เบื้องหลังคันดิน เหตุผลที่มหิดลรอดจากน้ำท่วม

เรื่อง/ภาพ : กรวิกา วีระพันธ์เทพา

            

วิกฤติน้ำท่วมช่วงเวลาเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา มีความพยายามของหลายๆ สถานที่ที่จะยันน้ำเอาไว้ ทั้งก่อกำแพงปูน เสริมกระสอบทราย ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา อาคารราชการ ฯลฯ แต่น้ำก็ยังเดินทางผ่านที่แล้วที่เล่า เกราะกำบังนั้นต่าง “เอาไม่อยู่”

ณ ที่ราบลุ่มศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล ก็เป็นทางผ่านของน้ำเช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากที่อื่นก็คือ สามารถ “เอาอยู่” ด้วยคันดินและคูน้ำรอบมหาวิทยาลัย รักษาพื้นที่แห้งได้ท่ามกลางน้ำสูงกว่า 2 เมตรโดยรอบมาตลอดเกือบ 2 เดือน

มหาวิทยาลัยที่ไม่มีรั้วแห่งนี้ ยังแห้งอยู่ได้เพราะ “คูน้ำ” และ “คันดิน” ที่ปกคลุมด้วยหญ้าเพื่อลดการกัดเซาะหน้าดิน และมีต้นไม้ใหญ่เพิ่มความแข็งแรง ตลอดแนวตะวันออกและใต้ รวมระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ยกเว้นเพียงบริเวณประตูเข้าออกทั้ง 4 ทาง ซึ่งรวมแล้วไม่เกิน 200 เมตร ประหยัดทั้งงบประมาณและทรัพยากรมากมาย

ที่ศูนย์อำนวยการความช่วยเหลือมหิดล ศาลายา รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม ยืนรอพร้อมที่จะอธิบายให้เราเข้าใจเหตุผลที่มหาวิทยาลัยรักษาพื้นที่ไว้ได้ เขาออกตัวว่า ประโยชน์ที่เกิดขึ้น ต้องยกความชอบให้กับทีมงานทุกคน และที่สำคัญคือ ... แนวคิด “อยู่ร่วมกับธรรมชาติ” ที่ผู้บริหารในอดีตวางไว้ตั้งแต่ต้น

ตอบโจทย์ของตัวเอง กลมกลืนกับภายนอก
นับย้อนไป 30 กว่าปีที่แล้ว คือช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยมหิดลมาลงหลักปักฐานที่วิทยาเขตศาลายา ด้วยความที่พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ลุ่ม ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้บริหารจึงวางแผนพัฒนาพื้นที่โดยมี “น้ำ” เป็นโจทย์หลัก และเน้นการจัดการ 2 เรื่องคือ

เรื่องแรก ทำให้เป็นระบบปิด โดยการทำคันดินและขุดคูคลองรอบมหาวิทยาลัย ทำให้ไม่ต้องถมที่ และส่งผลไปถึงไม่ต้องดัดแปลงสภาพพื้นที่จากธรรมชาติมากจนเกินไป น้ำที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยมีสองส่วน คือน้ำฝนและน้ำจากการใช้ในอาคารต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ทำให้น้ำที่ออกจากที่นี่ไม่เน่าเสีย

เรื่องต่อมาคือ ดูแลการเชื่อมโยงกับคูคลองรอบมหาวิทยาลัย จะทำอย่างไรให้สามารถสูบน้ำออกภายนอกได้ให้ทันกับปริมาณน้ำเข้ามา เช่น ช่วงฝนตกหนักๆ ก็ต้องดูแลขุดลอกคูคลองให้ไหลดีตลอดเวลา

จนถึงปี 2551 ในช่วงเริ่มต้นผังแม่บทศาลายาของผู้บริหารชุดล่าสุด ก็ใช้แนวคิดเดิมในอดีตมาสานต่อ บวกกับเพิ่มจุดเน้น “to live and learn with nature” เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้กลมกลืนกับชุมชนรอบข้างที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร ด้วยการปรับปรุงยกระดับคันดินขึ้น เติมต้นไม้ให้ความร่มรื่น ลดพื้นที่ถนน เพิ่มทางจักรยาน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ส่วนคันดินที่มีต้นไม้เก่าแก่ขึ้นอยู่แล้วก็รักษาไว้ให้เหมือนเดิม และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การขุดลอกคูคลองให้น้ำระบายสะดวก

รศ.ดร.อนุชาติ เล่าต่อว่า เดิมทีที่มหาวิทยาลัยเสริมคันดินก็มีคนไม่เห็นด้วย เพราะติดภาพกับรั้วอัลลอย แต่ความสามารถของมันก็ทำให้ตอนนี้หลายคนบอกว่า เห็นแล้วว่าได้ประโยชน์ หากไม่มีคันดินนี้ก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถป้องกันมหาวิทยาลัยได้เลย

“ตอนเสริมคันดินเราไม่ได้นึกถึงการป้องกันน้ำท่วมนะ แต่มันกลายเป็นผลพลอยได้และเป็นบทเรียนที่สำคัญว่า การดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่ ว่าการลงทุนทำนองนี้มันคุ้มนะ ที่มหาวิทยาลัยปรับปรุงคันดินไปนี่ใช้เงินไม่กี่ร้อยล้านบาท แต่มันป้องกันความเสียหายในมหาวิทยาลัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อาจจะถึง 4-5 พันล้านเลยนะ แค่ต้นไม้ตายหมดก็ประมาณ 400-500 ล้าน และเรามีอาคารเยอะมาก มีหม้อแปลงไฟฟ้า เจเนอเรเตอร์ ห้องปฏิบัติการต่างๆ เต็มไปหมด ถ้าน้ำข้างนอกเข้ามา คาดว่าข้างในจะสูงประมาณ 2 เมตร”

            

“ผลพลอยได้” ที่ส่งต่อถึงผู้ประสบภัย
ตลอดช่วงเวลาเกือบ 2 เดือน ที่น้ำท่วมพื้นที่ศาลายา ทางมหาวิทยาลัยมีมาตรการหลายอย่างเพื่อรักษาพื้นที่แห้งไว้ เช่น วางกระสอบทรายเสริมบนคันดิน ด้านทิศใต้ (ถนนบรมราชชนนี) ปั้นคันดินใหม่ทางด้านทิศเหนือ ระยะทางประมาณ 700- 800 เมตร และวางกระสอบทรายบางประตู เพื่อบีบทางให้น้ำค่อยๆ เข้า ไม่โหมเข้ามาทุกทาง แม้จะมีช่วงที่คันดินพัง ระยะประมาณ 4-5 เมตรเพราะแรงดันน้ำ แต่ก็สามารถซ่อมได้

เมื่อพื้นที่ภายในยังใช้การได้ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม มหาวิทยาลัยมหิดลได้ใช้ประโยชน์จากความแห้งอย่างเต็มที่ ตั้งแต่เป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยที่สามารถรองรับได้ 300 คน แต่ต้องปิดไปหลังดำเนินการได้ 8 วัน เนื่องจากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ทางมหาวิทยาลัยเองในตอนแรกคิดว่าจะเอาไม่อยู่ จึงต้องอพยพทั้งผู้ประสบภัยและบุคลากรภายใน
แต่คันดินก็ยังสามารถรับแรงดันน้ำได้ จึงเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือ ทำอาหารแจกคนที่สัญจรผ่านมา ระดมของบริจาคและกระจายเข้าไปในพื้นที่ ส่งข้าวกล่อง ถุงยังชีพ ฯลฯ โดยประสานกับ อบต. ในพื้นที่ว่าแต่ละชุมชนต้องการอะไร ที่ผ่านมาประมาณค่อนเดือน ประเมินกันว่ามหาวิทยาลัยสามารถส่งอาหารไปให้ชุมชนรอบๆ ประมาณ 4 แสนกว่ากล่อง ถุงยังชีพหลายหมื่นถุง

นอกจากนี้ด้านประตูถนนศาลายาไทยวาด-นครชัยศรี ก็ปรับเปลี่ยนเป็นท่าเรือรับ-ส่งผู้โดยสาร สำหรับคนภายเรือมาจากบ้าน มาหยุดพักหรือมาต่อรถบรรทุกคันใหญ่เดินทางต่อไปได้ ภายในมหาวิทยาลัยมีศูนย์รับแจ้งความ รวมทั้งความช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อชุมชนโดยรอบ ทั้งหมดเกิดขึ้นจากแรงอาสาสมัครของมหาวิทยาลัย

             

“อยู่ร่วม” อย่างเหมาะสม - “ป้องกัน” แต่พอควร
รศ.ดร.อนุชาติ เน้นว่าแนวคิดอยู่ร่วมกับธรรมชาติของมหิดลคือป้องกันในระดับที่พอเหมาะพอควร หากน้ำมากกว่านี้ก็คงไม่สามารถทานอยู่ได้ แต่เป็นความโชคดีของมหาวิทยาลัยที่มีทุนเดิมที่แข็งแรง จนในที่สุดสามารถใช้พื้นที่ภายในมาเพิ่มศักยภาพการช่วยเหลือพื้นที่ใกล้เคียงได้

แต่สำหรับภาพใหญ่ของสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ รศ.ดร.อนุชาติมองว่า “วิธีคิดที่จะสู้กับน้ำคือการเอาชนะธรรมชาติ มันทำได้ในระดับหนึ่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้ไหลลงดีขึ้น แต่ถ้าเป็นการฝืนดันไม่ให้ไหลลงหรือดันกลับไปขึ้นเหนือ นี่เป็นความผิดปกติแล้วนะ ถ้าเราอยู่ร่วมกับเขา เช่น ยอมให้น้ำผ่านบ้าง แล้วเร่งขุดลอกคูคลองซึ่งมีมากมายในกรุงเทพฯ ให้น้ำไหลได้เร็วขึ้น จะช่วยแก้ปัญหาไปได้เยอะ วิธีบริหารจัดการที่อยู่บนพื้นฐานการเอาชนะ การบล็อก อาจจะช่วยปกป้องได้บางพื้นที่จริง แต่ผมไม่แน่ใจว่าในที่สุดมันจะช่วยได้กี่เปอร์เซ็นต์

“ทุกวันนี้แผนพัฒนาเมืองมันไม่ทำให้เราอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเหมาะสม ถนนแทบทุกสายกลายเป็นทางขวางน้ำ พอน้ำลงจะเห็นชัดมากว่าถนนหลวง ทางรถไฟ กลายเป็นตัวบล็อกน้ำ คือนึกจะทำตรงไหนก็ทำ แล้วพอเกิดปัญหาก็ยิ่งเอาแนวคิด ‘สู้’ ไปเติม”
 
สิ่งที่ รศ.ดร.อนุชาติ อยากให้คนไทยโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ได้เรียนรู้จากวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ก็คือ นี่เป็นสถานการณ์ที่ทำให้เรารู้จักคลอง รู้จักประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นจำนวนมาก หากหันมาใส่ใจระบบระบายน้ำให้ดี ก็จะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมได้เยอะ และเมื่อไม่มีน้ำขัง ก็ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นไปด้วย

และที่สำคัญ มหาวิทยาลัยเองก็เรียนรู้ว่า แนวคิด “อยู่ร่วมกับธรรมชาติ” เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์พื้นที่ตนเองได้ และยังยืนยันสานต่อแนวคิดนี้ไปอีกในระยะยาว

#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน