วิชา
Log in | วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2557
 

การปฏิรูปศาสนาคริสต์ (The Reformation)

โพสโดย AllHistories
 
กรุณารอสักครู่นะครับ
 

การปฏิรูปศาสนาคริสต์ (The Reformation)

นิกายโรมันคาทอลิก (The Catholic Church) เป็นอำนาจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 14-15 แต่ในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (The Renaissance) หรือยุคที่ชาวยุโรปเกิดการรู้แจ้งทางด้านวัฒนธรรมและศาสนานั้น ประชากรในทวีปก็เริ่มมองตัวเองและสิ่งอื่นๆรอบตัวต่างออกไป บางคนเริ่มตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับอำนาจและความร่ำรวยของศาสนจักร โดยเชื่อว่าศาสนาที่เชื่อถือเสื่อมทรามลง

การประดิษฐ์แท่นพิมพ์ในช่วงกลางปี ค.ศ.1400 ส่งผลให้ความคิดใหม่สามารถแพร่กระจายออกไปได้อย่างรวดเร็ว และในปี ค.ศ.1517 นักบวชชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ได้นำใบประกาศที่แสดงความไม่พอใจต่อศาสนจักร 95 ข้อไปติดไว้บนประตูโบสถ์ที่เมืองวิทเทนเบิร์ก (Wittenberg) ไม่นานหลังจากนั้น สำเนาเอกสารของลูเธอร์ก็แพร่กระจายไปทั่วประเทศเยอรมนี

การกระทำที่กล้าหาญของลูเธอร์จุดประกายให้เกิดการปฏิรูปศาสนา (The Reformation) ซึ่งส่งผลให้ศาสนจักรแตกออกเป็นอีกหลายนิกายหลังจากนั้น โดยการปฏิรูปศาสนาครั้งนี้ทำให้เกิดศาสนาคริสต์นิกายใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ “นิกายโปรเตสแตนต์” (Protestantism) ซึ่งได้เผยแผ่ออกไปทั่วยุโรปในไม่ช้า

ในประเทศอังกฤษ กษัตริย์เฮนรีที่แปด (King Henry the Eights) ตัดสัมพันธ์กับศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิก และตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้นำทางศาสนาของประเทศอังกฤษ แทนที่พระสันตะปาปา

เมื่อถึงศตวรรษที่ 16 ทวีปยุโรปจึงถูกแบ่งออกเป็นหมู่ประเทศที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ทางตอนเหนือ และหมู่ประเทศที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก (Roman-Catholic) ทางตอนใต้ นิกายโปรเตสแตนต์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในความเชื่อหลักของชาวยุโรป

เพื่อตอบโต้กับการแข่งขันของนิกายโปรเตสแตนต์ ชาวคาทอลิกตัดสินใจตอบรับข้อเรียกร้องบางประการของลูเธอร์ ในการปฏิรูปที่รู้จักกันภายหลังในชื่อ “การปฏิรูปคู่เคียง” (The Counter-Reformation) นี้ ศาสนจักรคาทอลิกได้กำจัดความประพฤติที่ไม่ชอบธรรมออกไปมากมาย และให้คำจำกัดความใหม่ในความเชื่อของนิกาย

ในปี ค.ศ.1545 พระสันตะปาปาได้ทรงเรียกประชุมเหล่าผู้นำทางศาสนานิกายโรมันคาทอลิกในการประชุมที่มีชื่อว่า “การสังคายนาแห่งเทรนท์” (The Council of Trent) ในการประชุมนี้ เหล่าผู้นำทางศาสนาได้กำหนดคำสอนอย่างเป็นทางการและข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติที่เข้มงวดขึ้น

ในขณะเดียวกัน กลุ่มนักบวชเยซูอิต (Jesuit) ของนิกายโรมันคาทอลิกก็ได้เริ่มดำเนินการเผยแผ่ศาสนา เพื่อให้ศาสนิกชนหันมาศรัทธาในนิกายนี้อีกครั้ง เหล่านักบวชเยซูอิตมีความเชื่ออย่างแรงกล้าในอิทธิพลของการศึกษา และได้ก่อตั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไว้มากมายทั่วทวีปยุโรป

ในปัจจุบัน เรายังสามารถพบเห็นมหาวิทยาลัยสำคัญมากมายที่ก่อตั้งโดยเหล่านักบวชเยซูอิต ยกตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (George Town) วิทยาลัยบอสตัน (Boston Collage) และมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม (Fordham University)

ทั้งการก่อตั้งนิกายใหม่ และการก่อตั้งมหาวิทยาลัย การกระทำของนักบวชมาร์ติน ลูเธอร์ในวันนั้นที่เมืองวิทเทนเบิร์ก เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มากมายซึ่งยังคงส่งผลที่เราพบเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน พลังแห่งการต่อต้าน และความปรารถนาการเปลี่ยนแปลง สามารถเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ร่างประวัติศาสตร์ได้

เรื่อง : การปฏิรูปศาสนาคริสต์ (The Reformation)
ชื่อเจ้าของคลิป : AllHistories
URL : http://www.youtube.com/watch?v=gi5qR7tflG0
 
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
โพส : 5 ม.ค. 2553
เข้าชม : 4,129 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 24 มิ.ย. 2553
เข้าชม : 12,930 ครั้ง
ผู้สร้าง : ON_LEE
โพส : 9 พ.ย. 2552
เข้าชม : 18,283 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 17 พ.ย. 2552
เข้าชม : 6,735 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 25 ส.ค. 2552
เข้าชม : 8,733 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
โพส : 27 ต.ค. 2552
เข้าชม : 15,311 ครั้ง
ผู้สร้าง : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
 
