วิชา
Log in | วันจันทร์ที่ 28 ก.ค. 2557
 

สงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่ 4: การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น

โพสโดย WatchMojo
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

สงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่ 4: การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น (World War II: Nuclear Bombing of Japan)

นี่เป็นเพียงสองเหตุการณ์ที่อาวุธนิวเคลียร์ได้ถูกนำมาใช้เป็นมาตรการทางทหาร ขอต้อนรับสู่ WatchMojo.com และวันนี้เราจะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองค่ะ

ในระยะแรกของสงครามโลกครั้งที่สอง ประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลก อย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) และ ลีโอ ซิสลาร์ด (Leo Szilard) ว่า มีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายเยอรมันนาซี กำลังพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

หลังจากถูกกระตุ้นให้เริ่มทำการวิจัยด้านนี้เองบ้าง ประเทศสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศแคนาดาก็ได้อนุมัติโครงการแมนฮัตตัน (The Manhattan Project) ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1941

เมื่อถึงปี ค.ศ. 1943 การค้นคว้าวิจัยระเบิดนิวเคลียร์ของโครงการแมนฮัตตันก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง มีแนวความคิดในการสร้างระเบิดปรมาณูอยู่หลายรูปแบบ แต่สุดท้ายแล้ว มีอยู่สองแบบที่ถูกเลือก

แบบแรกมีชื่อรหัสว่า ลิตเติลบอย (The Little Boy) ระเบิดลูกนี้ได้พลังระเบิดมาจากธาตุยูเรเนียม (Uranium) และจุดระเบิดโดยใช้วิธี “กระบอกปืน” (The Gun Method) ระเบิดลิตเติลบอยไม่ได้ถูกทดสอบก่อนใช้จริง เพื่อเป็นอุวุธในสงครามโลกครั้งที่สอง

ลูกต่อไปคือระเบิด แฟทแมน (The Fat Man) ซึ่งได้พลังระเบิดมาจากธาตุพลูโตเนียม (Plutonium) สิ่งที่ตรงข้ามกับระเบิดลิตเติลบอยก็คือ ระเบิดลูกนี้จุดระเบิดโดยใช้วิธี “อิมโพลชั่น” (Implosion) แฟตแมนได้ถูกทดสอบก่อนใช้จริงในสงคราม ในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ระเบิดแฟตบอยได้ผ่านการทดสอบในทะเลทรายนิวเม็กซิโก การระเบิดครั้งนี้ทำให้เกิดแสงสว่างจ้าและความร้อน ตามมาด้วยช๊อคเวฟ (shockwave) และกลุ่มควันรูปเห็ดซึ่งพุ่งสูงขึ้นไปถึง 40,000 ฟุต โดยเหตุการณ์นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ชักนำโลกของเราเข้าสู่ยุคปรมาณู

ด้วยเหตุนี้เอง สหรัฐอเมริกาและฝ่ายสัมพันธมิตรจึงได้อาวุธนิวเคลียร์มาอยู่ในกำมือ ซึ่งฝ่ายสัมพันธมิตรวางแผนว่าจะใช้อาวุธใหม่นี้เพื่อปิดฉากสงคราม

เพียงไม่กี่เดือนก่อนการทดสอบระเบิดแฟตแมน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ฝ่ายเยอรมันได้ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยเหตุนี้เอง ญี่ปุ่นจึงกลายมาเป็นเป้าหมายต่อไปในการทิ้งระเบิด เมืองหมายเมืองในประเทศญี่ปุ่นได้ถูกเสนอให้เป็นเป้าหมาย สุดท้าย เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิถูกเลือกเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่เหมาะจะทิ้งระเบิด เนื่องจากสองเมืองนี้มีความสำคัญในแง่การสนับสนุนกองทัพ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ผู้แทนจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และรัฐบาลจีนได้ยื่น แถลงการณ์พอทส์แดม (The Potsdam Declaration) ให้กับฝ่ายญี่ปุ่น เอกสารฉบับนี้ยื่นคำขาดให้ฝ่ายญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโดยทันที มิเช่นนั้นจะถูกโจมตีอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลญี่ปุ่นเลือกที่จะเพิงเฉยต่อการเรียกร้องนี้ และได้ประกาศให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นรู้ว่ารัฐบาลจะไม่ยอมจำนนเด็ดขาด

ดังนั้น ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เพื่อพยายามปิดฉากสงครามอย่างรวดเร็ว เครื่องบินอีโนลา เกย์ (Enola Gay) ได้บรรทุกระเบิดลิตเติลบอยและทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อเวลา 8.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่น ระเบิดได้ระเบิดขึ้นเหนือน่านฟ้าของเมืองฮิโรชิมา และสร้างความเสียหายกินพื้นที่กว่า 5 ตารางไมล์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีประชากรอีกกว่า 75,000 ได้รับบาดเจ็บ และประมาณ 70,000 – 80,000 คนที่เสียชีวิตทันที

