พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
Log in | วันพฤหัสบดีที่ 24 ต.ค. 2562 | 3:42 น.
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
หน้าหลัก > ความรู้คู่คุณธรรม > บทความธรรมะ > เพราะชีวิตนี้ ในสุขมีทุกข์ ในทุกข์มีสุข โดยพระไพศาล วิสาโล
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
บทความธรรมะ 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
 

SHARE

 

เพราะชีวิตนี้ ในสุขมีทุกข์ ในทุกข์มีสุข โดยพระไพศาล วิสาโล

โพส : วันที่ 21 มี.ค. 2559 เวลา : 19:50 น.
โหวต : | เข้าชม : 1,671
 

 

ที่มา : เฟซบุ๊ก เส้นทางสายไหม The Silk Road

 

ในสุขมีทุกข์ ในทุกข์มีสุข 
โดย พระไพศาล วิสาโล

 

สมัยหนึ่งเชื่อกันว่า วิชาคณิตศาสตร์สามารถเป็นกุญแจไขปริศนาจักรวาลได้
กระทั่งเวลานี้หลายคนก็ยังมั่นใจว่า อีกไม่นานคณิตศาสตร์ชั้นสูงจะช่วยให้เรา
ทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าหรืพยากรณ์อากาศได้แม่นยำขึ้น
กระนั้นก็ตาม ไม่เคยมีคณิตศาสตร์ชั้นยอดคนใดที่กล้าบอกเต็มปากว่าตนเองเข้าใจชีวิตแล้ว
ทั้งนี้ก็เพราะชีวิตเป็นเรื่องของความไม่ลงตัว ไม่มีเส้นแบ่งแน่ชัดชนิดที่จะบอกเป็นดำเป็นขาวได้

ดูอย่างเรื่องสุขทุกข์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตของทุกผู้คน 
บ่อยครั้งความสุขกับความทุกข์ก็แยกจากกันได้ยาก 

ลองนึกถึงอาหารจานเด็ดที่อยากกินมากที่สุดในตอนนี้
ประทีปอาจนึกถึงหูฉลามน้ำแดงถ้วยใหญ่ขึ้นมาทันที
ส่วนศรัญญาออกจะสมถะกว่า คิดถึงไก่ย่างส้มตำ

เราคงนึกออกว่าทั้งสองคนจะมีความอิ่มเอมเปรมใจเพียงใด หากได้ลิ้มรสอาหารดังกล่าว
ถ้าทั้งประทีปและศรัญญาได้กินอย่างนี้บ่อย ๆ เราเห็นจะต้องอิจฉา 

แต่ลองจินตนาการต่อไปว่า 
ทั้งสองคนได้กินแต่หูฉลามน้ำแดงและไก่ย่างส้มตำไปทั้งปี ทั้งชาติ
ไม่ได้ลิ้มรสอาหารอย่างอื่นเลย คราวนี้เรายังอยากเป็นอย่างทั้งสองคนหรือไม่ 

หูฉลามน้ำแดงและไก่ย่างส้มตำ ให้ความเอร็ดอร่อยแก่เราก็จริงอยู่
แต่หากได้กินวันแล้ววันเล่าอยู่นั่นแหละ

เราจะพบวาความเอร็ดอร่อยค่อยๆ จางคลาย ความเฉยๆ เข้ามาแทนที่
แล้วในที่สุดก็กลายเป็นความเบื่อ อาหารก็อย่างเดิม รสชาติไม่ได้แปรเปลี่ยนเลย
แต่ความรู้สึกของเราต่างหากที่แปรเปลี่ยนจากความสุขกลับกลายเป็นความทุกข์

จะว่าไปแล้ว ความทุกข์นั้นไม่ได้มาจากไหนหรอก
มันแฝงตัวอยู่ในความสุขนั้นเอง พอเวลาผ่านไป มันก็ค่อยๆ แสดงตัว
จนกลบทับความสุข แล้วความเอร็ดอร่อยก็เลยกลายเป็นความเบื่อไป

 

ความสุขจากเสื้อตัวใหม่ ความพอใจจากคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
และความรู้สึกโก้เก๋จากรถยนต์คันใหม่ ก็ไม่วายที่จะจืดจางไปในทำนองเดียวกัน
แล้วความอยากได้ของใหม่ก็เข้ามารบกวนจิตใจอีก
ระหว่างที่ยังไม่ได้ก็ทุกข์เพราะไม่สมอยาก กว่าจะได้มาก็ต้องยอมเหนื่อยยาก 
ดิ้นรนหาเงินมาซื้อมัน ต่อเมื่อได้มาถึงจะมีความสุข 
แล้วก็กลับทุกข์อีกเพราะเบื่อเสียแล้ว ยังไม่นับความทุกข์ที่คอยห่วงกังวลหรือดูแลรักษามัน

แม้กระทั่งความปลื้มอกปลื้มใจจากความสำเร็จก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
บางครั้งไม่เพียงแต่ความภูมิใจจะกลายเป้นความรู้สึกเฉยๆ เท่านั้น

แม้กระทั่งความสำเร็จที่ทำให้เรา “ยืดอก” ก็อาจหลุดลอกหรือผุกร่อน
จนความล้มเหลวผุดออกมาให้เห็น

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจนกล้าขยายกิจการย่างรวดเร็วโดยไม่มีปัญหาเครดิตแต่อย่างใด
วันดีคืนดีก็พบว่าตนเองเป็นหนี้เป็นสินนับพันล้าน 
กิจการล้มละลายต่อหน้าต่อตา จนต้องฆ่าตัวตาย

“ความสำเร็จคือความล้มเหลวที่ยังไม่ปรากฏ” ใครบางคนเคยพูดไว้
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในความสำเร็จนั้น มีเมล็ดพันธุ์แห่งความล้มเหลวฝังตัวแฝงอยู่ด้วยเสมอ

ฟังอย่างนี้แล้ว บางคนอาจรู้สึกหดหู่ท้อแท้ขึ้นมา
สู้อุตส่าห์ทรมาทรกรรมในกรุงเทพฯ ทำศึกสงครามบนท้องถนน
และในที่ทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำทั้งอาทิตย์ 
เพียงเพื่อหวังว่าความสุขจากการช็อปปิ้งและได้ชิมอาหารอร่อยๆ สักมื้อในวันหยุด
จะช่วยชโลมจิตใจให้สดชื่นเพื่อจะได้มีแรงสู้ต่อไปอีกห้าวัน 
แต่แล้วก็มีคนมาบอกว่า ความสุขพวกนี้
มันเป็นน้ำตาลเคลือบบอระเพ็ด(หรือฟ้าทะลายโจร)ทั้งนั้น
ถ้าอย่างนั้นจะหวังอะไรจากชีวิตนี้อีก

ชีวิตนี้ไม่ถึงกับขมขื่นขนาดนั้นหรอก
อย่างน้อยบอระเพ็ดหรือฟ้าทะลายโจรก็ไม่ขมถึงกับกินไม่ลง 

และที่สำคัญ ชีวิตก็ไม่ได้เปรียบกับบอระเพ็ดหรือฟ้าทะลายโจรเสมอไป

 

ในมหานครที่เบียดเสียดด้วยผู้คน แปดเปื้อนด้วยมลภาวะและอาชญากรรม
จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ไม่น่ารักติดอันดับโลกอย่างกรุงเทพฯของเรานี้
ก็ยังมีตรอกซอกซอยที่สงบและเปี่ยมด้วยน้ำใจ 
ตะไคร่น้ำเขียวสดบนกำแพงข้างทางก็ยังน่าชื่นชม 
หากสังเกตจะพบว่ามีหลายมุมในกรุงเทพฯ 
ที่อาทิตย์ยามอัสดงให้ความรู้สึกงดงามประทับแน่นในจิตใจ

ในสิ่งที่เราอยากเบือนหน้าหนีนั้น มักมีความงามฝังตัวอยู่ 
อย่างที่บางคนกล่าวว่า ในขยะมีเพชรพลอย
แต่ความงามหรือเพชรพลอยที่ว่านั้นมีหลายรูปลักษณ์ 
สุดแท้แต่ว่าใครจะมองหรือมองจากมุมใด

มะระนั้นทั้งๆ ที่ขม แต่ก็มีความเอร็ดอร่อยสำหรับหลายคน
ยิ่งคนที่เห็นคุณประโยชน์ของความขมว่าบำรุงสุขภาพเพียงใด ก็ยิ่งชอบแกงมะระมากเพียงนั้น

ในความขมนั้นมีความอร่อยฉันใด ในความทุกข์นั้นก็มีความสุขฝังตัวอยู่ฉันนั้น

คนจำนวนไม่น้อยมีความสุขจากความยากลำบาก
ไม่ใช่แค่ความลำบากที่เป็นเกมกีฬา อย่างการปีนเขา เดินป่าเท่านั้น
หากรวมถึงความลำบากจากอุปสรรคในชีวิตประจำวัน 
ทั้งนี้เพราะเขาเห็นว่าเป็นการฝึกตนให้แข็งแกร่ง ทั้งในทางร่างกายและจิตใจ


ทำนองเดียวกับพระธุดงค์ที่นิยมจาริกไปในที่กันดารยากลำบากและเสี่ยงภัย
ด้วยท่านเห็นอานิสงส์ของการขัดเกลาจิตไม่ให้ลงร่อง
ครูบาอาจารย์หลายท่านประจักษ์แก่ใจว่า
ในยามที่เสือมาป้วนเปี้ยนหน้ากลดอย่างน่ากลัวนั้นแหละ
ที่จิตได้รวมเป็นหนึ่งอย่างสงบนิ่งน่าอัศจรรย์


ความลำบากหลายอย่าง เป็นเพียงทัศนะหรือความรู้สึกของคนภายนอกเท่านั้น
แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกสบาย 

การไม่มีตู้เย็น โทรศัพท์ โทรทัศน์ รถยนต์ หรือแม้แต่ไฟฟ้า
กลายเป็นเรื่องลำบากของคนยุคโลกาภิวัตน์ไปแล้ว

 

แต่ยังมีคนอีกมากที่มีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายเช่นนั้น 
การเดินไปทำงานเป็นความสุขเพราะได้พบปะผู้คน 
และสังเกตชีวิตความเป็นอยู่สองข้างทางไปพร้อมกัน 
การไม่มีโทรศัพท์แทนที่จะเพิ่มความยุ่งยากให้แก่ชีวิต
กลับทำให้ชีวิต “ง่าย” ขึ้น เพราะมีเวลาเป็นของตัวเองมากกว่าเดิม

ความทุกข์ข้างต้นจะเรียกว่าเป็นความทุกข์ที่พึงปรารถนาก็ได้
อย่างน้อยก็ในสายตาของผู้ที่เลือกเข้าไปประสบสัมผัสกับมัน

แต่ถ้าเป็นความทุกข์ทีไม่พึงปรารถนาชนิดที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด
หรือทุกขเวทนาแรงกล้าล่ะ จะยังมีความสุขได้อีกหรือ ?

ไม่มีใครอยากอกหักหรือถูกแฟนทิ้ง แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่พ้นจริงๆ 
สิ่งที่ควรทำนอกเหนือจากการปลอบตัวเองว่า “อกหักดีกว่ารักไม่เป็น” 
ก็คือลองมองดูว่า ความทุกข์และความผิดหวังนั้นสอนอะไรเราบ้าง 
เป็นการง่ายที่จะโทษคนอื่นหรือไม่ก็ประชดตัวเอง 
แต่ถ้ามองอย่างใจเป็นกลางเราอาจรู้จักตนเองและธรรมชาติของจิตใจเราดีขึ้นก็ได้

ความพลัดพรากแม้จะเป็นความทุกข์ แต่การติดยึดของเราต่างหากที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ยิ่งกว่า
ถ่านแดงๆ นั้นร้อนแน่ แต่ที่เราเจ็บปวดก็เพราะไปกำมันไว้ไม่ใช่หรือ

ใช่แต่เท่านั้น มองในอีกแง่หนึ่ง เราอาจพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว
เปิด “โอกาส” ใหม่ ๆ ให้แก่เราอย่างที่ไม่เคยนึกมาก่อน 
เช่น โอกาสที่จะเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง 
หรือโอกาสที่จะได้ซาบซึ้งในความเอื้อเฟื้อของเพื่อนที่เห็นใจเรา
โอกาสอันทรงคุณค่าเหล่านี้แหละที่ให้ความสุขใจแก่เราอยู่ลึกๆ

ความทุกข์นั้นให้ความสุขแก่เราได้ หากรู้จักค้นหา
นักปฏิบัติธรรมสามารถเข้าถึงความสุขจากสมาธิภาวนาได้
ส่วนใหญ่ก็เพราะอาศัยความเครียดจากการปฏิบัติผิดวิธีเป็นครู

 

เช่นเดียวกัน ความเจ็บป่วยบ่อยครั้งก็เป็นสัญญาณพาไปสู่
การดำเนินชีวิตที่เกื้อกูลและผ่อนคลาย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะรู้จักแง่มุมในการมอง

ท่ามกลางอากาศที่หนาวยะเยือกนั้น ใช่ว่าทุกอณูจะถูกความหนาวเกาะกุมไปเสียหมด 
ยังมีบางซอกมุมที่อบอุ่น
ดังนั้นแทนที่จะส่งใจรับรู้ลมหนาวที่กระทบใบหน้า จะไม่ดีกว่าหรือ
หากเราน้อมใจมาจดจ่อร่างกาย ตรงส่วนที่อบอุ่นที่สุดภายใต้เสื้อผ้าที่ปกปิดแน่นหนา

บางครั้งความทุกข์ก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะสุกงอมเป็นความสุข

เมื่อหวนนึกถึงความหลัง คงมีหลายครั้งที่เรายิ้มอยู่คนเดียวในยามนั้น
เราอาจไม่ได้นึกถึงช่วงสนุกสุขสันต์กับเพื่อนฝูง
หรือวันที่เราได้เดินเที่ยวเก็บหอยตามชายหาดกับคนที่เรารัก
แต่เรายิ้มเพราะนึกถึงวันคืนอันทุกข์ทรมานขณะเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ยิ้มเพราะนึกถึงความยากลำบากครั้งเป็นน้องใหม่ในค่ายอาสาพัฒนา
มีเหตุการณ์อันชวนว้าเหว่ ท้อแท้ เจ็บปวด
อีกมากมายในอดีตที่บัดนี้ได้กลายเป็นประสบการณ์น่าจดจำ ที่ให้ความรู้สึกแก่เรา

เวลาอาจผันผ่านไปแรมปีหรือสิบปี แต่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนในที่สุดเราก็ตระหนักว่า
มีเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขฝังตัวอยู่ในความทุกข์นั้น 
บัดนี้ความสุขได้ผลิดอกออกผลให้เราชื่นชมแล้ว

 

มีความทุกข์บางอย่างเรามองเท่าไรก็หาความสุขหรือข้อดีไม่พบ
ไม่ต่างจากเฉาก๊วยที่คั้นเท่าไร ก็ไม่มีน้ำกะทิออกมาแม้แต่หยดเดียว
แต่ถ้าจะว่ากันอย่างถึงที่สุดแล้ว วิธีหลุดรอดจากความทุกข์ดังกล่าวก็มิได้อยู่ที่ไหน
หากอยู่ในความทุกข์นั้นเองแหละ ลองใคร่ครวญความเจ็บปวดเพราะอกหักให้ดีเถิด
จะพบว่าต้นตออยู่ในความเจ็บปวดนั้นเอง
เราทุกข์เพราะความคาดหวังของเราเอง และความทุกข์นั้นไม่ยอมจากไปสักที
เพราะเราปล่อยจิตให้จมปลักอยู่กับความผิดหวังในอดีต
แต่ถ้าเห็นต้นตอของปัญหาว่าอยู่ตรงนี้ ทางออกก็อยู่ตรงนี้เช่นกัน

ท่านอาจารย์พุทธทาสพูดอยู่เสมอว่า หานิพพานได้ในกองทุกข์ 
เรา ๆ ท่าน ๆ อาจสนใจความสุขมากกว่านิพพาน 
กระนั้นความสุขก็หาได้ในความทุกข์นั่นเอง

ความสุขมักเล็ดรอดหลุดมือเราไป กลายเป็นความทุกข์มาแทนที่ 
ก็เพราะเราไม่รู้จักทั้งสองอย่างนี้ดีพอ เรามักขีดเส้นแบ่งชัดเจนเกินไปว่านี้สุข นี้ทุกข์

แต่สุขทุกข์นั้นแปรผันกลับไปกลับมาอยู่เสมอ การรู้เท่าทันมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ
เวลาสุขก็อย่าเพลิดเพลินจนลืมตัว ทำใจให้พร้อมเสมอว่า มันจะกลายเป็นทุกข์เมื่อไรก็ไม่รู้
ถึงคราวทุกข์ ก็อย่าเอาแต่คร่ำครวญ
พยายามตั้งตัวและขบคิดให้ได้ว่า “ขุนทรัพย์” นั้นอยู่ตรงไหน

จะว่าไปเคล็ดลับของชีวิตก็มีเพียงแค่สองคือ
“เห็นทุกข์ในสุข และเห็นสุขในทุกข์”

 

 

*คัดจากหนังสือ"พรแห่งชีวิต":สุขใจในนาคร#๒ 
พิมพ์โดย สำนักพิมพ์ มูลนิธิสุขภาพไทย (ครั้งที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๑)


 

 

 

 

 
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism   พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
  ความคิดเห็น
-- ไม่มีความคิดเห็น --