พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
Log in | วันอาทิตย์ที่ 20 ม.ค. 2562 | 22:43 น.
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
ศาสนพิธี 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
 

SHARE

 

พิธีบรรพชาอุปสมบท

โพส : วันที่ 4 ก.ย. 2552 เวลา : 16:22 น.
โหวต : | เข้าชม : 4,170
 

ศัพท์ว่า "บวช" มาจากศัพท์บาลีว่า “ปัพพัชชา” (ซึ่งมาจาก ป + วัช + ธาตุ) หมายความว่า ออก หรือเว้นจากความพันพัวกับการครองเรือน ตลอดไปถึงจากความประพฤติชั่ว ได้แก่การหลีกออกจากบ้านเรือนไปหาที่สงัด ที่ไกลจากบ้านเรือน เช่น ในป่า ทำที่พักพออาศัยอยู่ได้ เช่น บรรณศาลา (ทับใบไม้) เพื่อทำความสงบระงับชั่วคราวบ้าง ตลอดไปบ้าง เขาถือกันว่าเป็นการประกอบการกุศลหรือบุญอย่างสูง มีมาก่อนแต่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้นาน

ชาวพุทธเรานิยมบรรพชาอุปสมบทกันเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี จัดเป็นการฝึกประพฤติพรมจรรย์ที่ได้ผลดียิ่งวิธีหนึ่ง จึงควรที่พวกเราจะได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับการบวชไว้บ้าง ดังนี้
       ๑.อายุขณะบวช เยาวชนชายถ้ามีเวลา ควรหาโอกาสบรรพชาเป็นสามเณรกันสักช่วงหนึ่ง ระหว่างอายุ ๑๕-๒๐ ปี เพราะช่วงนี้ภาระยังน้อย ยังไม่ค่อยมีกังวล จะมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมเร็ว หรือไม่เช่นนั้นก็ควรหาเวลาที่เหมาะสมบวชเป็นพระเมื่ออายุ ๒๐-๒๕ ปี หรือเวลาอื่นที่สะดวก แต่ไม่ควรอายุมากเกินไป เพราะสังขารจะไม่อำนวย จะลุกจะนั่งจะฝึกสมาธิก็ไม่สะดวก ยิ่งกว่านั่นเมื่อมีอายุมากแล้วมักจะมีทิฏฐิ ว่ายากสอนยาก เหมือนไม้แก่ดัดยาก
       ๒.ระยะเวลาที่จะบวช อาจบวชในช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน หรือบวชภาคฤดูร้อน ๑-๒ เดือน บวชในเวลาที่ลางานได้ หรือบวชตลอดชีวิตก็ได้ แต่ควรบวชนานกว่า ๑ เดือน จะได้มีเวลาศึกษาพระธรรมวินัยพอสมควร
       ๓.การเลือกสำนักบวช ข้อนี้สำคัญมาก การบวชจะได้ผลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสำนักบวชนี่เอง การเลือกจงเลือกสำนักที่มีการกวดขันการประพฤติธรรมและกวดขันพระวินัย สำนักที่ดีพระอุปัชฌาย์อาจารย์จะมีการอบรมสั่งสอนพระใหม่อย่างใกล้ชิด มีการให้โอวาทเคี่ยวเข็นให้ปฏิบัติธรรมจนไม่มีเวลาไปฟุ้งซ่านเรืองอื่นอย่างนี้ดี ส่วนสำนักไหนปล่อยปะละเลย บวชแล้วไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้อยู่ตามสบาย บางทีตั้งแต่บวชจนสึก พระใหม่ไม่ได้สนทนาธรรมกับพระอุปัชฌาอาจารย์เลย อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ป่วยการบวช ที่เราบวชก็มุ่งจะฝากตัวให้ท่านอบรม แต่ถ้าท่านไม่เอาใจใส่เราบวชแล้วก็จะได้กุศลไม่เต็มที่
       ๔.การรักษาวิน้ย ต้องคิดไว้เสมอว่า เราจะเป็นพระได้เพราะวินัย ถ้าถอดวินัยออกจากตัวเสียแล้วแม้จะโกนผมนุ่งผ้าเหลืองก็ไม่ใช่พระ นอกจะไม่ใช่พระแล้ว ชาวพุทธยังถือว่าผู้นั้นเป็นโจรปล้นศาสนาอีกด้วย เพราะฉะนั้นต้องศึกษาพระวินัยและรักษาโดยเคร่งครัด ไม่อย่างนั้นศึกออกมาแล้วจะเสียใจจนตายว่าบวชเสียผ้าเหลืองเปล่าๆ
       ๕.การปฏิบัติธรรม ควรใช้เวลาทั้งหมดในการศึกษาพระธรรมวินัยและทำสมาธิ ศึกษาธรรมะ งดคุยเฮฮาไร้สาระ
       ๖.การสงเคราะห์สังคม พระบวช ๓ เดือน ควรเน้นประโยชน์ตน คือ การประพฤติปฏิธรรมเป็นหลัก และก็หาเวลาช่วยเหลืองานหมู่คณะด้วย แต่ต้องไม่ให้เสียการปฏิบัติธรรม ถ้าจะสงเคราะห์ญาติโยม ก็ขอให้ตั้งใจปฏิบัติตัวให้ดี บิณฑบาตรก็ให้เป็นระเบียบ จะเดินจะเหินมีกิริยาสำรวมเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา ให้ญาติโยมเขาได้เห็นเป็นตัวอย่างในการมีวินัยและสำรวมตน


