตา ผม และผ้าพันคอของ โมนา ลิซ่า ใช้เป็นสีกึ่งโปร่งแสง เหมือนมีม่านควันบางๆ ทำให้ภาพนี้รู้สึกเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ นอกจากนี้ เขายังให้เทคนิคเดียวกันในส่วนพื้นหลัง เพื่อให้เกิดความรู้สึกสอดคล้องกัน ระหว่างแบบและภาพทิวทัศน์ด้านหลังด้วย อย่าลืมว่าเทคนิคนี้เป็นเทคนิคใหม่ ที่ทำให้ภาพวาดรู้สึกเหมือนจริงได้ โดยไม่มีภาพอื่นใดสามารถเทียบเคียงได้ในช่วงสมัยนั้น

ความชื่นชอบในภาพทิวทัศน์เต็มไปด้วยหินของลีโอนาร์โด สามารถสังเกตเห็นได้ในหลายๆชิ้นงาน แต่สิ่งที่ควรสังเกตในงานชิ้นนี้ก็คือ ภาพทิวทัศน์ทั้งสองข้างของศีรษะ โมนา ลิซา นั้นไม่สามารถเป็นไปได้ในโลกความเป็นจริง ภาพทิวทัศน์ทางด้านซ้ายนั้นต่ำกว่าทางด้านขวาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ภาพวาด โมนา ลิซ่า ยังเป็นภาพแรกที่เลือกใช้ทิวทัศน์ในจินตนาการด้วย

สุดท้าย การที่ภาพฉากหลังนั้นพร่ามัว และยิ่งมัวขึ้นเมื่อระยะไกลออกไป เป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่ทำให้ภาพนี้ยิ่งดูเหมือนจริงมากขึ้นไปอีก ภาพวาดส่วนใหญ่ในยุคนั้นจะวาดทุกอย่างด้วยรายละเอียดที่เท่ากัน ทั้งฉากหน้าและฉากหลัง

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การทำความสะอาดภาพวาดผิดวิธีทำให้คิ้วของ โมนา ลิซ่า ซึ่งถูกวาดลงไปหลังจากภาพวาดส่วนอื่นแห้งแล้ว ได้หลุดลอกออกไป และได้ทำให้สีผิวของ โมนา ลิซ่า ดูออกสีเขียวๆเล็กน้อยด้วย อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ลีโอนาร์โด มักจะเลือกใช้สีมืดครึ้มกว่าศิลปินคนอื่นๆในสมัยเดียวกัน

การที่ ดา วินชี ได้ผ่าศพเพื่อบันทึกลักษณะทางกายวิภาคของมนุษย์มากกว่า 30 ศพ ทำให้เขาสามารถวาดมือที่ละเอียดอ่อนและสวยงามนี้ได้ถูกต้องตามหลักกายวิภาค

ภาพเงาครึ่งวงกลมที่ปรากฏอยู่ทั้งสองด้านนี้ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของฐานของเสาค้ำ ภาพสเก็ตช์โดย ราฟาเอล (Rafael Sanzio) พิสูจน์ให้เห็นว่าส่วนหนึ่งของภาพวาด โมนา ลิซ่า ได้หายไปเมื่อตอนที่ถูกนำออกมาจากกรอบเดิม

แล้ว โมนา ลิซ่า คือใคร ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นต่างกัน แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า เธอคือ Madonna Lisa Di Antonio Maria Gheradini ภรรยาของเศรษฐีชาวเมืองฟลอเรนซ์คนหนึ่ง ซึ่งได้จ้างวานให้วาดภาพนี้ขึ้นในปี 1503 เป็นไปได้ว่า ดา วินชี ไม่ได้วาดภาพนี้ให้เสร็จตามที่ได้รับจ้างวาน เพราะบางส่วนของภาพถูกวาดล่าช้า ถึงปี 1510เช่นเดียวกับศิลปินวาดภาพเหมือนฝีมือดีส่วนใหญ่ งานของ ดา วินชี คงต้องคาบเกี่ยวกันระหว่างความเหมือนจริงและการชื่นชมคนในแบบ และบางที เขาจึงได้ผสมผสานความงามในความคิดของเขาเข้าไปในชิ้นงานด้วย

ลีโอนาร์โดไม่ได้วาดภาพจนเสร็จอย่างที่ได้รับการจ้างวาน และกล่าวกันว่าเขาได้นำภาพ โมนา ลิซ่า เดินทางไปด้วย เพื่อใช้อวดฝีมือของเขา

นักวิทยาศาสตร์ไม่อาจหาข้อสรุปได้ว่าทำไมรอยยิ้มของ โมนา ลิซ่า จึงถูกตีความแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล มีทฤษฎีต่างกันออกไปมากมาย ตั้งแต่ทฤษฎีเกี่ยวกับการมองเห็นของมนุษย์ ไปจนถึงการตีความของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ที่ว่ารอยยิ้มนี้แสดงให้เห็นถึงความดึงดูดทางเพศที่ลีโอนาร์โดมีกับมารดาของตัวเอง อย่างไรก็ดี ความลึกลับของรอยยิ้มนี้เองที่ทำให้ภาพ โมนา ลิซ่า น่าสนใจ

ผลงานชิ้นนี้ได้ใช้เทคนิคการวาดภาพมากมายที่เป็นการปฏิวัติวงการศิลปะในสมัยนั้น แสดงให้เห็นถึงฝีมือชั้นครูของศิลปินที่วาด และยังคงทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกสนอกสนใจได้จวบจนปัจจุบัน ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า งานศิลป์ชิ้นเอกของลีโอนาร์โดชิ้นนี้จะยังคงเป็นภาพเหมือนที่ยอดเยี่ยมที่สุดไปตลอดกาล

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
เข้าชม : 52 ครั้ง
โพสโดย : TED-Ed
เข้าชม : 686 ครั้ง
โพสโดย : The RSA
เข้าชม : 1,831 ครั้ง
โพสโดย : Exploratorium
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา