วิชา
Log in | วันจันทร์ที่ 28 ก.ค. 2557
 

การรวมกลุ่มการค้า (Trade Blocs)

โพสโดย mjmfoodie
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

การรวมกลุ่มการค้า (Trade Blocs)

คุณคงจำเรื่องที่เราพูดกันไปเมื่อตอนที่แล้วเกี่ยวกับองค์การการค้าโลก (WTO) ได้ว่า การจะให้ประเทศสมาชิกกว่า 150 ประเทศเห็นพ้องกันในข้อตกลงทางการค้าสักอย่างนั้น เป็นขั้นตอนที่ยืดยาว และการตกลงกันแต่ละครั้งมีแต่จะใช้เวลานานขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ บางประเทศจึงพบว่า การเจรจาตกลงลดข้อกีดกันทางการค้าในกลุ่มประเทศที่เล็กลง โดยปรกติแล้วในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของตัวเอง มักจะประสบผลสำเร็จได้ง่ายและรวดเร็วกว่า แต่ถึงแม้กลุ่มประเทศจะเล็กลง การรวมกลุ่มทางการค้าก็ยังมีระดับและประเภทของความร่วมมือทางการค้าที่แตกต่างกันไปค่ะ

การรวมกลุ่มทางการค้า คือ กลุ่มประเทศที่ทำการค้าระหว่างกัน แต่มีข้อตกลงในการลดข้อกีดกันทางการค้าในหมู่ประเทศสมาชิก

เราจัดประเภทของกลุ่มการค้าโดยดูจากทั้ง กฎที่ใช้กันในหมู่ประเทศสมาชิก (internal rules) และกฎที่กลุ่มการค้าใช้กับประเทศนอกกลุ่มสมาชิก (external rules)
ค่ะ ฉันจะอธิบายให้ฟังนะคะ

การรวมกลุ่มทางการค้าที่มีข้อผูกมัดในการลดข้อจำกัดทางการค้าต่อสมาชิกในกลุ่มน้อยที่สุดคือ แบบ Preferential Trade Area ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าที่ประเทศสมาชิกเพียงแค่ลดข้อกีดกันทางการค้าลงมาระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้กำจัดออกไปโดยสิ้นเชิง กลุ่มการค้าประเภทนี้จะไม่มีกฎเกี่ยวกับการทำการค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชิก ดังนั้น ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจึงมีอิสระในการกำหนดนโยบายของตัวเองเมื่อทำการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม

กลุ่มการค้าประเภทต่อไปที่มีข้อผูกมันเพิ่มมากขึ้นมาหน่อย คือ แบบเขตการค้าเสรี (Free Trade Area) ประเทศสมาชิกในกลุ่มการค้าประเภทนี้ตกลงที่จะกำจัดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง แต่ยังคงมีอิสระในการวางนโยบายการค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกตามที่แต่ละประเทศเห็นสมควร ตัวอย่างของเขตการค้าเสรีคือ NAFTA หรือ ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North America Free Trade Agreement) ที่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก ยอมกำจัดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันออกไป แต่ทั้งสามประเทศยังคงใช้นโยบายการค้าของตัวเอง เมื่อค้าขายกับประเทศอื่นๆ

การรวมกลุ่มทางการค้าประเภทต่อไปคือ แบบสหภาพศุลกากร (Customs Union) ที่ซึ่งประเทศสมาชิกไม่เพียงกำจัดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันเท่านั้น แต่ยังมีนโยบายทางการค้าแบบเดียวกันเมื่อค้าขายกับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกด้วย ยกตัวอย่างเช่น รัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุส ได้จัดตั้งสหภาพศุลกากรขึ้นในปี 2010 ทั้งสามประเทศไม่มีข้อจำกัดทางการค้าระหว่างกันและกัน และยังมีมาตรฐานในการทำการค้าบางอย่างร่วมกัน เมื่อทำการค้ากับประเทศนอกกลุ่มด้วย

การรวมกลุ่มทางการค้าหลังจากแบบสหภาพศุลกากรไป ประเทศในกลุ่มสมาชิกจะไม่เพียงตกลงกันในเรื่องการค้าขายสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังมีข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรในการผลิต เช่นแรงงานด้วย

ในการรวมกลุ่มการค้าแบบ ตลาดร่วม (Common Market) ประเทศสมาชิกตัดการกีดกันทางการค้าออกไป มีนโยบายกีดกันทางการค้ากับประเทศนอกกลุ่มร่วมกัน และยังอนุญาตให้ปัจจัยการผลิตเข้าออกระว่างประเทศในกลุ่มสมาชิกได้อย่างอิสระอีกด้วย ลองนึกถึงสหรัฐอเมริกาดูนะคะ ถ้าคุณอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก แต่อยากจะย้ายจากนิวยอร์กเพื่อไปทำงานในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะไม่มีข้อกีดกันหรือด่านใดๆ ห้ามคุณเอาไว้ ตัวอย่างก็คือ กลุ่มตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (MERCOSUR) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Southern Cone Common Market ซึ่งมีกลุ่มประเทศสมาชิกคือ อาร์เจนตินา บราซิล ปารากวัย อุรุกวัย และมีเวเนซูเอลา ที่การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ตลาดร่วมอื่นๆคือ กลุ่มตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออก และกลุ่มตลาดร่วมแอฟริกาตะวันตก

ถัดจากกลุ่มตลาดร่วมคือ แบบสหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) ประเทศสมาชิกจะไม่มีข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกัน มีข้อกีดกันทางการค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกร่วมกัน อนุญาตให้ปัจจัยการผลิตเข้าออกระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกได้อย่างอิสระ และยังใช้นโยบายทางเศรษฐกิจร่วมกันด้วย เมื่อสกุลเงินยูโรได้ถูกนำมาใช้ในกลุ่มประเทศสมาชิกแล้ว กลุ่มสหภาพยุโรป (European Union) จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการรวมกลุ่มการค้าแบบสหภาพเศรษฐกิจค่ะ เนื่องจากกลุ่มประเทศสมาชิกใช้เงินตราสกุลเดียวกัน พวกเขาจึงต้องใช้นโยบายทางการเงินเดียวกัน

สำหรับการรวมกลุ่มแบบสุดท้าย คือการรวมตัวกันอย่างเต็มรูปแบบ (Full Integration) ตัวอย่างคือประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ

สำหรับตอนหน้า ฉันก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าจะทำเรื่องอะไร เพราะที่จริงนี่เป็นตอนสุดท้ายตามแผนที่ฉันวางเอาไว้แล้ว ดังนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับคุณล่ะค่ะ ฉันได้รับเสียงตอบรับมากมาย ฉันอาจจะได้หัวข้อเรื่องต่อไปจากความคิดที่พวกคุณเสนอมาก็ได้ค่ะ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

เรื่อง : การรวมกลุ่มการค้า (Trade Blocs)
ชื่อเจ้าของคลิป : mjmfoodie
URL : http://www.youtube.com/watch?v=YDUq0DINhYk
 
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
โพส : 8 ม.ค. 2557
เข้าชม : 4,490 ครั้ง
ผู้สร้าง : ❤Math❤
โพส : 24 มิ.ย. 2556
เข้าชม : 2,357 ครั้ง
ผู้สร้าง : kai
โพส : 25 มิ.ย. 2556
เข้าชม : 8,591 ครั้ง
ผู้สร้าง : kai
โพส : 29 ก.ย. 2552
เข้าชม : 8,931 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 19 มิ.ย. 2556
เข้าชม : 7,338 ครั้ง
ผู้สร้าง : kai
โพส : 12 พ.ค. 2554
เข้าชม : 4,332 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
 
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบของ AEC ต่อชาวนาไทย : ชาวนาควรปรับตัวอย่างไร
โพส : 10 มิ.ย. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : ดร.ทนงศักดิ์ เหมือนเตย
หนังสือ ASEAN Infographic
โพส : 16 ต.ค. 2556
เข้าชม : 7 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
58 คำตอบสู่ประชาคมอาเซียน 2558
โพส : 15 ต.ค. 2556
เข้าชม : 4 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
คำขอบคุณ ภาษาอาเซียน
โพส : 28 ก.พ. 2556
เข้าชม : 49 ครั้ง
โพสโดย : ขนิษฐา
 

การรวมกลุ่มการค้า (Trade Blocs)

คุณคงจำเรื่องที่เราพูดกันไปเมื่อตอนที่แล้วเกี่ยวกับองค์การการค้าโลก (WTO) ได้ว่า การจะให้ประเทศสมาชิกกว่า 150 ประเทศเห็นพ้องกันในข้อตกลงทางการค้าสักอย่างนั้น เป็นขั้นตอนที่ยืดยาว และการตกลงกันแต่ละครั้งมีแต่จะใช้เวลานานขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ บางประเทศจึงพบว่า การเจรจาตกลงลดข้อกีดกันทางการค้าในกลุ่มประเทศที่เล็กลง โดยปรกติแล้วในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของตัวเอง มักจะประสบผลสำเร็จได้ง่ายและรวดเร็วกว่า แต่ถึงแม้กลุ่มประเทศจะเล็กลง การรวมกลุ่มทางการค้าก็ยังมีระดับและประเภทของความร่วมมือทางการค้าที่แตกต่างกันไปค่ะ

การรวมกลุ่มทางการค้า คือ กลุ่มประเทศที่ทำการค้าระหว่างกัน แต่มีข้อตกลงในการลดข้อกีดกันทางการค้าในหมู่ประเทศสมาชิก

เราจัดประเภทของกลุ่มการค้าโดยดูจากทั้ง กฎที่ใช้กันในหมู่ประเทศสมาชิก (internal rules) และกฎที่กลุ่มการค้าใช้กับประเทศนอกกลุ่มสมาชิก (external rules)
ค่ะ ฉันจะอธิบายให้ฟังนะคะ

