Log in | วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.ย. 2557 | 20:47 น.
หน้าหลัก > แนะแนว > ศึกษาต่อด้านอื่นๆ
ค้นหาข้อมูลแนะแนว :
 
 
ศึกษาต่อด้านอื่นๆ  
 
 

โรงเรียนช่างฝีมือทหาร

โพส : วันที่ 30 พ.ค. 2554 เวลา : 15:33 น.
โหวต : | เข้าชม : 1 ครั้ง

เป็นสถาบันที่ผลิตช่างฝีมือและช่างเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในระดับ ปวช. และ ปวส. ให้กับส่วนราชการในกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และส่วนราชการอื่นๆ อีกทั้งยังผลิตช่างที่มีความสามารถในการใช้เครื่องจักรกล ซ่อม ปรับแต่ง ปรนนิบัติบำรุงเครื่องจักรกลต่างๆ ที่ทันสมัยในยุคปัจจุบันออกสู่ตลาดแรงงานของประเทศ เพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนช่างฝีมือ และเพื่อการเติบโต การขยายตัวด้านเศรษฐกิจที่เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเพื่อให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล และทางกระทรวงศึกษาธิการ รับรองวิทยฐานะ

ที่ตั้ง

โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ซ.พหลโยธิน 30 (อาลาดิน) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร.0-2511-0117, 0-2930-3480  http://www.mtts.ac.th/

 

หลักสูตรการศึกษา

โรงเรียนช่างฝีมือทหาร เปิดหลักสูตรการศึกษาในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 3 ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ

1. นชท.ภาคปกติ (ปวช.) เป็นนักเรียนอยู่ประจำเมื่อสำเร็จการศึกษาต้องเข้ารับราชการทหาร เปิดสอน 6 สาขาวิชาชีพช่าง

2. นชท.ภาคสมทบ (ปวช.) เป็นนักเรียน ไป-กลับ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะไม่มีข้อผูกพันกับทางราชการ เปิดสอน 6 สาขาวิชาชีพช่าง

1. ช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล (ชบ.) [Maintenance Trade][MT]

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการอ่านและการเขียนแบบซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล แบบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นงานบำรุงรักษาและซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลในโรงงาน งานตรวจสอบและปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนของเครื่องจักรกล งานติดตั้งเครื่องจักรกล ระบบปั๊มและท่อ ระบบเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ประกอบและติดตั้งทดสอบสมรรถนะของเครื่องจักรกล รวมทั้งสร้างชิ้นส่วนตามแบบที่กำหนด

2. ช่างเครื่องมือกล (ชก.) [Mechanic Trade][MN]

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับงานเครื่องมือกลทุกชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นงานกลึงขึ้นรูป งานกลึงเกลียว งานกลึงโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ งานกลึงด้วยเครื่องกลึงอัตโนมัติ งานกัด งานไส งานเจียระไน งานเจาะ งานคว้าน งานอบชุบ งานวัดละเอียด งานเครื่องมือกลในการผลิตชิ้นส่วนของเครื่องจักรกล งานแม่แบบสำหรับงานผลิตต่างๆ ตามแบบที่กำหนดรวมทั้งงานวิเคราะห์หาสาเหตุข้อบกพร่องและการชำรุดเสียหายของเครื่องจักรกล

3. ช่างเชื่อมโลหะ (ชล.) [Welding Trade][WD]

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับงานเชื่อมอาร์คโลหะด้วยมือ งานเชื่อมโลหะด้วยแก๊ส งานเชื่อมประสาน งานเชื่อมโลหะต่างๆด้วยเครื่องเชื่อมชนิดอัตโนมัติ งานเชื่อมทิก งานเชื่อมมิก งานเชื่อมพลาสติก งานโลหะแผ่น งานระบบท่อภายในอาคารงานติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์ งานเชื่อมท่อแรงดัน งานผลิตโครงสร้างเหล็ก งานประกอบผลิตภัณฑ์ด้วยโลหะประเภทต่างๆงานตรวจสอบแนวเชื่อม งานทดสอบแนวเชื่อม งานบัดกรีแข็ง งานอบชุบโลหะ งานโครงสร้างอะลูมิเนียม รวมทั้งงานเชื่อมและตัดใต้น้ำ

4. ช่างยานยนต์ (ชย.) [Auto Mechanic Trade][AM]

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์แก๊สโซลีน เครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลังรถยนต์ เครื่องล่างรถยนต์ ไฟฟ้ารถยนต์ ระบบปรับอากาศในรถยนต์ งานเครื่องยนต์เล็ก งานจักรยานยนต์ งานเคาะตัวถังและงานสีรถยนต์ งานกู้ซ่อม การขับขี่ยานยนต์ และการบำรุงรักษารถยนต์ตามคู่มือ

5. ช่างไฟฟ้ากำลัง (ชฟ.) [Electric Power Trade][EP]

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับพื้นฐานช่างไฟฟ้ากำลัง งานไฟฟ้าภายในอาคาร งานไฟฟ้าภายนอกอาคาร ไฟฟ้าอุตสาหกรรม ตรวจซ่อมบำรุงเครื่องจักรไฟฟ้า งานซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารและสำนักงาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงงาน ซ่อมบำรุงรักษาและทดสอบมอเตอร์ไฟฟ้า งานควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยโปรแกรม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรวจซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบต่างๆ งานเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ

6. ช่างอิเล็กทรอนิกส์ (ชอ.) [Electronic Trade][EN]

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจซ่อม ปรับแต่ง ติดตั้ง ตลอดจนบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ งานสื่อสารโทรคมนาคม งานระบบภาพ ระบบเสียง งานโทรทัศน์วงจรปิด งานโทรทัศน์สี - ขาวดำ งานระบบวีดิทัศน์ งานคอมพิวเตอร์ งานแบบติดตั้งและทดสอบงานอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1. สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า และมีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.00

2. เป็นชาย อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ 1 เมษายน ของปีที่จะเข้ารับการศึกษา สำหรับบุคคลทั่วไป ส่วนผู้ที่เป็นข้าราชการกลาโหม หรือลูกจ้างในสังกัดกระทรวงกลาโหม อายุไม่เกิน 21 ปีบริบูรณ์ และจะต้องมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัดอนุญาตให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนช่าง ฝีมือทหารมาแสดง การนับอายุบุคคลให้นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

3. มีสัญชาติไทย และบิดา มารดา มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แล้ว มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้

4. มีสุขภาพสมบูรณ์ และไม่มีโรคขัดกับกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร

5. มีผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันซึ่งสามารถรับผิดชอบในพันธกรณีต่างๆ ตามแบบสัญญาที่กองบัญชาการกองทัพไทยกำหนด

6. ไม่เคยถูกปลด หรือถูกไล่ออกจากราชการ หรือองค์การใดๆ

7. ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างเป็นจำเลยคดีอาญา และไม่เคยต้องคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

8. ไม่เป็นผู้พ้นจากความเป็นนักเรียนช่างฝีมือทหารตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยโรงเรียนช่างฝีมือทหาร พ.ศ.2536

9. ผู้สมัครต้องศึกษารายละเอียดการสมัครและหลักเกณฑ์การตรวจร่างกายบุคคลเข้า เป็นนักเรียนช่างฝีมือทหารในระเบียบการและใบสมัครโดยเคร่ง ครัด                     

 

หลักฐานต่างๆ ในการสมัคร

1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตร ประจำตัวนักเรียน 

2. รูปถ่าย สำหรับผู้สมัครด้วยตนเอง ไม่ต้องนำมาประกอบหลักฐานการสมัคร เนื่องจากโรงเรียนช่างฝีมือทหาร จะดำเนินการให้ สำหรับผู้สมัครทางไปรษณีย์ ให้ใช้รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว แต่งกายสุภาพ ท่าปกติ ครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตา (ถ่ายในครั้งเดียวกัน ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน นับถึงวันสมัคร) จำนวน 3 รูป

3. ระเบียนหรือใบรับรองแสดงว่าผู้สมัครสำเร็จหรือรอผลการสอบชั้นมัธยมศึกษาตอน ต้น ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่าและมีผลการศึกษาคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.00

4. สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับตัวจริง) เพื่อแสดงสัญชาติของผู้สมัคร บิดา และมารดาผู้ให้กำเนิด

5. ถ้าบิดา มารดา คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนถึงแก่กรรม หรือสาบสูญต้องมีใบมรณบัตร หรือสูติบัตร หรือหลักฐานทางราชการรับรองว่าบิดา หรือมารดาผู้ให้กำเนิดเกิด ณ ที่ใดในประเทศไทย

6. ถ้าปู่หรือตาของผู้สมัครมิใช่สัญชาติไทย บิดาหรือมารดาของผู้สมัครจะต้องมีสูติบัตรหรือหนังสือรับรองจากทางราชการว่า เกิด ณ ที่ใดในประเทศไทยมาแสดงด้วย

7. หลักฐานหนังสือรับรองแสดงว่าสอบวิชาทหารได้ตามหลักสูตรการฝึกวิชาทหาร ของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร (ถ้ามี)

8. หลักฐานซึ่งแสดงว่าผู้สมัครเป็นบุตรของทหาร ข้าราชการ หรือลูกจ้าง ซึ่งได้กระทำหน้าที่ในระหว่างเวลาที่มีการรบหรือการสงครามหรือมีการปราบปราม จลาจลหรือในระหว่างประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีสิทธิได้นับเวลาราชการเป็นทวีคูณตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้า ราชการ (ถ้ามี)

9. หลักฐานซึ่งแสดงว่าผู้สมัครเป็นบุตรของทหาร ข้าราชการ หรือลูกจ้างซึ่ง ได้ประสบอันตรายถึงทุพพลภาพขณะปฏิบัติราชการในหน้าที่หรือถูกประทุษร้าย เพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่หรือต้องบาดเจ็บถึงตายเพราะเหตุนั้นซึ่งได้รับ บำเหน็จบำนาญพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือได้รับเงินค่า ทำขวัญตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยลูกจ้างหรือบุตรของผู้ได้รับพระราช ทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มกล้าหาญ หรือเหรียญกล้าหาญ (ถ้ามี)

 

การสอบคัดเลือก มี ๒ ภาค คือ

1. สอบภาควิชาการ มีการสอบวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ วิชาภาษาไทย และวิชาสังคมศึกษา ภายในขอบเขตของหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของกระทรวงศึกษาธิการ

2. สอบพลศึกษา สัมภาษณ์และตรวจร่างกาย

2.1 การสอบพลศึกษา เป็นการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายโดยสอบยิมนาสติกและกรีฑา

2.2 การสอบสัมภาษณ์ เป็นการทดสอบท่วงทีวาจา ลักษณะท่าทาง ความว่องไว และปฏิภาณไหวพริบ

2.3 การตรวจร่างกาย เป็นการตรวจรูปร่าง ลักษณะและความสมบูรณ์ของร่างกาย รวมทั้งการตรวจโรคที่ขัดต่อการศึกษาและการเข้ารับราชการทหาร

 

สิทธิ และเงื่อนไขของการเป็นนักเรียนช่างฝีมือทหาร

1. เป็นนักเรียนประเภทอยู่ประจำ

2. ระหว่างศึกษาจะได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 87 บาท

3. เมื่อสำเร็จการศึกษาทางราชการจะบรรจุเข้ารับราชการในกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม อัตราเงินเดือนขั้นต้นระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ


แหล่งข้อมูล : โรงเรียนช่างฝีมือทหาร

คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
 
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา