Guest | วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 | 06.47 น.
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
35 เรื่องราวจากทีมงานทรูปลูกปัญญา
Blog Update
10 เรื่องราวล่าสุดจากเพื่อนของฉัน
ไม่มีรายการ Blog Update ของเพื่อนคุณ
ข้อความ :
 
: เราไม่มีเพื่อน และอยากเรียน
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 11 วันที่แล้ว : Comment
: ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้
ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้ศึกษา นายมนตรี แก้วสำโรง
ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2560

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนเวียงสะอาดพิทยาคม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 32 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ (1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 8 ชุด (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โมเมนตัมและการชน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และ (3) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 วิเคราะห์ผลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบสถิติ t-test แบบไม่อิสระจากกัน (Dependent Samples t-test)

สรุปผลการศึกษา ดังนี้
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.38/82.19 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
2. นักเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของหลังเรียนเมื่อเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจหลังจากการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ เรื่อง โมเมนตัมและการชน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับกลวิธี STAR สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยรวมอยู่ในระดับมาก
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 13 วันที่แล้ว : Comment
: พาล
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว : Comment
: YU
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว : Comment
: school
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว : Comment
: วัตถุมวล400นิวตันวางบนพื้นราบถ้าต้องการให้วัตถุเล้อนที่ต้องออกแรงผลักอย่างน้อย150นิวตันตามแนวราบ สัมประสิทของความเสียดทารมีค่า
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 2 เดือนที่แล้ว : Comment
: รเ้น้สสิินินิืนอนินินอยิยิิิ มิสิวื
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว
: ภาษาไทย
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 2 เดือนที่แล้ว : Comment
: ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการสืบเสาะหาความรู้(5E) เรื่อง อะตอมและตาราง
ธาตุ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จัดทาขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนให้เต็มตาม
ศักยภาพของแต่ละบุคคล
ชุดกิจกรรมการเรียนชุดนี้มี จานวน 5 เล่ม คือ
เล่มที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธาตุและสารประกอบ
เล่มที่ 2 แนวคิดในการพัฒนาแบบจาลองอะตอม
เล่มที่ 3 การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม
เล่มที่ 4 วิวัฒนาการของการสร้างตารางธาตุ
เล่มที่ 5 สมบัติของธาตุ
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนชุดนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนในการเรียนรู้
ทาให้เข้าใจในเนื้อหาสาระมากขึ้น ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อ
ผู้ที่สนใจในนาไปประยุกต์ใช้หรือเป็นแนวทางในการจัดทาสื่อการเรียนการสอนต่อไป
วิภารัตน์ นวชาตสกุล
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 2 เดือนที่แล้ว : Comment
: ชื่อเรื่อง การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
ผู้รายงาน สายขวัญ ยังช่วย
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชา นาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑
ปีการศึกษา 2559
บทคัดย่อ
การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
สร้างเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/8 เพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์
เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 6 และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีต่อเอกสารประกอบ
การเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
การศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6/3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑ สา นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
ปีการศึกษา 2559 จานวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) เอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 จา นวน 5 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 แนะนา Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 2
ส่วนประกอบ Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 3 สรรสร้างงานนาเสนอ Microsoft PowerPoint
2010 เล่มที่ 4 เทคนิคเสนองาน Microsoft PowerPoint 2010 และเล่มที่ 5 ผลงาน Microsoft
PowerPoint 2010 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010และ
3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง
Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ซึ่งมีผลการศึกษาดังนี้
1. เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีประสิทธิภาพ 82.68/ 82.50
2. คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ย
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีความพึงพอใจต่อเอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยรวม
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: ชื่อเรื่อง การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
ผู้รายงาน สายขวัญ ยังช่วย
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชา นาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑
ปีการศึกษา 2559
บทคัดย่อ
การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
สร้างเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/8 เพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์
เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 6 และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีต่อเอกสารประกอบ
การเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
การศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6/3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑ สา นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
ปีการศึกษา 2559 จานวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) เอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 จา นวน 5 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 แนะนา Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 2
ส่วนประกอบ Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 3 สรรสร้างงานนาเสนอ Microsoft PowerPoint
2010 เล่มที่ 4 เทคนิคเสนองาน Microsoft PowerPoint 2010 และเล่มที่ 5 ผลงาน Microsoft
PowerPoint 2010 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010และ
3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง
Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ซึ่งมีผลการศึกษาดังนี้
1. เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีประสิทธิภาพ 82.68/ 82.50
2. คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ย
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีความพึงพอใจต่อเอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยรวม
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: ชื่อเรื่อง การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
ผู้รายงาน สายขวัญ ยังช่วย
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชา นาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑
ปีการศึกษา 2559
บทคัดย่อ
การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
สร้างเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/8 เพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์
เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 6 และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีต่อเอกสารประกอบ
การเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
การศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6/3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑ สา นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
ปีการศึกษา 2559 จานวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) เอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 จา นวน 5 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 แนะนา Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 2
ส่วนประกอบ Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 3 สรรสร้างงานนาเสนอ Microsoft PowerPoint
2010 เล่มที่ 4 เทคนิคเสนองาน Microsoft PowerPoint 2010 และเล่มที่ 5 ผลงาน Microsoft
PowerPoint 2010 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010และ
3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง
Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ซึ่งมีผลการศึกษาดังนี้
1. เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีประสิทธิภาพ 82.68/ 82.50
2. คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ย
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีความพึงพอใจต่อเอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยรวม
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: รเอนดอนอิินิืตออตอเนิิ้น้ติิติตเเเนะตะตะตะต
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว
: ชื่อเรื่อง การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
ผู้รายงาน สายขวัญ ยังช่วย
ตา แหน่ง ครู วิทยฐานะครูชา นาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑
ปีการศึกษา 2559
บทคัดย่อ
การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ
สร้างเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/8 เพื่อ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์
เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 6 และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 ที่มีต่อเอกสารประกอบ
การเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6
การศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6/3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑ สา นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
ปีการศึกษา 2559 จานวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) เอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 จา นวน 5 เล่ม ได้แก่ เล่มที่ 1 แนะนา Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 2
ส่วนประกอบ Microsoft PowerPoint 2010 เล่มที่ 3 สรรสร้างงานนาเสนอ Microsoft PowerPoint
2010 เล่มที่ 4 เทคนิคเสนองาน Microsoft PowerPoint 2010 และเล่มที่ 5 ผลงาน Microsoft
PowerPoint 2010 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010และ
3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง
Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ซึ่งมีผลการศึกษาดังนี้
1. เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีประสิทธิภาพ 82.68/ 82.50
2. คะแนนวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint
2010 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ย
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 มีความพึงพอใจต่อเอกสารประกอบการเรียน
คอมพิวเตอร์ เรื่อง Microsoft PowerPoint 2010 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: dddddd
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 4 เดือนที่แล้ว : Comment
: บทคัดย่อ

ชื่อรายงาน การพัฒนาชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
ผู้วิจัย นายพงศธร เหมะจันทร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
ปีที่ศึกษา 2557

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาชุดฝึกทักษะ สมรรถภาพทางกายสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนใช้และหลังใช้ชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค จำนวน 20 คน ใช้เวลาในการทดลอง 10 ชั่วโมงและ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายจำนวน 8 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 8 แผน แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียนแบบปรนัยจำนวน 1 ชุด 80 ข้อ แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะ ดำเนินการวิจัยโดยใช้แบบแผนการทดลองแบบศึกษากลุ่มเดียววัดสองครั้ง (The One – Group Pretest – Posttest Design) วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้ค่าเฉลี่ย สถิติทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า
1. ชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.23/82.62ซึ่งมีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนใช้และหลังใช้ชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 39.25 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 66.10 โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความคิดเห็นของนักเรียนต่อชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายในภาพรวม มีความคิด เห็นด้วยในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย ( X = 2.87 ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( S.D. = 0.29 )




















offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: บทคัดย่อ

ชื่อรายงาน การพัฒนาชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายและศึกษาผลการออกกำลังกายแบบ ฟูลบอดี้เอ๊กเซอร์ไซส์ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
ผู้วิจัย นายพงศธร เหมะจันทร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
ปีที่ศึกษา 2557

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาชุดฝึกทักษะ สมรรถภาพทางกายสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนใช้และหลังใช้ชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้โปรแกรมการออกกำลังกายแบบฟูลบอดี้เอ๊กเซอร์ไซส์ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค จำนวน 20 คน ใช้เวลาในการทดลองชุดฝึกทักษะสมรรถภาทางกาย 10 ชั่วโมงและฝึกการออกกำลังกายแบบฟูลบอดี้เอ๊กเซอร์ไซส์ 6 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายจำนวน 8 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 8 แผน แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียนแบบปรนัยจำนวน 1 ชุด 80 ข้อ โปรแกรมการออกกำลังกายแบบฟูลบอดี้เอ๊กเซอร์ไซส์ และแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของ AAHPERD (Health-Related Physical Fitness Test) จำนวน 5 รายการ ดำเนินการวิจัยโดยใช้แบบแผนการทดลองแบบศึกษากลุ่มเดียววัดสองครั้ง (The One – Group Pretest – Posttest Design) วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้ค่าเฉลี่ย สถิติทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า
1. ชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.23/82.62ซึ่งมีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนใช้และหลังใช้ชุดฝึกทักษะสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 39.25 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 66.10 โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักเรียนก่อนการฝึกและหลังการฝึกออกกำลังกายแบบฟูลบอดี้เอ๊กเซอร์ไซส์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค พบว่า รายการนั่งงอตัวไปข้างหน้า ลุก-นั่ง 30 วินาที ดันพื้น 60 วินาที และวิ่ง 800/1,000 เมตร โดยมีคะแนนทั้ง 4 รายการสูงขึ้นกว่าก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
















offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: ชื่อรายงาน การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
ผู้ศึกษา นายพงศธร เหมะจันทร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
ปีที่ศึกษา 2558

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์และศึกษาผลที่มีต่อการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค สังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ปีการศึกษา 2558 จำนวน 27 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาที่สร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และแบบวัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์จำแนกตามความรู้ เจตคติ เหตุผลเชิงจริยธรรม และพฤติกรรม ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านความซื่อสัตย์สุจริต 2) ด้าน ความเมตตากรุณา และ 3) ด้านความมีวินัยในตนเอง ดำเนินการวิจัยโดยใช้แบบแผนการทดลองแบบศึกษากลุ่มเดียววัดสองครั้ง (The One – Group Pretest – Posttest Design) วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้ค่าเฉลี่ย สถิติทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า
1. แผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพสามารถนำไปใช้ในการจัดการ เรียนรู้วิชาพลศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้

2. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาพลศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.31/84.50 โดยมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.57


3. นักเรียนมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้ เจตคติ เหตุผลเชิงจริยธรรม และ พฤติกรรม ของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความซื่อสัตย์สุจริต ด้านความเมตตากรุณา และด้าน ความมีวินัยในตนเอง หลังการเรียนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05


offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: a pen it is
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: ชื่อเรื่อง การพัฒนาบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ชื่อผู้วิจัย นายพลเดช พิชญ์ประเสริฐ
ปีที่วิจัย 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้รายวิชาการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2) สร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
3) ศึกษาผลการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และ 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ประชากรของการวิจัยในครั้งนี้คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนโพธิ์ธาตุประชาสรรค์ อำเภอวังหิน จังหวัด ศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 26 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผนการจัดการเรียนรู้ 2) บทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 บทเรียน 3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรื่อเรียน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 40 ข้อ และ 4) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้านวิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 15 ข้อคำถาม ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ ด้านความสอดคล้องจากผู้เชี่ยวชาญ
ผลการวิจัย พบว่า
การพัฒนาบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนและก่อนเรียน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ที่ระดับ .05 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์แบบห้องเรียนกลับด้าน วิชา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
:
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว
:
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: muwldtbskvjx bfkgn
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว
: mtsjfhda nrdjfhfsj
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว
: migdhf
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว
: mufkxyajx nhzbxzh
TESCO nifsklgjsvxj
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว
: javascript:void(0);
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: 5556
เขียนเมื่อ : 4 เดือนที่แล้ว
: งงงงวว
เขียนเมื่อ : 4 เดือนที่แล้ว
หน้าแรก    หน้าก่อนหน้า    หน้าที่    1    2    3    4    5    หน้าถัดไป    หน้าสุดท้าย   
 
กรุณาเช็ค Username หรือ Password ครับ