ญี่ปุ่นยังคงยืนยันคำเดิมและไม่ยอมก้มหัวให้แรงกดดัน สามวันหลังการทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิมา ขณะที่ญี่ปุ่นเองยังพยายามทำการบรรเทาทุกข์ให้ประชากรของตนเองอยู่ เครื่องบินบอกซ์คาร์ (Bockscar) ได้ทิ้งระเบิดแฟตแมนลงที่เมืองนางาซากิ เมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม เวลา 11.01 น. ระเบิดลูกนี้พลาดเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย แต่กระนั้น การทิ้งระเบิดที่นางาซากิทำให้ประชากรญี่ปุ่น 40,000 – 75,000 คนเสียชีวิตโดยทันที

ขณะที่แผลไหม้และอาการเป็นพิษจากรังสีเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นทันทีหลังการระเบิด ปัญหาอื่นๆของการระเบิดสองครั้งนี้ยังคงส่งผลไปอีกนานหลายปี โรคมะเร็งและโรคอื่นๆยังคงส่งผลกระทบต่อประชากรในญี่ปุ่นไปอีกหลายทศวรรษนับจากนั้น

รัฐบาลสหรัฐยังคงวางแผนใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีญี่ปุ่นอีก แต่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ในวันที่ 14 สิงหาคม หรือ 15 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น ญี่ปุ่นก็ยอมแพ้สงครามในที่สุด เอกสารยอมแพ้สงครามได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นจึงสุดลงอย่างเป็นทางการ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

เรื่อง : สงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่ 4: การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น
ชื่อเจ้าของคลิป : WatchMojo
URL : http://www.youtube.com/watch?v=v5OI9xrJ8Zw
 
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
โพส : 8 พ.ย. 2555
เข้าชม : 10,175 ครั้ง
ผู้สร้าง : rangsan
โพส : 5 ต.ค. 2552
เข้าชม : 4,182 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 12 พ.ค. 2554
เข้าชม : 3,983 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 5 ต.ค. 2552
เข้าชม : 19,196 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 29 ก.ค. 2554
เข้าชม : 6,296 ครั้ง
ผู้สร้าง : Noo_Wow
โพส : 5 ต.ค. 2552
เข้าชม : 11,503 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
 
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
สรุปสังคม
โพส : 20 ก.ค. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : dipper
สังคมศึกษา ม.ปลาย : ประวัติศาสตร์เบื้องต้น ตอนที่ 1
โพส : 19 ก.ค. 2556
เข้าชม : 2,978 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
สังคมศึกษา ม.ปลาย : ประวัติศาสตร์เบื้องต้น ตอนที่ 2
โพส : 19 ก.ค. 2556
เข้าชม : 1,393 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
สังคมศึกษา ม.ปลาย : ประวัติศาสตร์เบื้องต้น ตอนที่ 3
โพส : 19 ก.ค. 2556
เข้าชม : 1,095 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
 

สงครามโลกครั้งที่สอง ตอนที่ 4: การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น (World War II: Nuclear Bombing of Japan)

นี่เป็นเพียงสองเหตุการณ์ที่อาวุธนิวเคลียร์ได้ถูกนำมาใช้เป็นมาตรการทางทหาร ขอต้อนรับสู่ WatchMojo.com และวันนี้เราจะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองค่ะ

ในระยะแรกของสงครามโลกครั้งที่สอง ประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลก อย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) และ ลีโอ ซิสลาร์ด (Leo Szilard) ว่า มีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายเยอรมันนาซี กำลังพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

หลังจากถูกกระตุ้นให้เริ่มทำการวิจัยด้านนี้เองบ้าง ประเทศสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และประเทศแคนาดาก็ได้อนุมัติโครงการแมนฮัตตัน (The Manhattan Project) ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1941

เมื่อถึงปี ค.ศ. 1943 การค้นคว้าวิจัยระเบิดนิวเคลียร์ของโครงการแมนฮัตตันก็เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง มีแนวความคิดในการสร้างระเบิดปรมาณูอยู่หลายรูปแบบ แต่สุดท้ายแล้ว มีอยู่สองแบบที่ถูกเลือก

แบบแรกมีชื่อรหัสว่า ลิตเติลบอย (The Little Boy) ระเบิดลูกนี้ได้พลังระเบิดมาจากธาตุยูเรเนียม (Uranium) และจุดระเบิดโดยใช้วิธี “กระบอกปืน” (The Gun Method) ระเบิดลิตเติลบอยไม่ได้ถูกทดสอบก่อนใช้จริง เพื่อเป็นอุวุธในสงครามโลกครั้งที่สอง

ลูกต่อไปคือระเบิด แฟทแมน (The Fat Man) ซึ่งได้พลังระเบิดมาจากธาตุพลูโตเนียม (Plutonium) สิ่งที่ตรงข้ามกับระเบิดลิตเติลบอยก็คือ ระเบิดลูกนี้จุดระเบิดโดยใช้วิธี “อิมโพลชั่น” (Implosion) แฟตแมนได้ถูกทดสอบก่อนใช้จริงในสงคราม ในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ระเบิดแฟตบอยได้ผ่านการทดสอบในทะเลทรายนิวเม็กซิโก การระเบิดครั้งนี้ทำให้เกิดแสงสว่างจ้าและความร้อน ตามมาด้วยช๊อคเวฟ (shockwave) และกลุ่มควันรูปเห็ดซึ่งพุ่งสูงขึ้นไปถึง 40,000 ฟุต โดยเหตุการณ์นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ชักนำโลกของเราเข้าสู่ยุคปรมาณู

ด้วยเหตุนี้เอง สหรัฐอเมริกาและฝ่ายสัมพันธมิตรจึงได้อาวุธนิวเคลียร์มาอยู่ในกำมือ ซึ่งฝ่ายสัมพันธมิตรวางแผนว่าจะใช้อาวุธใหม่นี้เพื่อปิดฉากสงคราม

เพียงไม่กี่เดือนก่อนการทดสอบระเบิดแฟตแมน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ฝ่ายเยอรมันได้ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข ด้วยเหตุนี้เอง ญี่ปุ่นจึงกลายมาเป็นเป้าหมายต่อไปในการทิ้งระเบิด เมืองหมายเมืองในประเทศญี่ปุ่นได้ถูกเสนอให้เป็นเป้าหมาย สุดท้าย เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิถูกเลือกเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่เหมาะจะทิ้งระเบิด เนื่องจากสองเมืองนี้มีความสำคัญในแง่การสนับสนุนกองทัพ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ผู้แทนจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และรัฐบาลจีนได้ยื่น แถลงการณ์พอทส์แดม (The Potsdam Declaration) ให้กับฝ่ายญี่ปุ่น เอกสารฉบับนี้ยื่นคำขาดให้ฝ่ายญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโดยทันที มิเช่นนั้นจะถูกโจมตีอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลญี่ปุ่นเลือกที่จะเพิงเฉยต่อการเรียกร้องนี้ และได้ประกาศให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นรู้ว่ารัฐบาลจะไม่ยอมจำนนเด็ดขาด

ดังนั้น ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 เพื่อพยายามปิดฉากสงครามอย่างรวดเร็ว เครื่องบินอีโนลา เกย์ (Enola Gay) ได้บรรทุกระเบิดลิตเติลบอยและทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมา เมื่อเวลา 8.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่น ระเบิดได้ระเบิดขึ้นเหนือน่านฟ้าของเมืองฮิโรชิมา และสร้างความเสียหายกินพื้นที่กว่า 5 ตารางไมล์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีประชากรอีกกว่า 75,000 ได้รับบาดเจ็บ และประมาณ 70,000 – 80,000 คนที่เสียชีวิตทันที

ญี่ปุ่นยังคงยืนยันคำเดิมและไม่ยอมก้มหัวให้แรงกดดัน สามวันหลังการทิ้งระเบิดที่ฮิโรชิมา ขณะที่ญี่ปุ่นเองยังพยายามทำการบรรเทาทุกข์ให้ประชากรของตนเองอยู่ เครื่องบินบอกซ์คาร์ (Bockscar) ได้ทิ้งระเบิดแฟตแมนลงที่เมืองนางาซากิ เมื่อ วันที่ 9 สิงหาคม เวลา 11.01 น. ระเบิดลูกนี้พลาดเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย แต่กระนั้น การทิ้งระเบิดที่นางาซากิทำให้ประชากรญี่ปุ่น 40,000 – 75,000 คนเสียชีวิตโดยทันที

ขณะที่แผลไหม้และอาการเป็นพิษจากรังสีเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นทันทีหลังการระเบิด ปัญหาอื่นๆของการระเบิดสองครั้งนี้ยังคงส่งผลไปอีกนานหลายปี โรคมะเร็งและโรคอื่นๆยังคงส่งผลกระทบต่อประชากรในญี่ปุ่นไปอีกหลายทศวรรษนับจากนั้น

รัฐบาลสหรัฐยังคงวางแผนใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีญี่ปุ่นอีก แต่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ในวันที่ 14 สิงหาคม หรือ 15 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น ญี่ปุ่นก็ยอมแพ้สงครามในที่สุด เอกสารยอมแพ้สงครามได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นจึงสุดลงอย่างเป็นทางการ

(แปลโดยทีมงานทรูปลูกปัญญา)

 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
เข้าชม : 64 ครั้ง
โพสโดย : TED-Ed
ะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณหยิบยื่นที ...
เข้าชม : 66 ครั้ง
โพสโดย : BreakTheThickSkull
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา