Log in | วันจันทร์ที่ 27 มี.ค. 2560 | 13:36 น.
หน้าหลัก > แนะแนว > ศึกษาต่อสายสามัญ ม.4-6
ค้นหาข้อมูลแนะแนว :
 
 
ศึกษาต่อสายสามัญ ม.4-6  
 
 

โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

โพส : วันที่ 24 พ.ค. 2554 เวลา : 16:39 น.
โหวต : | เข้าชม : 9 ครั้ง

โรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการทุกโรงเรียนจะมีการรับนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 เหมือนกันทั่วประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำประกาศการรับนักเรียนแต่ละปีเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันดังต่อไปนี้

 

นโยบาย

1. ส่งเสริมให้เด็กได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ ด้วยกระบวนการรับนักเรียนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม และเสมอภาค

2. สนับสนุนให้เด็กก่อนประถมศึกษาได้เข้ารับการศึกษาตามความเหมาะสม

3. ประกันโอกาสเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้เข้ารับการศึกษาภาคบังคับครบทุกคน

4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กพิการและผู้ด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ

5. ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมและได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ

6. ส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาตามความถนัด ความสนใจ และเต็มตามศักยภาพ

7. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสร้างภาคีเครือข่ายการรับนักเรียน และประสานการรับนักเรียนระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกสังกัดและสนับสนุนให้สถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หรือองค์กรอื่น มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ในการกำหนดแผนการรับนักเรียนของรัฐให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสถานศึกษาเอกชนหรือสถานศึกษาของหน่วยงานอื่นด้วย

8. ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการรับนักเรียนภายในจังหวัดร่วมกันและดูแลการรับนักเรียนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งกำหนดแนวทางรณรงค์ให้เด็กที่อยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับได้เข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับครบทุกคน 

9. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแจ้งเด็ก เยาวชน และผู้ปกครองที่นักเรียนจะเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแจ้งเด็ก เยาวชน และผู้ปกครองที่นักเรียนจะเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับสถานที่เรียน

10. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาติดตามและดูแลให้จำนวนนักเรียนต่อห้องมีความเหมาะสมไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ

11. ส่งเสริมให้มีการประชาสัมพันธ์การรับนักเรียนอย่างหลากหลาย และเชิญชวนเด็ก ผู้ปกครอง  สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้อง เยี่ยมชมโรงเรียนก่อนการรับนักเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์จุดเด่นของแต่ละโรงเรียน

12. สนับสนุนให้โรงเรียนมีการระดมทรัพยากรจากเด็กที่ได้เข้าเรียนแล้ว แต่ไม่ให้รับเงินบริจาคโดยมีเงื่อนไขผูกพันกับการเข้าเรียน

 

วิธีการ

คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดแนวปฏิบัติการรับนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและดำเนินการให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรับนักเรียน ดังนี้

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

1. โรงเรียนที่เปิดสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย

                1.1 ให้รับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีศักยภาพเหมาะสมของโรงเรียนเข้าเรียน โดยโรงเรียนและคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดเกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรม เช่น พิจารณาจากผลการเรียนเฉลี่ย ผลคะแนน O-NETคุณความดี เป็นต้น รวมทั้งให้มีโครงการช่วยเหลือนักเรียนให้มีศักยภาพเหมาะสมตามที่กำหนด และเปิดโอกาสให้รับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนด้วย ตามสัดส่วนที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของแผนการรับนักเรียน นอกจากนี้ให้โรงเรียนจัดการแนะแนวการศึกษาต่ออย่างกว้างขวาง โดยที่นักเรียนทุกคนจะต้องได้รับการช่วยเหลือ ดูแล แก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง

                1.2 กรณีรับนักเรียนทั่วไปจากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ใช้วิธีการสอบคัดเลือก โดยใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน หรือให้ใช้ผลคะแนน O-NET 

                1.3 ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา จัดหาที่เรียนให้เด็กที่ประสงค์จะเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้เข้าเรียนตามความเหมาะสม ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยวางแผนการรับนักเรียนร่วมกันกับโรงเรียนทุกสังกัด ทั้งนี้ ในการสมัครเรียนให้นักเรียนระบุชื่อโรงเรียนที่ประสงค์จะเข้าเรียนเป็นการสำรองไว้ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดสรรโอกาสทางการศึกษา 

2. โรงเรียนที่เปิดเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

                ให้รับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการสอบคัดเลือกจากนักเรียนทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน นักเรียนโควตาไม่เกินร้อยละ 20 ในกรณีที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบให้โรงเรียนรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ให้รับนักเรียนความสามารถพิเศษรวมอยู่ในร้อยละของการสอบคัดเลือก ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 5 ซึ่งโรงเรียนที่เปิดเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสกลนคร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเปร็งวิสุทธาธิบดี จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี โรงเรียนน่านประชาอุทิศ จังหวัดน่าน  โรงเรียนอุดรพัฒนาการ จังหวัดอุดรธานี โรงเรียนศรีธวัชวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด และโรงเรียนพระวอพระตาวิทยาอนุสรณ์ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ ในการสมัครเรียนให้นักเรียนระบุชื่อโรงเรียนที่ประสงค์จะเข้าเรียนเป็นการสำรองไว้ด้วย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดสรรโอกาสทางการศึกษา 

3. โรงเรียนที่จัดการเรียนร่วม  (จัดเด็กพิการเรียนร่วมกับเด็กทั่วไป) 

                ให้รับเด็กพิการเรียนร่วมตามความพร้อมของโรงเรียน ทั้งชั้นก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา  หากโรงเรียนไม่สามารถจัดการศึกษาได้ ให้ประสานกับโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ หน่วยงานที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อจัดหาที่เรียนให้เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้สถานศึกษาใดปฏิเสธไม่รับคนพิการเข้าศึกษา ให้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามกฎหมายรวมทั้งให้สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประกาศรายชื่อโรงเรียนที่จัดการเรียนร่วมให้สาธารณชนทราบ

4. โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ 

                4.1 การรับนักเรียนในโรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ

                ให้รับเด็กพิการทุกคนที่ไม่สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ตามประเภทความพิการและความสามารถของแต่ละโรงเรียน ทั้งนี้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแสวงหาและเข้าถึงเด็กพิการที่ตกหล่นที่ยังไม่ได้รับการศึกษาให้ได้รับการศึกษาครบทุกคน

                4.2 การรับนักเรียนในโรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส  (กรณีโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19-43 โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ และโรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราช รมณียเขต)

                ให้รับผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติได้ และจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ได้เข้าเรียนอย่างเสมอภาค เป็นธรรม ทั่วถึงทั้งชั้นก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา  ตามสภาพเหตุผลและความจำเป็นรายบุคคล โดยไม่ใช้ผลการเรียนหรือการทดสอบเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน ทั้งนี้ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแสวงหาและเข้าถึงเด็กด้อยโอกาสที่ตกหล่นที่ยังไม่ได้รับการศึกษาให้ได้รับการศึกษาครบทุกคน

                4.3 การรับนักเรียนในโรงเรียนที่จัดการศึกษาด้วยวัตถุประสงค์พิเศษ

                                4.3.1 โรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ

                                ให้รับนักเรียนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโรงเรียน โรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ คือ โรงเรียน  ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดนครปฐม โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดนครปฐม โรงเรียนมัธยมสังคีตวิทยา กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย จังหวัดราชบุรี  โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย จังหวัดระยอง โรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย (จำนวน 12 โรง) โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย (จำนวน 9 โรง) โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร์ (จำนวน 12 โรง) โดยพิจารณาคัดเลือกนักเรียนจากการสอบและใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน

                                4.3.2 โรงเรียนที่จัดห้องเรียนพิเศษ

                                                1) ห้องวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย

                                                ให้รับนักเรียนตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เรื่อง การสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์และห้องวิทยาศาสตร์โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ประกาศ  ณ  วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2553

                                                2) ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนโดยกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย

