รหัสข้อสอบ : THMA209828
วิชา : ภาษาไทย
ระดับชั้น : ม.2
จำนวน : 20 ข้อ
ชื่อข้อสอบ : แนวข้อสอบ ภาษาไทย ชุดที่2
1)
ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ
ก.
กรุณารอผมสักครู่
ข.
งานสัปดาห์หนังสือปีนี้มีคนมาบานเบอะ
ค.
พรุ่งนี้เจอกันที่หน้าอำเภอ
ง.
นักเรียนควรมีความอุตสาหะในการศึกษา
2)
คำในข้อใดมิใช่คำไวพจน์ของ “น้ำ”
ก.
ธารา
ข.
คงคา
ค.
วารี
ง.
อัคคี
3)
ข้อใดคือความหมายของประโยคซ้อน
ก.
ประโยคที่มีความบริบูรณ์หลายความ
ข.
ประโยคที่มีความเชื่อมระหว่างประโยคย่อย
ค.
ประโยคที่ประกอบด้วยประโยคหลักและประโยคย่อย
ง.
ประโยคที่มีความสมบูรณ์มากกว่าหนึ่งใจความและมีสันธานเป็นตัวเชื่อม
4)
ถ้อยคำหรือข้อความที่มีความหมายเป็นคติเราเรียกว่าอะไร
ก.
ภาษิต
ข.
โวหาร
ค.
วาทศิลป์
ง.
สุนทรพจน์
5)
ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาเพื่อตีความให้เข้ากับเรื่อง เราเรียกว่าอะไร
ก.
ภาษิต
ข.
สำนวน
ค.
คำพังเพย
ง.
สุนทรพจน์
6)
ข้อใดมิใช่หลักการใช้คำยืมให้ถูกต้อง
ก.
ต้องรู้ว่าคำนั้นมาจากภาษาใด
ข.
ต้องรู้ว่าหลักการเขียนที่ถูกเขียนอย่างไร
ค.
ต้องรู้ว่าคนที่ใช้ภาษานั้นมีมากน้อยเพียงใด
ง.
ต้องรู้ว่าหลักการออกเสียงที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
7)
ขั้นสุดท้ายของการฟังอย่างมีวิจารณญาณคือข้อใด
ก.
การวินิจฉัย
ข.
การประเมินค่า
ค.
การวิเคราะห์
ง.
การใช้ประโยชน์
8)
ในการฟังสารโน้มน้าวใจเราจะพิจารณาในข้อใดเป็นอันดับแรก
ก.
สาระสำคัญของสาร
ข.
ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร
ค.
การเรียงลำดับความในสาร
ง.
จุดมุ่งหมายของผู้ส่งสาร
9)
ข้อใดคือประโยชน์ของราชาศัพท์
ก.
เพื่อรักษาให้ภาษาดำรงอยู่ไม่เสื่อมสูญ
ข.
เป็นการศึกษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ
ค.
เป็นการศึกษาวิวัฒนาการของภาษา ความไพเราะ และใช้ในการประพันธ์ได้ถูกต้อง
ง.
ทุกข้อที่กล่าวมา
10)
“อักษรสังโยค” หมายถึงข้อใด
ก.
เป็นระเบียบวิธีการใช้ตัวสะกดตัวตามของภาษาไทย
ข.
เป็นระเบียบวิธีการใช้ตัวสะกดตัวตามของภาษาบาลี
ค.
เป็นระเบียบวิธีการใช้ตัวสะกดตัวตามของภาษาเขมร
ง.
เป็นระเบียบวิธีการใช้ตัวสะกดตัวตามของภาษาสันสกฤต
11)
วิธีการที่ไทยพยายามรักษารูปศัพท์เดิมของภาษาบาลี-สันสกฤตไว้แม้นำมาใช้ในภาษาไทยคือข้อใด
ก.
นำเอาหลักการแบ่งพยัญชนะวรรคมาใช้
ข.
นำเอาหลักการสร้างคำทั้งสมาสและสนธิมาใช้
ค.
นำเอาหลักการใช้ตัวการันต์มาใช้
ง.
นำเอาหลักการใช้ตัวสะกดตัวตามมาใช้
12)
การแบ่งพยัญชนะบาลี-สันสกฤตออกเป็นวรรคต่างๆ ถือตามหลักในข้อใด
ก.
มีฐานที่เกิดฐานเดียวกัน
ข.
เสียงมีความใกล้เคียงกัน
ค.
การทำหน้าที่อย่างเดียวกัน
ง.
ใช้เป็นตัวสะกดซึ่งกันและกันได้
13)
ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก.
พยัญชนะบาลีมี 32 ตัว สันสกฤตมี 34 ตัว
ข.
ภาษาบาลีมีสระ 8 ตัว สระสันสกฤตมี 14 ตัว
ค.
ภาษาบาลีนิยมใช้ “ฬ” ภาษาสันสกฤตนิยมใช้ “ฑ”
ง.
ภาษาบาลีมี “ริ” กลางคำ ภาษาสันสกฤตมี “ร” กลางคำ
14)
ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีทั้ง 3 คำ
ก.
บุปผา สิริ เวฬุวัน
ข.
เกษียร ทฤษฎี รัตติกาล
ค.
ราษฎร กฤติยา ไปรษณีย์
ง.
อวกาศ สวรรค์ กัลป์
15)
คำว่า “ฤกษ์” เป็นคำภาษาสันสกฤตได้จากข้อใด
ก.
เป็นคำควบกล้ำ
ข.
เป็นคำหลายพยางค์
ค.
มีการใช้พยัญชนะและตัวสะกด
ง.
ตัว ฤ และ ษ ซึ่งเป็นอักษรที่ใช้ในคำที่เป็นภาษาสันสกฤตเท่านั้น
16)
ข้อใดเป็นภาษาที่มีลักษณะโน้มน้าวใจเด่นชัดที่สุด
ก.
ขับช้าๆ อันตราย
ข.
เท่อย่างมีท่า ไม่พึ่งพาบุหรี่
ค.
ไม่มีท่านเราอด ไม่มีรถท่านเดิน
ง.
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
17)
ข้อใดแฝงเจตนาเช่นเดียวกับคำขวัญนี้ “ทิ้งขยะไม่เป็นที่ หมดราศีไปทั้งเมือง”
ก.
น้ำมันมีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด
ข.
ตัดไม้ทำลายป่า น้ำท่าจะขาดแคลน
ค.
หนึ่งเสียงของท่าน สร้างสรรค์ประชาธิปไตย
ง.
ประหยัดไฟวันละนิด ช่วยเศรษฐกิจเป็นล้าน
18)
คำคู่ใดมีเสียงพยัญชนะต้นต่างกัน
ก.
ควงแขน คว้าไขว่
ข.
ฟ้าฮ่าม ฝายหิน
ค.
ศีรษะ ทรวดทรง
ง.
เณรน้อย หน่ายแหนง
19)
คำในข้อใดที่มี “ฤ” ทำหน้าที่เป็นเสียงพยัญชนะต้น
ก.
คฤนถ์ พฤฒิ กฤษณะ
ข.
ฤกษ์ ฤทัย ฤทธี
ค.
พฤนท์ กฤษฎา ปฤจฉา
ง.
กฤษณา ตฤณมัย ปฤษฎางค์
20)
คำประพันธ์ในข้อใดบ่งชัดว่าเป็นเวลากลางคืน
ก.
ที่นอนน้อยน่านอนอ่อนดี มีหมอนข้างคู่ประคองเคียง
ข.
แสงอัจกลับตามอร่ามเรือง คนเกลื่อนนอนนิ่งระวังไสว
ค.
กระดึงพรวนล้วนสักหลาดทับ ดาวประดับดวงเด่นดูสลอน
ง.
หิ่งห้อยหรือจะแข่งแสงพระจันทร์ อย่าปั้นน้ำให้หลงตะลึงเงา