พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
Log in | วันจันทร์ที่ 24 พ.ย. 2557 | 20:53 น.
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
หน้าหลัก > ความรู้คู่คุณธรรม > สถานที่ปฏิบัติธรรม > สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
สถานที่ปฏิบัติธรรม 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
 
 

สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม

โพส : วันที่ 10 ก.พ. 2553 เวลา : 11:07 น.
โหวต : | เข้าชม : 8,823 ครั้ง
 

  


สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม
เลขที่ 127 หมู่ 6 ต.ดอยแก้ว
อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160
โทรศัพท์ 084-804-2040

ประธานมูลนิธินิโรธาราม และประธานภิกษุณีสงฆ์
คือ ภิกษุณีนันทญาณี (อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ)

ภิกษุณีนันทญาณี หรืออดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ซึ่งคือผู้หญิงที่บวชรักษาศีล 10 ข้อ เน้นวิปัสสนากรรมฐาน ท่านเป็นประธานผู้ก่อตั้งและเป็นอาจารย์ใหญ่ของสำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม (มีเฉพาะนักบวชหญิง) ซึ่งทางสถาบันอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฯลฯ โรงเรียน และสถาบันการศึกษาอื่นๆ มักมีกิจกรรมการปฏิบัติธรรม เข้าค่าย เป็นต้น ที่สำนักฯ แห่งนี้อยู่สม่ำเสมอ 
  

ด้านการเทศน์-การบรรยายธรรมของภิกษุณีนันทญาณี (อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ) นั้น จะมีลีลาสำนวนการเทศน์-บรรยายที่สนุก เร้าใจ สไตล์วัยรุ่น ใช้ภาษาชาวบ้าน ฟังง่าย ท่านสามารถแสดงธรรมเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย ผนวกกับการแยกแยะข้อธรรมอย่างชัดเจน

สำนักฯ แห่งนี้ นักบวช ไม่ว่าสามเณรีหรือแม่ชีต้องปฏิบัติและทำงานวัดค่อนข้างหนักเพราะมีคนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับอาคารสถานที่และพื้นที่ การปฏิบัติส่วนมากต่างคนต่างก็ปฏิบัติเอง และทุกท่านมักจะศึกษาพุทธพจน์จากพระไตรปิฎก หรือเรียนจากหนังสือนักธรรม ฯลฯ กันเอง ผู้ที่ขอ “เข้าเงียบ” จะมีท่านสามเณรีที่มีประสบการณ์ไปช่วยสอบอารมณ์ให้ถึงกุฏิทุกวัน

ทั้งสามเณรี แม่ชี และโยคี (แม่พราหมณ์) ต้องสวดมนต์พร้อมกันวันละ 3 เวลา คือ 04.00 นาฬิกา, 13.30 นาฬิกา และ 17.30 นาฬิกา ไม่สวมรองเท้า ฉันมื้อเดียวในเวลา 08.00 นาฬิกา และเป็นอาหารมังสวิรัติด้วย
  

• ประวัติและความเป็นมาสำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม •

เนื่องจากได้มีญาติโยมจำนวนมากได้เข้ามาปรารภกับท่านภิกษุณีนันทญาณี (อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ) ถึงสภาพปัญหาของสังคมว่า ในปัจจุบันมีคนที่มีความทุกข์ทางใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้น และก็ได้ขอร้องให้ท่านแม่ชีรุ้งเดือน พร้อมด้วยคณะแม่ชี 5 รูป ผู้ที่ได้ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นเวลาสิบกว่าปี ให้ช่วยนำพระธรรมคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาช่วยแนะนำพร้อมทั้งเผยแผ่พร่ำสอนให้ชาวบ้าน ได้มีหลักธรรมในการดำเนินชีวิต ให้เกิดประโยชน์และความสุขแก่ทั้งครอบครัวตนเองและบุคคลอื่น

ครั้นต่อมาก็ได้มีญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาหลายท่าน ได้ร่วมกันซื้อที่ดินถวาย ให้กับท่านท่านแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ พร้อมคณะแม่ชี เปิดเป็นสำนักปฏิบัติธรรมสำหรับผู้หญิง เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2538 รวมทั้งสิ้น 19 ไร่ และได้รับความเมตตาจาก พระภาวนาวิสุทธาจารย์ (หลวงพ่อทองใบ ปภสฺสโร) วัดอภิญญาเทสิตธรรม (วัดนาหลวง) อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตั้งชื่อให้ว่า “สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม” อันมีความหมายเป็นมงคลว่า “อารามแห่งความดับทุกข์”
   

ปัจจุบันสำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม มีสามเณรีจำนวน 10 รูป แม่ชีจำนวน 2 ท่าน อุบาสิกาประจำจำนวน 2 ท่าน เป็นสถานที่รองรับให้ผู้หญิงได้เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาตามแนวทางพระไตรปิฎก และใช้เป็นสถานที่ในการอบรมค่ายคุณธรรม จริยธรรม โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น มาขอจัดค่ายคุณธรรม จริยธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบัน

   



 

• ดับทุกข์-ทุกข์ดับ ที่...“อารามแห่งความดับทุกข์” •

ปัจจุบัน มีวัดร้างอยู่เป็นจำนวนมาก หลายแห่งกลายเป็นเพียงสถานที่ซึ่งมีไว้เพียงท่องเที่ยวเพื่อให้ระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งที่เคยรุ่งเรือง

ขณะที่แนวโน้มของพระภิกษุในประเทศไทยได้ลดจำนวนลงไปจากปีละ ๓ แสนรูป เหลือเพียงแสนกว่ารูป บางส่วนเบี่ยงเบนทางเพศ บางส่วนเป็นพระที่ศึกษาเพื่อเตรียมจะสึกออกไปทำงานประกอบอาชีพในทางโลก บางส่วนเตรียมสึกไปแต่งงาน นี่คือสถานการณ์ของพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ท่านผู้รู้และปฏิบัติชอบท่านหนึ่ง แสดงทัศนะเอาไว้ว่า

“ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากพระส่วนหนึ่งไม่มีความรู้ในพระธรรม จึงไม่สามารถครองตนรักษาศีลอย่างบริสุทธิ์ได้ ซึ่งสวนทางกับฆราวาสที่อยู่ในยุคที่ต้องการไขว่คว้าหาธรรมะดีๆ มาเป็นตัวช่วยในการนำทางชีวิต ดังนั้นสงฆ์ไม่ว่าพระภิกษุหรือภิกษุณี ที่ถือเอาการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เดินตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด น่าจะเป็นที่พึ่งในยามยากให้แก่ชาวบ้านได้ดีในยามนี้” 
      


ภิกษุณีนันทญาณี (อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ)
นำพาหมู่คณะสวดมนต์ ไหว้พระ และปฏิบัติธรรม


สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่จะเขียนถึง คือ “สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม” ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อันมีความหมายเป็นมงคลว่า “อารามแห่งความดับทุกข์”

โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการก่อตั้งสำนักมี ๒ ประการ คือ ๑. เพื่ออนุเคราะห์แก่สตรีที่ตั้งใจมาดำเนินชีวิตบนวิถีแห่งศีล สมาธิ ปัญญา ตามรอยพระพุทธเจ้า โดยมี “ท่านภิกษุณีนันทญาณี” เป็นผู้อบรมสั่งสอนตามพระพุทธพจน์ และ ๒. เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติธรรมจากหน่วยงานราชการ เอกชน และผู้สนใจใฝ่ธรรมทั่วไป ที่ได้ติดต่อขอเข้ารับการอบรมธรรมะ ทั้งในรูปแบบค่ายอบรม และเข้ามาปฏิบัติเป็นการส่วนตัว

สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม ประกอบไปด้วยภิกษุณี และสามเณรี ที่อยู่ร่วมกันกว่า ๒๐ รูป ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่มีนักบวชสตรีอยู่ร่วมเป็นคณะสงฆ์ โดยหากเป็นภิกษุณีจะถือศีล ๓๑๑ ข้อ ส่วนสามเณรีนั้นถือศีล ๑๐ ข้อ ทั้งหมดยึดถือการปฏิบัติตนตั้งอยู่ในศีล ภาวนา สมาธิ อย่างเคร่งครัด กินอาหารมังสวิรัติวันละมื้อเดียว ไม่สวมใส่รองเท้า ไม่ใช้เงิน และฝึกฝนการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีวิถีชีวิตในแบบกินง่ายอยู่ง่าย เน้นความสมถะ ไม่เบียดเบียน มุ่งศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระไตรปิฎก เพื่อการพ้นทุกข์ โดยมี “ภิกษุณีนันทญาณี” หรือ “อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ” เป็นประธานภิกษุณีสงฆ์

จากที่ได้เข้าร่วมค่ายปฏิบัติธรรมเป็นระยะเวลา ๕ วัน ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาชายหญิงของคณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กว่า ๑๐๐ ชีวิต และยังมีผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมอีกหลากหลายอาชีพ ที่เดินทางเข้ามาเพื่อศึกษาหาความรู้ทางธรรมเป็นการส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศของสถานที่ซึ่งสงบร่มรื่นและเป็นใจอย่างยิ่ง กับความตั้งใจมาใฝ่ดีให้สัมฤทธิผล

   


ภิกษุณีนันทญาณี (อดีตแม่ชีรุ้งเดือน สุวรรณ)


การเข้ามาปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธารามนั้น สิ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมควรเตรียมมา คือ ชุดสีขาว และของใช้ตามจำเป็น เช่น ไฟฉาย รองเท้าแตะ และของใช้ส่วนตัว สำหรับทำความสะอาดร่างกายเท่านั้น ส่วนสิ่งฟุ่มเฟือย หรือเครื่องสำอาง เครื่องประดับต่างๆ ให้งดเว้น

ในฐานะผู้ไม่เคยเข้าร่วมปฏิบัติธรรมมาก่อน ได้เคยผ่านเข้ามาสอบถามกับภิกษุณีปัญญาวรี ที่สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธารามครั้งหนึ่ง ท่านตอบสั้นๆ เพียงว่า “การมาปฏิบัติธรรมในที่แห่งนี้ เตรียมแต่ชุดขาวมาก็พอ แต่หากไม่มีก็ไม่เป็นไร วัดมีให้ ขอเพียงให้เตรียมใจมาปฏิบัติธรรมก็พอแล้ว”

อย่างไรก็ตาม การเปิดค่ายปฏิบัติธรรมของ “สำนักปฏิบัติธรรมนิโรธาราม” นั้น จะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน-อยู่ หรือค่าวิทยากร กับผู้เข้าปฏิบัติธรรม ที่ผ่านมาหากหน่วยงานใดจะติดต่อเข้ามาขอเปิดค่ายปฏิบัติธรรม ทางภิกษุณีนันทญาณีจะจัดสรรเวลาในการเปิดอบรมให้ แต่ในส่วนของค่าใช้จ่าย ในเรื่องอาหารการกิน การจัดการค่าย โดยใช้สถานที่ของนิโรธารามนั้น หน่วยงานผู้ร้องขอจัดค่ายจะเป็นฝ่ายดูแลจัดการค่าใช้จ่ายเอง ทั้งเรื่องการจัดจ้างแม่ครัวและค่าอาหาร วัดเพียงแต่มอบหมายให้นักบวชสตรีเข้ามาดำเนินการบรรยาย อบรมการปฏิบัติธรรมะ และให้โดยไม่รับค่าตอบแทน

ส่วนเมื่อเข้ามาอยู่ร่วมค่าย หรือเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่นิโรธารามแล้ว ผู้นั้นจะต้องรักษาศีล ๘ คือ งดเว้นไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ละเมิดประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุราเมรัย และเพิ่มเติมข้อปฏิบัตินอกเหนือจากศีล ๕ ขึ้นมาอีก คือ งดเว้นการร้องรำทำเพลง-ดูมหรสพ และฮัมเพลง งดเว้นนอนบนฟูก หรือที่นอนหมอนสูง งดเว้นการใช้เครื่องสำอาง แป้ง ของหอมทุกชนิด และงดสวมใส่เครื่องประดับต่างๆ

    

กิจวัตรประจำวันของผู้ปฏิบัติธรรม ประกอบด้วย การสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นร่วมกับนักบวช ฝึกภาวนาด้วยการเดินจงกรม นั่งสมาธิ บริโภคอาหารมังสวิรัติสองมื้อ คือ เวลา ๐๗.๐๐ น. และ ๑๑.๓๐ น. โดยงดรับประทานอาหารขบเคี้ยวทุกชนิด หลังเวลา ๑๒.๐๐ น. เป็นต้นไป

ตารางชีวิตในสถานธรรมแห่งนี้ คือ การตื่นนอน ๐๓.๓๐-๐๔.๐๐ น. และเข้านอนไม่เกิน ๒๔.๓๐ น. ห้ามส่งเสียงดัง และทำความเพียรด้วยการช่วยเหลือทำความสะอาดวัดตามสมควร

กรณีของผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็นชาย นิโรธารามจะอนุญาตให้เข้ามาปฏิบัติธรรมภายในวัดได้แบบไปกลับ แต่จะอนุญาตให้ค้างแรมในวัดได้ เฉพาะช่วงที่มีการเปิดค่ายปฏิบัติธรรมเท่านั้น

สำหรับตัวอย่างของการบรรยายธรรม ที่ภิกษุณีนันทญาณีได้สอนเรื่องความจริงไว้ว่า “ร่างกายเป็นเพียงกองดินน้ำลมไฟ ประกอบไปด้วยถุงทุกข์ เช่น ถุงเลือด ถุงขี้ ถุงน้ำเลือด ถุงน้ำเหลือง ที่ต้องคอยดับทุกข์ด้วยการกิน ด้วยการถ่าย ไม่ควรยึดติด สุดท้ายก็ต้องตาย ดังนั้นไม่ควรไปยึดติด ไม่ควรไปยึดถือ ไม่ควรหลงใหลว่าเป็นของเรา

เมื่อชีวิตของทุกๆ คนเป็นถุงดินน้ำไฟลม เป็นถุงขี้ซึม และเป็นถุงทุกข์ ที่ต้องคอยดับทุกข์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่เราจะต้องมานั่งผ่อนบ้านราคาแพงๆ เพื่อให้ถุงขี้ซึมได้อยู่ หรือให้ถุงขี้ซึมต้องไปนั่งอยู่ในรถวอลโว่ราคาแพงๆ” ภิกษุณีนันทญาณี อธิบายและยกตัวอย่างจนทำให้หลายคนเห็นภาพ

นอกจากการเตือนสติให้เรามองกายเป็นเพียงกองดินน้ำไฟลม เพื่อที่จะไม่ต้องไปยึดติดว่า กายเป็นของเรา ภิกษุณีนันทญาณีและคณะนักบวชสตรีของนิโรธาราม ยังงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ แต่บริโภคมังสวิรัติวันละมื้อเดียว เพื่อละเว้นการเบียดเบียนสัตว์ พร้อมกับยกตัวอย่างว่า

“หากใครกินกุ้งเต้น วันหนึ่งก็อาจจะต้องประสบเคราะห์กรรมเหมือนกุ้ง คือไปเต้นในซานติก้าผับ”

   

เรื่อง - ภาพ... “ขวัญดาว จิตรพนา”
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ศูนย์ข่าวเชียงใหม่

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ประวัติและคำสอนของภิกษุณีนันทญาณี
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=16329

ดับทุกข์-ทุกข์ดับ ที่...“อารามแห่งความดับทุกข์”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=21468


แหล่งที่มา http://www.dhammajak.net

เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism   พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
  ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4 ( เด็กเมืองเหนือ )  
 
สำนักนี้หนูเคยไปเข้าค่ายมาก่อนทำให้หนูมีความสุขมากกับพระธรรมที่ได้ศึกษาแม้จะช่วงเวลาที่สั้นๆ ตอนนี้ก็อยากจะไปปฎิบัติธรรมที่นั้นเพราะหนูเบื่อชีวิต สังคม โลก ภายนอกที่วุ้นวาย
วันที่ 28 มิ.ย. 2553
ความคิดเห็นที่ 3 ( สุพัตรา )  
 
ขออนุโมทนาสาธุเจ้าค่ะ
วันที่ 1 มิ.ย. 2553
ความคิดเห็นที่ 2 ( ถิร นาทอง 0818851296 )  
 
ใช่เลย! "หลงเพลิดเพลิน เหตุเกิดทุกข์ ดับเพลิดเพลิน ดับทุกข์ใจ" หน่วยงานจัดให้ผมมาเข้าค่ายจรรยาบรรณที่นิโรธาราม 3 วัน เมื่อ มี.ค.47 ผมประทับใจใน 12 คำข้างต้นมาก คิดว่าคงเลิกเหล้าได้ก็คราวนี้แหละ เพราะ "หลงเพลิดเพลิน" มาตั้งแต่อายุ 18 ปัจจุบัน 51 เลิกเหล้าได้ตอนนั้นอายุ 44 แต่ที่ทำให้ยั่งยืนมาตลอดก็ต้องบวกอีก 2 คำ คือ "ฝึกฝน" ต้องเตือนตนอยูเสมอว่าเมื่อเรา "หลง" ไปแล้วเราต้อง "ฝึกฝน" ไม่ให้ "หลง" ตามที่ท่านอาจารย์รุ้งเดือน สั่งสอน ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลิกเหล้าอย่างเข้มข้นจริงจัง แล้วสิ่งดี ๆ ก็ตามเข้ามาในชีวิตอย่างมากมายอย่างคาดไม่ถึง ผมขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์ หมู่คณะภิกษุณี แม่ชี และบุคลากรทุกท่าน ในปี 53 นี้ผมก็เพิ่งกลับจากเข้าค่ายวันวิสาขบูชามา ยิ่งเข้าค่ายบ่อย ก็ยิ่งมีความเจริญมีปัญญาในการดำรงชีวิตมากยิ่งขึ้น
วันที่ 1 มิ.ย. 2553
ความคิดเห็นที่ 1 ( wronzaraew@msn.com )  
 
สาธุ..กราบนมัสการท่านภิษุณี,ท่านสามเณรรี,ท่านแม่ชีเจ้าค่ะ
ได้มีโอกาศได้ไปเข้าค่ายรู้สึกประทับใจมากค่ะคิดว่าโชคดีมากที่ไปฟังธรรมจากท่านภิษุณี ชีวิตเหมือนได้เกิดใหม่ค่ะ ปัจจุบัน ฝึกทำตัวเหมือนอยุ่อยุ่นิโรค่ะ คำสอนของพระภาคเจ้า สุดยอดเลยค่ะ นี่พึ่งกลับจากค่ายส่งท้ายมาค่ะยิ่งได้ฟังธรรมจากท่านภิษุณี การใช้ชีวิตมีความสูขกว่าเมื่อก่อนมากค่ะสุขอย่างไม่ต้องลงทุน.สาธุ
วันที่ 30 พ.ย. 542
   
 ระดับปฐมวัย
 ระดับประถมและมัธยมศึกษา