                                                ให้รับนักเรียนตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง การสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนโดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกาศ ณ วันที่ 16 กรกฎาคม  พ.ศ.2553

                                                3) ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

                                                ให้โรงเรียนในโครงการ 195 แห่งรับนักเรียนตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โรงเรียนละ 1 ห้อง นักเรียนห้องละ 30 คน

                                                4) ห้องเรียนพิเศษตามโครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค (Education Hub) 

                                                ให้โรงเรียนในโครงการ 14 แห่งรับนักเรียนตามโครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค (Education Hub)และประกาศของโรงเรียน โดยรับนักเรียนห้องละ 25 คน

                                                5) ห้องเรียนพิเศษอื่นๆ

                                                ให้รับนักเรียนตามวัตถุประสงค์ของการจัดห้องเรียนพิเศษที่ส่งเสริมความสามารถทางวิชาการและด้านอื่นๆ ไม่เกินชั้นละ 4 ห้องและจะต้องมีแผนการรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ : ห้องปกติ  ไม่เกินสัดส่วน  20 : 80 (รวมห้องเรียนพิเศษทุกประเภทในแต่ละชั้น) ทั้งนี้ โรงเรียนที่เปิดห้องเรียนพิเศษจะต้องจัดบริการการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด และจัดบริการการศึกษาห้องเรียนปกติ          อย่างมีคุณภาพด้วยเช่นกัน ในกรณีที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะรับเกินสัดส่วน 20 : 80 ให้เสนอขอความเห็นชอบคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นรายกรณี เช่น การจัดการเรียนการสอน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ การจัดการเรียนการสอนส่งเสริมความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็นต้น และให้โรงเรียนในโครงการส่งเสริมความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ในโรงเรียนมัธยมศึกษา และโรงเรียนในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท. และ พสวท. สมทบ) รับนักเรียนตามโครงการ โดยให้นับจำนวนนักเรียนที่จัดห้องเรียนพิเศษรวมอยู่ในแผนชั้นเรียนของโรงเรียน และพิจารณาคัดเลือกนักเรียนจากการสอบและใช้แบบทดสอบวัดความสามารถทางวิชาการของโรงเรียน ทั้งนี้การเปิดห้องเรียนพิเศษต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษายกเว้นห้องเรียนพิเศษตามโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program or Mini English Program)ต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้จะต้องมีโรงเรียนรองรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนที่จะเปิดห้องเรียนพิเศษได้อย่างเพียงพอ

 

จำนวนการรับนักเรียนต่อห้อง

1. โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กปกติหรือจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาห้องละ 40 คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกินให้รับได้ไม่เกินห้องละ 50 คน โดยให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอนุมัติตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด

2. โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ให้โรงเรียนรับนักเรียนพิการห้องละ 10 คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกินให้รับได้ไม่เกินห้องละ 15 คน

3. โรงเรียนที่จัดการศึกษาด้วยวัตถุประสงค์พิเศษให้โรงเรียนรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ห้องเรียนพิเศษ EP และ MEPห้องละ 30 คน ห้องเรียนอื่นๆ ห้องละ 36 คน หากมีความจำเป็นต้องรับเกินให้รับได้เฉพาะห้องเรียนอื่นๆ ไม่เกินห้องละ 40 คน โดยให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอนุมัติตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด 

4. โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงที่จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่มีความประสงค์จะรับนักเรียนห้องละ 50 คน ให้ประกาศรับนักเรียนทุกประเภทรอบเดียว เช่น รับนักเรียนห้องละ 40 คน จากการสอบคัดเลือก จับฉลาก หรือความสามารถพิเศษ และรับนักเรียนอีกห้องละ 10 คน จากเงื่อนไขพิเศษ หรืออื่นๆ เป็นต้น โดยแยกประกาศแต่ละประเภทให้ชัดเจน และให้เสนอสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอนุมัติตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากำหนด

ข้อมูลเพิ่มเติมโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เว็บไซต์วิกิพีเดีย
เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

แหล่งข้อมูล :สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้