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
History of Thanksgiving Day_ by Studies Weekly
โพส : 7 ต.ค. 2557
เข้าชม : 108 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ตอน 1-2
โพส : 13 ส.ค. 2557
เข้าชม : 89 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ตอน 2-2
โพส : 13 ส.ค. 2557
เข้าชม : 85 ครั้ง
โพสโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา
สรุปสังคม
โพส : 20 ก.ค. 2557
เข้าชม : 0 ครั้ง
โพสโดย : dipper
 

การปฏิรูปศาสนาคริสต์ (The Reformation)

นิกายโรมันคาทอลิก (The Catholic Church) เป็นอำนาจที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 14-15 แต่ในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (The Renaissance) หรือยุคที่ชาวยุโรปเกิดการรู้แจ้งทางด้านวัฒนธรรมและศาสนานั้น ประชากรในทวีปก็เริ่มมองตัวเองและสิ่งอื่นๆรอบตัวต่างออกไป บางคนเริ่มตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับอำนาจและความร่ำรวยของศาสนจักร โดยเชื่อว่าศาสนาที่เชื่อถือเสื่อมทรามลง

การประดิษฐ์แท่นพิมพ์ในช่วงกลางปี ค.ศ.1400 ส่งผลให้ความคิดใหม่สามารถแพร่กระจายออกไปได้อย่างรวดเร็ว และในปี ค.ศ.1517 นักบวชชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ได้นำใบประกาศที่แสดงความไม่พอใจต่อศาสนจักร 95 ข้อไปติดไว้บนประตูโบสถ์ที่เมืองวิทเทนเบิร์ก (Wittenberg) ไม่นานหลังจากนั้น สำเนาเอกสารของลูเธอร์ก็แพร่กระจายไปทั่วประเทศเยอรมนี

การกระทำที่กล้าหาญของลูเธอร์จุดประกายให้เกิดการปฏิรูปศาสนา (The Reformation) ซึ่งส่งผลให้ศาสนจักรแตกออกเป็นอีกหลายนิกายหลังจากนั้น โดยการปฏิรูปศาสนาครั้งนี้ทำให้เกิดศาสนาคริสต์นิกายใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ “นิกายโปรเตสแตนต์” (Protestantism) ซึ่งได้เผยแผ่ออกไปทั่วยุโรปในไม่ช้า

ในประเทศอังกฤษ กษัตริย์เฮนรีที่แปด (King Henry the Eights) ตัดสัมพันธ์กับศาสนจักรนิกายโรมันคาทอลิก และตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้นำทางศาสนาของประเทศอังกฤษ แทนที่พระสันตะปาปา

เมื่อถึงศตวรรษที่ 16 ทวีปยุโรปจึงถูกแบ่งออกเป็นหมู่ประเทศที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์ (Protestant) ทางตอนเหนือ และหมู่ประเทศที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก (Roman-Catholic) ทางตอนใต้ นิกายโปรเตสแตนต์ได้กลายมาเป็นหนึ่งในความเชื่อหลักของชาวยุโรป

เพื่อตอบโต้กับการแข่งขันของนิกายโปรเตสแตนต์ ชาวคาทอลิกตัดสินใจตอบรับข้อเรียกร้องบางประการของลูเธอร์ ในการปฏิรูปที่รู้จักกันภายหลังในชื่อ “การปฏิรูปคู่เคียง” (The Counter-Reformation) นี้ ศาสนจักรคาทอลิกได้กำจัดความประพฤติที่ไม่ชอบธรรมออกไปมากมาย และให้คำจำกัดความใหม่ในความเชื่อของนิกาย

ในปี ค.ศ.1545 พระสันตะปาปาได้ทรงเรียกประชุมเหล่าผู้นำทางศาสนานิกายโรมันคาทอลิกในการประชุมที่มีชื่อว่า “การสังคายนาแห่งเทรนท์” (The Council of Trent) ในการประชุมนี้ เหล่าผู้นำทางศาสนาได้กำหนดคำสอนอย่างเป็นทางการและข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติที่เข้มงวดขึ้น

ในขณะเดียวกัน กลุ่มนักบวชเยซูอิต (Jesuit) ของนิกายโรมันคาทอลิกก็ได้เริ่มดำเนินการเผยแผ่ศาสนา เพื่อให้ศาสนิกชนหันมาศรัทธาในนิกายนี้อีกครั้ง เหล่านักบวชเยซูอิตมีความเชื่ออย่างแรงกล้าในอิทธิพลของการศึกษา และได้ก่อตั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไว้มากมายทั่วทวีปยุโรป

ในปัจจุบัน เรายังสามารถพบเห็นมหาวิทยาลัยสำคัญมากมายที่ก่อตั้งโดยเหล่านักบวชเยซูอิต ยกตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (George Town) วิทยาลัยบอสตัน (Boston Collage) และมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม (Fordham University)

ทั้งการก่อตั้งนิกายใหม่ และการก่อตั้งมหาวิทยาลัย การกระทำของนักบวชมาร์ติน ลูเธอร์ในวันนั้นที่เมืองวิทเทนเบิร์ก เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มากมายซึ่งยังคงส่งผลที่เราพบเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน พลังแห่งการต่อต้าน และความปรารถนาการเปลี่ยนแปลง สามารถเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ร่างประวัติศาสตร์ได้

 
วิดีโอที่เกี่ยวข้องจาก
 
แบ่งปันให้เพื่อน
อีเมล์เพื่อน (แยกแต่ละอีเมล์ด้วย semi-colon ;)
ส่ิิงโดย
ข้อความ
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา