พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
Log in | วันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. 2562 | 1:17 น.
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
หน้าหลัก > ความรู้คู่คุณธรรม > วันสำคัญต่าง ๆ > ความสำคัญใน วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
วันสำคัญต่าง ๆ 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
 

SHARE

 

ความสำคัญใน วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา

โพส : วันที่ 16 ก.ค. 2556 เวลา : 15:31 น.
โหวต : | เข้าชม : 54,540
 

วันอาสาฬหบูชา 


         วันอาสาฬหบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ หรือ เดือน 8 เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนา คือ ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตรเป็นผลให้เกิดมีพระสาวกรูปแรกขึ้นในพระพุทธศาสนาจึงถือได้ว่าเป็นวันแรกที่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบเป็นองค์พระรัตนตรัย  
 

วันอาสาฬหบูชา สำคัญอย่างไร ? 

         เป็นวันสำคัญที่มีผลต่อการสืบทอดพระพุทธศาสนาถึงปัจจุบัน เพราะไม่ง่ายที่จะเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้พร้อมกันในวันเดียว เหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ได้แก่ 

-----> "ปฐมเทศนา" เป็นวันแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา 

-----> "วันพระธรรม" เป็นวันแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันได้แก่ มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลาง และอริยสัจ 4 : ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

-----> "วันพระสงฆ์" เป็นวันแรกที่พระสงฆ์สาวกเกิดขึ้นในโลก คือ ฤาษีโกณฑัญญะ ซึ่งฟังธรรมจนเกิดดวงตาเห็นธรรม และบวชเป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา

-----> "ครบองค์พระรัตนตรัย" เป็นวันแรกที่มีองค์พระรัตนตรัย อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกิดขึ้นครบเป็นครั้งแรกในโลก

 

ธรรมะในวันอาสาฬหบูชา

           ในการแสดงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้าทรงแสดงหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการคือ

มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง
           เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ

             1. การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่า เป็นการหลงเพลิดเพลินหมกหมุ่นในกามสุข หรือ กามสุขัลลิกานุโยค

            2. การสร้างความลำบากแก่ตนดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น การดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

          ดังนั้นเพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่

1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง
2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

อริยสัจ 4
แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่

1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้องยอมรับรู้กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด

2. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ

3. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา

4. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห้งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้น


           เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงเทศนาเป็นกัณฑ์แรก จึงเรียกเทศฯกัณฑ์นี้ว่า “ปฐมเทศนา”

           ขณะที่ทรงแสดงธรรมอยู่นั้น ท่านโกณฑัญญะ หรือ อัญญาโกณฑัญญะ หัวหน้าคณะปัญจวัคคีย์มีความเข้าใจในหลักสัจธรรมของพระองค์ นับเป็น “ปฐมสาวก” ของพระพุทธเจ้า
             หลังจากนั้นพระอัญญาโกณฑัญญะทูลขออุปสมบท ซึ่งพระพุทธองค์ประทานอนุญาต ด้วย “เอหิภิกขุ อุปสัมปทา” นับเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระศาสนาที่บวชตามพระพุทธองค์

 

วันเข้าพรรษา 

          หลังวันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง คือวันเข้าพรรษา ความสำคัญคือ เป็นวันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดช่วงฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะ เวลา ๓ เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น 

            เป็นโอกาสดีที่ชาวพุทธจะถวายถวายผ้าอาบน้ำฝน ทำทาน ถือศีล ภาวนา รวมถึงมุ่งมั่นทำดีแบบเข้มข้น เลือกทำดีที่ทำได้ทุกวันอย่างต่อเนื่องเพื่อขัดเกลากิเลสตนเอง ตลอดช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน 


           นอกจากนี้ ยังมีประเพณีสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ ประเพณีหล่อเทียนพรรษา การหล่อเทียนพรรษาถือว่าเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณกาล ตามแนวคิดที่ว่าพระภิกษุจะต้องสวดมนต์ทำวัตรเช้า – เย็น ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องจุดธูป – เทียน บูชาพระรัตนตรัย พุทธศาสนิกชนจึงได้พร้อมใจกันหล่อเทียนพรรษา เพื่อให้สำหรับจุดบุชาพระ บางคนยังมีความเชื่อว่าการหล่อเทียนพรรษานั้นเป็นการให้ทานด้วยแสงสว่าง  
 

กิจกรรมสำหรับพุทธศาสนิกชน 
ในช่วงวันสำคัญนี้ พุทธศาสนิกชนจะ
ร่วมบำเพ็ญความดี ลด ละ เลิกอบายมุขเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาพาครอบครัวเข้าวัด ร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัวกัน ได้แก่

● ทำบุญตักบาตร                            ● ไปวัดปฏิบัติธรรม

● สมาทานศีลรักษาศีล                     ● ฟังเทศน์สนทนาธรรม

● ทำวัตรสวดมนต์เจริญจิตภาวนา        ● ถวายภัตตาหารเช้า-เพล

● ถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน  ● บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ

                       ● ประกอบพิธีเวียนเทียน

 
 

ปี พ.ศ. 2551 รัฐบาลได้ประกาศกำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” ของทุกปี เป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ”ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยให้เริ่มต้นใช้บังคับในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 (วันเข้าพรรษาของปีนั้น) 

ปีถัดมา พ.ศ. 2552 รัฐบาลยังได้ประกาศกำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” เป็น วันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป
 

ทั้งนี้ เพื่อรณรงค์ให้ชาวไทยร่วมกันตั้งสัจจะอธิษฐานรักษาศีล 5 งด-ลด-ละ-เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันเข้าพรรษา และในช่วงตลอด 3 เดือนระหว่างฤดูเข้าพรรษา อันจะเป็นพื้นฐานในการที่จะเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดไป เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีให้แก่สังคมไทย 

 

แหล่งที่มา :   http://www.dhammajak.net, www.dra.go.th  www.onab.go.th http://www.dhammathai.org/day/asarahabucha.php

 
คะแนนโหวต :
ชื่นชอบเนื้อหานี้
 
 
พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism   พระพุทธศาสนา พุทธศาสนา พระพุทธเจ้า buddha buuddhism
  ความคิดเห็น
-- ไม่มีความคิดเห็น --