Guest | วันพุธที่ 18 มกราคม 2560 | 19.01 น.
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
35 เรื่องราวจากทีมงานทรูปลูกปัญญา
Blog Update
10 เรื่องราวล่าสุดจากเพื่อนของฉัน
ไม่มีรายการ Blog Update ของเพื่อนคุณ
ข้อความ :
 
: ผลการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นเป็นกลุ่มที่มีกระบวนการฝึก 4 ขั้น เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนสามแยกบ้านเนียง(สิทธิพันธ์อนุกูล)
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 4 วันที่แล้ว : Comment
: ผลการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นเป็นกลุ่มที่มีกระบวนการฝึก 4 ขั้น เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนสามแยกบ้านเนียง(สิทธิพันธ์อนุกูล)
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 4 วันที่แล้ว : Comment
: ผลการจัดกิจกรรมเกมการละเล่นเป็นกลุ่มที่มีกระบวนการฝึก 4 ขั้น เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 โรงเรียนสามแยกบ้านเนียง(สิทธิพันธ์อนุกูล)
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 4 วันที่แล้ว : Comment
: การวิจัย เรื่อง ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย การอ่านเชิงวิเคราะห์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิดผู้วิจัยกำหนดจุดประสงค์การวิจัย เพื่อ 1) ศึกษาสภาพความต้องการในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด ที่มีประสิทธิภาพ 3) ศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด ตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 31 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 7 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 ชุด 30 ข้อ
ผลการวิยพบว่า
1. สภาพความต้องการในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโพธิ์ธาตุประชาสรรค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่า นักเรียนมีระดับความคิดเห็นต่อความต้องการในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย มากที่สุด จำนวน 4 รายการ คือ นักเรียนมีความต้องการให้การจัดการเรียนรู้ที่สนุกสนาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถ ทำให้เกิดการสรุปความรู้ การจัดการเรียนรู้จากสื่อเทคโนโลยี และ การใช้สื่อที่เหมาะสมกับเนื้อหาและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการสอน
2. ผลการสร้างและพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่าน เชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด ตามเกณฑ์ 80/80
2.1 ผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน เสนอผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสม โดยพิจารณาความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยแบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด( = 4.62 ,S.D. = 0.20)
2.2 ผลการหาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด ตามเกณฑ์ 80/80 จากการทดลองแบบรายบุคคล เท่ากับ 64.29/63.33 การทดลองกลุ่มเล็ก จำนวน 9 คน เท่ากับ 73.33/72.96 การทดลองกลุ่มสนาม จำนวน 30 คน เท่ากับ 81.47/80.65 ซึ่งมีประสิทธิภาพไปตามเกณฑ์ ที่กำหนดไว้
3. ผลการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด
3.1 ประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่าน
เชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด เท่ากับ 81.66/80.43 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
3.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียน เท่ากับ
20.48 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.38 หลังจากเรียนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด มีผลคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 24.12 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.02 ผลการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ที่ระดับ .05 นั่นแสดงว่าการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ โดยใช้แผนผังความคิด ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน
4. ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิด โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.50, S.D. = 0.64)

offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 25 วันที่แล้ว : Comment
: ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบ
ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ชื่อผู้วิจัย นางปิยะพันธ์ พิชญ์ประเสริฐ
ปีที่วิจัย 2559

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและสภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ท ประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ท ประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนจัดการเรียนรู้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ประชากรของการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนโพธิ์ธาตุประชาสรรค์ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 28 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนจัดการเรียนรู้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 แผนการจัดการเรียนรู้(ไม่นับรวมแผนปฐมนิเทศก่อนเรียนและแผนสรุป ทดสอบหลังเรียนอีก 2 แผนการจัดการเรียนรู้)
2) ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 ชุด
3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นข้อสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชุด รายการคำถาม 20 คำถาม มี 4 ด้าน คือ ด้านเนื้อหา ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้านสื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ และด้านการวัดและประเมินผล ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบคุณภาพด้านความสอดคล้องจากผู้เชี่ยวชาญ สรุปผลการวิจัย ได้ดังนี้
1.ผลการสำรวจสภาพปัจจุบันของกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ตามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.49 ,S.D. = 0.66) เมื่อพิจารณาระดับปัญหาที่พบมากที่สุดคือ (6)ครูใช้สื่อการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจ รองลงมาคือ (2)กิจกรรมการเรียนการสอนมีหลากหลายกิจกรรม (10)ครูใช้สื่อการเรียนรู้ที่กระตุ้นทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน และมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน คือ อยากให้นักเรียนได้ทำงานเป็นกลุ่มมากขึ้น และเพิ่มสื่อการเรียนรู้ที่สะดวกขึ้น
2.ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80
2.1 ผลการประเมินความเหมาะสมของชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน นำชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง 6 ชุด เสนอผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสม โดยพิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆในชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยแบบประเมินความเหมาะสมของชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด( = 4.70 ,S.D. = 0.07)
2.2 ผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ทั้ง 8 แผน โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.61, S.D. = 0.18 )
2.3 ผลการหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้ด้วยตนเองวิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 จากการทดลองแบบรายบุคคล เท่ากับ 68.89/67.50 การทดลองกลุ่มเล็ก จำนวน 9 คน เท่ากับ 70.00/71.94 การทดลองกลุ่มสนาม จำนวน 30 คน เท่ากับ 80.58/80.33 ซึ่งมีประสิทธิภาพไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
3. ผลการใช้รูปแบบการเรียนจัดการเรียนรู้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
3.1 ประสิทธิภาพของการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้
กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เท่ากับ 82.14/81.57 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
3.2) ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ก่อนเรียนและหลังเรียนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.6561 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น 0.6561 หรือคิดเป็นร้อยละ 65.61
3.3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนเรียน เท่ากับ 18.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.50 หลังจากเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีผลคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 32.60 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.06 ผลการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ที่ระดับ .05 นั่นแสดงว่าการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยการประยุกต์ใช้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน
4. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนจัดการเรียนรู้กลวิธีมัลติพาร์ทประกอบชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาภาษาไทย เรื่อง ลิลิตตะเลงพ่าย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.63, S.D. = 0.26)

offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว : Comment
:
เขียนเมื่อ : 25 วันที่แล้ว
: พืชสังเคราะแสงด้วยก๊าซอะไร
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 1 เดือนที่แล้ว : Comment
:
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 2 เดือนที่แล้ว : Comment
:
เขียนเมื่อ : 2 เดือนที่แล้ว
: สวัสดีค่ะ
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 2 เดือนที่แล้ว : Comment
: นรภาษาอังฤษ
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: นริน
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
:
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: สวย
สวย
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
:

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เล่มที่ ๑ – ๖ เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๖
ชื่อผู้วิจัย นายวรัชชพล ธรรมปัญญา ตำแหน่ง ครูชำนาญการ
ปีที่วิจัย ๒๕๕๗

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เล่มที่ ๑ – ๖ เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ ๒) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านเฮาะวิทยา ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ ๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านเฮาะวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ จำนวน ๘ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย ๑) หนังสืออ่านเพิ่มเติม เล่มที่ ๑ – ๖ เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี ๒) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑๘ แผน ๓) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน จำนวน ๓๐ ข้อ และ ๔) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เล่มที่ ๑ – ๖ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมติฐานด้วยค่า t - test






ผลการวิจัยพบว่า
๑. ผลการหาค่าประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม เล่มที่ ๑ – ๖ เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๖ พบว่า มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๕.๕๘/๘๕.๔๒ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ ที่กำหนดไว้
๒. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เล่มที่ ๑ – ๖ เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑
๓. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม
เล่มที่ ๑ – ๖ เรื่อง บุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =๔.๘๙)






offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: าเเ่้เ่เ่เ่่้เเ่้เ่้้เเ่้เ่้เ่้ะเีะัะีคุถะีัะะเ่้ดพุภำไถ-
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: ข้อสอบดาราศาสตร์ ม.4
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: ใกล้สอบแล้วอ่านหนังสือด้วยละ อย่าเล่นแต่เกม หิหิ>-<
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 3 เดือนที่แล้ว : Comment
: จงหาจำนวนเต็มบวกทั้งหมดที่หาร350และ386แล้วมีเศษเหลือเท่ากันและในบรรดาจำนวนเต็มบวกทั้งหมดทีี่หาร350และ386ได้ลงตัวนั้น จำนวนที่มากที่สุดทีหาร350และ386แล้วมีเศษเหลือเป็นเท่าใด คือทำไงหรอคะ
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 4 เดือนที่แล้ว : Comment
:
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
:
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
: งะร้กากนเส้นพแพ้
offline : ลบ
เขียนเมื่อ : 5 เดือนที่แล้ว : Comment
หน้าแรก    หน้าก่อนหน้า    หน้าที่    1    2    3    4    หน้าถัดไป    หน้าสุดท้าย   
 
กรุณาเช็ค Username หรือ Password ครับ