การเตรียมการ
       ๑. บริขาร ๘  ได้แก่ ผ้าจีวร, ผ้าสังฆาฏิ , ผ้าจีวร, บาตรพร้อมด้วยถลกบาตร (ถุงบาตร) , มีดโกน , เข็มเย็บผ้าพร้อมด้าย , ประคตเอว , กระบอกกรองน้ำ ( ธรรมกรก )
       ๒. เครื่องบริวาร  ได้แก่เครื่องใช้ส่วนตัวอื่นๆ จะมีมากน้อยเพียงไรสุดแต่ความจำเป็นของแต่ละคนเช่น เสื่อ ที่นอน (ไร้นุ่น) หมอน มุ้ง ผ้าห่มนอน ผ้าสบง และผ้าจีวร (เอาไว้ผลัดเปลี่ยน) รองเท้า ( ชนิดคีบไม่หุ้มส้น ) ร่มกันแดดกันฝน ผ้าเช็ดตัว สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เป็นต้น
       ๓. ไทยธรรม สำหรับถวายพระอุปัชฌาย์
       ๔. เครื่องสักกาะ ( ธูปเทียนแพและดอกไม้กระทง)
       ๕. เครื่องสักการะขอนิสัยจากพระอุปัชฌาย์ ( ธูปเทียนแพและดอกไม้กระทง)
       ๖. ผ้าไตร ( มีหรือไม่มีก็ได้ )
       ๗. ซองใส่ปัจจัยหรือใบปวารณา


ไทยธรรมถวายพระคู่สวด ประกอบด้วย
       ๑. ผ้าไตร (มีหรือไม่มีก็ได้)
       ๒. เครื่องสักการะ ( ดอกไม้ธูปเทียน ๒ ชุด สำหรับขอศีลและถวายท่าน)
       ๓. เครื่องไทยธรรม ๒ ชุด
       ๔. ซองปัจจัยหรือซองใบปวารณา

 ไทยธรรมถวายพระอันดับ ประกอบด้วย
       ๑. เครื่องไทยธรรม
       ๒. ดอกไม้ธูปเทียน
       ๓. ซองปัจจัยหรือซองใบปวารณา (ทั้งหมดนี้จัดตามจำนวนพระอันดับ)

 เครื่องประกอบ
       ๑. ผ้านุ่งนาค
       ๒. พานแว่นฟ้าวางผ้าไตร
       ๓. ตาลปัตร
       ๔. ย่าม
       ๕. ดอกไม้คลุมไตร
       ๖. เหรียญบาทโปรยทาน ( พอสมควร )
       ๗. ดอกบัว ๓ ดอก พร้อมธูป ๓ ดอก เทียน ๒ เล่ม ( สำหรับนาค )

 การปฏิบัติ ( กรณีนี้เป็นการอุปสมบทนาคหมู่ของข้าราชการกองทัพอากาศ )
       ๑. พิธีโกนผมนาค
       ๒. พิธีมอบผ้าไตรนาค ( บิดามารดาเป็นผู้มอบ )
       ๓. พิธีแห่นาครอบอุโบสถ
       ๔. พิธีวันทาเสมา

พิธีอุปสมบท โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
       ๑. ประธาน ฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กราบ ๓ ครั้ง ( ถ้าสถานที่ไม่อำนวย ประธานสงฆ์เป็นผู้จุด )
       ๒. อศจ.( อนุศาสนาจารย์ ) อาราธนาศีล - รับศีล
       ๓. ประธาน ฯ ทำพิธีมอบผ้าไตรแก่นาค ประมาณไม่เกิน ๕ คน พอเป็นพิธี
       ๔. ประธาน ฯ ประเคนเครื่องไทยธรรม และผ้าไตร แก่พระอุปัชฌาย์
       ๕. ผู้ใหญ่ ประเคนเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแก่พระคู่สวด
       ๖. พระสงฆ์  อนุโมทนา
       ๗. ประธานฯ กรวดน้ำ ( เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้แล้ว ประธานจะอยู่ร่วมพิธีหรือกลับก่อนก็ได้ )
       ๘. พระสงฆ์ ดำเนินพิธีกรรมอุปสมบทต่อไปจนกว่าจะเสร็จ

การปฏิบัติ ( พิธีอุปสมบทกรรมทั่ว ๆไป )
       ๑. โกนผมนาค
       ๒. แห่นาครอบพระอุโบสถ
       ๓. วันทาเสมา
       ๔. นำนาคเข้าอุโบสถ
       ๕. นาคนั่งคุกเข่า กราบพระ ๓ ครั้ง
       ๖. ได้เวลาอันสมควร นาครับผ้าไตรจากบิดามารดา ( หันหน้าไปทางบิดามารดา คุกเข่า กราบ ๓ ครั้ง แล้วยื่นมือไปรับผ้าไตรจากบิดามารดา )
       ๗. นาคอุ้มผ้าไตร ถือเครื่องสักการะเดินเข้าเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์
       ๘. พระอุปัชฌาย์ดำเนินกรรมวิธีของท่านเสร็จแล้ว
       ๙. นาคออกไปด้านหลังอุโบสถหรือพระอุโบสถ เปลี่ยนเสื้อผ้านุ่งห่มสบงจีวร
       ๑๐. บิดามารดามอบตาลปัตรแก่นาค
       ๑๑. นาคประเคนตาลปัตรและเครื่องสักการะแก่พระคู่สวดเพื่อขอศีล
       ๑๒. บิดามารดาประเคนตาลปัตรแก่สามเณร ๆ อุ้มประคองบาตรเดินเข่าเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์
       ๑๓. พระอุปัชฌาย์ และพระคู่สวดดำเนินพิธีอุปสมบทกรรมจนเสร็จ
       ๑๔. ประเคนเครื่องไทยธรรมแก่พระอุปัชฌาย์ พระคู่สวด และพระอันดับ
       ๑๕. พระสงฆ์อนุโมทนา
       ๑๖. พระใหม่และเจ้าภาพ กรวดน้ำ - รับพร

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก www.dhammathai.org

 
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism   พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
  ความคิดเห็น
-- ไม่มีความคิดเห็น --