รหัสข้อสอบ : SOMB609930
วิชา : สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดับชั้น : ม.6
จำนวน : 20 ข้อ
ชื่อข้อสอบ : แนวข้อสอบ ประวัติศาสตร์ ชุดที่4
1)
ข้อใดมิใช่เป็นผลดีที่ไทยได้รับจากการทำสัญญาเบาริงในสมัยรัชกาลที่ 4
ก.
การค้าขยายตัวอย่างกว้างขวางมากกว่าแต่ก่อน
ข.
นำเอาความเจริญทางวิชาการของตะวันตกมาปรับปรุงประเทศ
ค.
สัญญาไม่ระบุเวลาจึงทำให้ชาวตะวันตกยินดีเข้ามาค้าขายมากขึ้น
ง.
คนไทยปัจจุบันของไทยจะได้รับความคุ้มครองเมื่อไปอยู่ในเขตอังกฤษ
2)
ที่ไทยเริ่มทำการค้าแบบเสรีเมื่อใด
ก.
หลังจากที่เสรีไทยมีอำนาจ
ข.
เมื่อสหรัฐยอมแก้ไขสัญญาที่ไทยเราเสียเปรียบ
ค.
เมื่อทำสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ
ง.
เมื่อไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1
3)
เมื่อไทยได้มีการเปลี่ยนระบบภาษีจากเดิมมาเป็นร้อยชัก 3 แล้ว การค้าของไทยเป็นอย่างไร
ก.
ไทยเก็บภาษีได้น้อยลง
ข.
การค้าของไทยดีกว่าเดิมมาก
ค.
การค้าอยู่ในภาวะต่ำเล็กน้อย
ง.
ไม่สามารถทราบได้เพราะไม่มีการทำสถิติไว้
4)
ข้อใดมิใช่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศในสมัยรัชกาลที่ 4
ก.
เริ่มการค้าเสรี
ข.
ภาษีศุลกากรขาเข้าถูกจำกัดในอัตราตายตัว
ค.
ข้าว ไม้สัก ดีบุก เป็นสินค้าออกที่สำคัญ
ง.
มีการใช้ทองคำเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยน
5)
หน่วยงานที่เรียกว่า “หอรัษฎากรพิพัฒน์” ทำหน้าที่อะไร
ก.
ค้าขายกับต่างประเทศ
ข.
เก็บรักษาพระไตรปิฎก
ค.
เก็บผลประโยชน์ของแผ่นดิน
ง.
ควบคุมการค้าภายในประเทศ
6)
เพื่อให้เงินตราของไทยเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของชาวต่างประเทศรัชกาลที่ 5 ทรงดำเนินการอย่างไร
ก.
กำหนดให้ใช้ธนบัตรแทนเงินเหรียญ
ข.
กำหนดให้ใช้ทองคำเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนเงินตรากับต่างประเทศ
ค.
กำหนดให้ใช้สตางค์แทนเงินปลีก
ง.
พระราชทานเงินเดือนแทนเบี้ยหวัด
7)
เหตุใดจึงใช้ทองคำเป็นมาตรฐานเงินตราในการแลกเปลี่ยนเงินกับต่างประเทศ
ก.
เพื่อความสะดวกในการซื้อสินค้า
ข.
เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟื้อ
ค.
ระบบเงินตราไม่แน่นอนมั่นคงเท่ากับทองคำ
ง.
ตามมติของนานชาติ
8)
หน่วยงานใดที่มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับพระราชทรัพย์ของแผ่นดินในรัชกาลที่ 5
ก.
พระคลังมหาสมบัติ
ข.
พระคลังข้างที่
ค.
พระคลังสินค้า
ง.
พระคลังทรัพย์สิน
9)
รัชกาลที่ 6 ทรงเริ่มงานด้านสหกรณ์และคลังด้านออมสินเพื่อสิ่งใด
ก.
เพื่อช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาให้มีการลงทุน
ข.
เพื่อให้รู้จักร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ค.
เพื่อให้ประชาชนมีที่ฝากเงินที่ปลอดภัย
ง.
สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมและออมทรัพย์ให้เกิด
10)
ข้อใดคือการแก้ไขปรับปรุงเศรษฐกิจที่ตรงเป้าหมายที่สุดของรัชกาลที่ 6
ก.
ตั้งกรมทดน้ำ
ข.
ตั้งกรมไปรษณีย์โทรเลข
ค.
ตั้งคลังออมสินและสหกรณ์
ง.
ริเริ่มกิจการรถไฟ
11)
ข้อใดเป็นจุดประสงค์อันแท้จริงของรัชกาลที่ 6 ที่นำประเทศไทยเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1
ก.
เพื่อหาโอกาสเรียกร้องแก้ไขสนธิสัญญาสิทธิภาพนอกอาณาเขต
ข.
เพื่อให้ทหารไทยได้มีโอกาสศึกษาวิชาการทหารของยุโรป
ค.
เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญาทางไมตรีระหว่างไทยกับประเทศสัมพันธมิตร
ง.
เพื่อไทยจะได้รับผลประโยชน์จากการแบ่งดินแดนของฝ่ายอักษะ
12)
ข้อใดเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ประเทศไทยประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสมัยรัชกาลที่ 7
ก.
กรรมกรว่างงาน
ข.
การเก็บภาษีหละหลวม ไม่ได้ผลเต็มที่
ค.
ราษฎรทำไร่ทำนาไม่ได้ผล
ง.
ผลสะท้อนจากเศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
13)
ข้อใดที่รัชกาลที่ 7 ไม่ทรงใช้แก้ไขภาวะเศรษฐกิจ
ก.
กู้เงินจากต่างประเทศ
ข.
จ้างชาวต่างประเทศสำรวจภาวะเศรษฐกิจเพื่อหาทางแก้ไข
ค.
เพิ่มภาษีอากร
ง.
การลดจำนวนผู้รับราชการ
14)
“ตัวข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าเกิดมาสำหรับตัดรอนตั้งแต่ต้นก็ได้ตัดมาแล้ว คราวนี้ก็ต้องตัดอีกจนไม่รู้ว่าจะตัดอย่างไร” ข้อความดังกล่าวนั้นเป็นคำพูดของใคร หมายถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับอะไร
ก.
รัชกาลที่ 5 - เกี่ยวกับการตัดถนนหนทาง
ข.
รัชกาลที่ 6-เกี่ยวกับการนำประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1
ค.
รัชกาลที่ 7-เกี่ยวกับการปรับปรุงเศรษฐกิจ
ง.
รัชกาลที่ 9-เกี่ยวกับการพัฒนาท้องถิ่น
15)
เพราะเหตุใดพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจำเป็นต้องตัดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือยลงและตัดจำนวนข้าราชการที่เหลือเพื่อออกจากหน้าที่
ก.
เพราะพระองค์ไม่โปรดข้าราชการทุกคน
ข.
เพราะการเงินในประเทศไทยได้รับการกระทบกระเทือนจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
ค.
เพราพระองค์ไม่เข้าพระทัยในวิธีการปรับปรุงเศรษฐกิจ
ง.
เพราะปัญหารายจ่ายสูงกว่ารายได้
16)
การแก้ไขสนธิสัญญาพระราชมาตรีที่ทำในรัชกาลก่อนแต่มาสำเร็จในรัชกาลที่ 7 มีผลดีต่อทางเศรษฐกิจในขณะนั้นอย่างไร
ก.
มีพ่อค้าชาวต่างชาติมาค้าขายมากขึ้น
ข.
ค่าของเงินบาทสูงขึ้น
ค.
ไทยสามารถส่งสินค้าออกไปขายกับต่างประเทศได้มากขึ้น
ง.
มีชาวต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น
17)
เหตุใดจึงต้องมีการออกพระราชบัญญัติภาษีเงินเดือนเมื่อ พ.ศ. 2474
ก.
เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
ข.
เพื่อให้ยุติธรรมกับคนทุกคนในประเทศ
ค.
เพื่อตัดทอนรายจ่ายของรัฐบาล
ง.
เพื่อเริ่มรายได้ให้แก่ประชาชน
18)
สาระสำคัญในสมุดปกขาวในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 คืออะไร
ก.
ข้อความที่ต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ข.
พระราชวิจารณ์โครงการเศรษฐกิจของรัชกาลมีที่ 7
ค.
ข้อความที่สนับสนุนโครงการเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
ง.
พระราชวิจารณ์การปกครองระบอบประชาธิปไตย
19)
เพราะเหตุใดฐานะทางเศรษฐกิจของไทยจึงเริ่มตกต่ำในปลายแผ่นดิน ร. 6
ก.
รัชกาลที่ 6 ไม่สนใจในการค้าและเศรษฐกิจ
ข.
ผลสะท้อนจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
ค.
การเสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศ
ง.
คนจีนคุมเศรษฐกิจของประเทศ
20)
เค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมที่เรียกว่า สมุดปกเหลืองได้กล่าวถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจเน้นหนักในข้อใด
ก.
ให้นายทุนลงทุนด้านอุตสาหกรรมให้มาก
ข.
มุ่งปฏิวัติการกสิกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของประเทศ
ค.
ให้ราษฎรใช้แรงงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองตามกำลังความสามารถ
ง.
ดึงปัจจัยในการผลิตมาเป็นของรัฐ