การรวมกลุ่มทางการค้าที่มีข้อผูกมัดในการลดข้อจำกัดทางการค้าต่อสมาชิกในกลุ่มน้อยที่สุดคือ แบบ Preferential Trade Area ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าที่ประเทศสมาชิกเพียงแค่ลดข้อกีดกันทางการค้าลงมาระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้กำจัดออกไปโดยสิ้นเชิง กลุ่มการค้าประเภทนี้จะไม่มีกฎเกี่ยวกับการทำการค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชิก ดังนั้น ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจึงมีอิสระในการกำหนดนโยบายของตัวเองเมื่อทำการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม

กลุ่มการค้าประเภทต่อไปที่มีข้อผูกมันเพิ่มมากขึ้นมาหน่อย คือ แบบเขตการค้าเสรี (Free Trade Area) ประเทศสมาชิกในกลุ่มการค้าประเภทนี้ตกลงที่จะกำจัดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง แต่ยังคงมีอิสระในการวางนโยบายการค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกตามที่แต่ละประเทศเห็นสมควร ตัวอย่างของเขตการค้าเสรีคือ NAFTA หรือ ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North America Free Trade Agreement) ที่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก ยอมกำจัดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันออกไป แต่ทั้งสามประเทศยังคงใช้นโยบายการค้าของตัวเอง เมื่อค้าขายกับประเทศอื่นๆ

การรวมกลุ่มทางการค้าประเภทต่อไปคือ แบบสหภาพศุลกากร (Customs Union) ที่ซึ่งประเทศสมาชิกไม่เพียงกำจัดข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกันเท่านั้น แต่ยังมีนโยบายทางการค้าแบบเดียวกันเมื่อค้าขายกับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกด้วย ยกตัวอย่างเช่น รัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุส ได้จัดตั้งสหภาพศุลกากรขึ้นในปี 2010 ทั้งสามประเทศไม่มีข้อจำกัดทางการค้าระหว่างกันและกัน และยังมีมาตรฐานในการทำการค้าบางอย่างร่วมกัน เมื่อทำการค้ากับประเทศนอกกลุ่มด้วย

การรวมกลุ่มทางการค้าหลังจากแบบสหภาพศุลกากรไป ประเทศในกลุ่มสมาชิกจะไม่เพียงตกลงกันในเรื่องการค้าขายสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังมีข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรในการผลิต เช่นแรงงานด้วย

ในการรวมกลุ่มการค้าแบบ ตลาดร่วม (Common Market) ประเทศสมาชิกตัดการกีดกันทางการค้าออกไป มีนโยบายกีดกันทางการค้ากับประเทศนอกกลุ่มร่วมกัน และยังอนุญาตให้ปัจจัยการผลิตเข้าออกระว่างประเทศในกลุ่มสมาชิกได้อย่างอิสระอีกด้วย ลองนึกถึงสหรัฐอเมริกาดูนะคะ ถ้าคุณอาศัยอยู่ในนิวยอร์ก แต่อยากจะย้ายจากนิวยอร์กเพื่อไปทำงานในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะไม่มีข้อกีดกันหรือด่านใดๆ ห้ามคุณเอาไว้ ตัวอย่างก็คือ กลุ่มตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (MERCOSUR) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Southern Cone Common Market ซึ่งมีกลุ่มประเทศสมาชิกคือ อาร์เจนตินา บราซิล ปารากวัย อุรุกวัย และมีเวเนซูเอลา ที่การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ตลาดร่วมอื่นๆคือ กลุ่มตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออก และกลุ่มตลาดร่วมแอฟริกาตะวันตก

ถัดจากกลุ่มตลาดร่วมคือ แบบสหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) ประเทศสมาชิกจะไม่มีข้อกีดกันทางการค้าระหว่างกัน มีข้อกีดกันทางการค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชิกร่วมกัน อนุญาตให้ปัจจัยการผลิตเข้าออกระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกได้อย่างอิสระ และยังใช้นโยบายทางเศรษฐกิจร่วมกันด้วย เมื่อสกุลเงินยูโรได้ถูกนำมาใช้ในกลุ่มประเทศสมาชิกแล้ว กลุ่มสหภาพยุโรป (European Union) จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการรวมกลุ่มการค้าแบบสหภาพเศรษฐกิจค่ะ เนื่องจากกลุ่มประเทศสมาชิกใช้เงินตราสกุลเดียวกัน พวกเขาจึงต้องใช้นโยบายทางการเงินเดียวกัน

สำหรับการรวมกลุ่มแบบสุดท้าย คือการรวมตัวกันอย่างเต็มรูปแบบ (Full Integration) ตัวอย่างคือประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ

สำหรับตอนหน้า ฉันก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าจะทำเรื่องอะไร เพราะที่จริงนี่เป็นตอนสุดท้ายตามแผนที่ฉันวางเอาไว้แล้ว ดังนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับคุณล่ะค่ะ ฉันได้รับเสียงตอบรับมากมาย ฉันอาจจะได้หัวข้อเรื่องต่อไปจากความคิดที่พวกคุณเสนอมาก็ได้ค่ะ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
เข้าชม : 35 ครั้ง
โพสโดย : TED-Ed
เข้าชม : 66 ครั้ง
โพสโดย : TED-Ed
ะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณหยิบยื่นที ...
เข้าชม : 66 ครั้ง
โพสโดย : BreakTheThickSkull
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา