ครูนัท ชนะ เสวิกุล – ครูจิตอาสา หัวใจไม่ธรรมดา

เรื่อง : ธนกร แตงงาม

ครูนัท ชนะ เสวิกุล – ครูจิตอาสา หัวใจไม่ธรรมดา

     ชนะ เสวิกุล ที่มักเรียกตัวเองว่าเป็นช่างเขียน ไม่ว่าจะเขียนรูป เขียนคอลัมน์ เขียนเพลง มีผลงานเพลงไพเราะเช่น รักเราไม่เก่าเลย บัลลังก์เมฆ เขียนหนังสือ ก็ใช้ประสบการณ์จริงในการใช้เสียงเพลงเป็นสื่อในการพัฒนาการลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือ “เลี้ยงลูกด้วยเพลง” และปัจจุบันได้กลายมาเป็น “ครูนัท” ครูติดล้อที่จะพาความสนุกสนานไปหาเด็กๆ ในทุกๆ ที่
 



ครูนัทของเด็กๆ
     “ไม่อยากเรียกว่าอาชีพครูนะ เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่อยากทำมากกว่า โดยจุดเริ่มต้นมันมีสองจังหวะ จังหวะแรกตอนภรรยาท้อง เราก็สอนภรรยาให้ร้องเพลงให้ลูกฟังเพราะเค้าอยู่กับลูกทั้งวัน พอลูกคลอดออกมาได้ประมาณ 1-2 ขวบ เราสังเกตเห็นพัฒนาการที่ดีหลายๆ อย่างของลูก โดยเฉพาะในเรื่องของการฟังดนตรีและมีแววทางด้านภาษา เพราะการฟังภาษากับดนตรีมันเรื่องเดียวกัน มีสูงมีต่ำ มีสั้นยาวเหมือนกัน เวลาฟังเพลงสากลถ้าได้ยินคำชัดๆ เค้าจะสะกดถูก ประสาทหูดีมาก หรือเวลาดูการ์ตูนพอเพลงการ์ตูนเรื่องนั้นดังขึ้นมาเค้าจะกดโน้ตคีย์บอร์ดที่มันเป็นรูทของเพลงนั้นๆ ได้ เราก็คิดว่าวิธีน่าจะดี เราเลยทำโครงการ “แม่ท้องร้องเพลง” ทำต่อเนื่องมา พร้อมกับเขียนหนังสือ “เลี้ยงลูกด้วยเพลง” พอถึงจุดหนึ่งก็คุยกับภรรยาว่าอยากทำเนอสเซอรี่ เด็กจะได้อยู่กับเรานานๆ เราเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ลูกเราน่าจะทำให้เด็กคนอื่นได้ด้วย ทีนี้ก็มีคุณแม่ที่เคยร่วมโครงการแม่ท้องร้องเพลงบอกคลอดน้องมาตอนนี้อายุเกินมาเนอสเซอรี่ อยากให้มีคลาสสำหรับเด็ก 3-4 ขวบบ้าง เราก็โอเคเปิดคลาสเพลงและพัฒนาการ”
 



จุดเปลี่ยนสำคัญ
     “มีคุณน้าท่านนึงติดต่อมาว่าเคยสอนเด็กพิเศษมั้ย ผมไม่เคยสอนนะแต่อยากลอง เพราะผมเชื่อว่ามันจะช่วยได้ น้องชื่อหยางซาน มีภาวะดาวน์ซินโดรม หยางซานมีส่วนสำคัญในชีวิตผมมาก พอได้เจอได้สอนเค้า ผมหลงรักเลย ทำให้ผมอยากสอนเด็กพิเศษ สอนอีก สอนอีก จนถอนตัวไม่ขึ้น กระทั่งได้ทำอีเว้นท์กับมูลนิธิเดอะเรนโบว์รูม และระหว่างนั้นมีคุณครูการศึกษาพิเศษที่โรงพยาบาลเลิดสินติดต่อถามมาว่าอยากลองมาสอนเด็กผู้ป่วยเรื้อรังที่โรงพยาบาลเลิดสินไหม ผมตอบทันที “เอาครับ” (หัวเราะ) เด็กๆ เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ต้องนอนโรงพยาบาลยาวเลย ซึ่งที่โรงพยาบาลจะมีศูนย์สารสนเทศที่สมเด็จพระเทพฯท่านทรงจัดตั้งขึ้นเพื่อให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลนานๆ ได้มีโอกาสทำกิจกรรม แล้วผมก็ตกหลุมรักอีก วันที่ผมไปก็มีเด็กๆ มาร่วมทำกิจกรรมเขียนรูปกัน แต่บางคนมาก็เขียนไม่ไหว ผมก็บอกไม่เป็นไร ทีนี้ทางโรงพยาบาลจะมีให้เด็กเขียนการ์ดให้กับคนที่มาเยี่ยม มีน้องคนหนึ่งเขียนการ์ดให้ผม แต่แกบอกหนูเขียนไม่ไหวนะครู เดี๋ยวหนูคงออกจากโรงพยาบาลแล้ว เราก็บอกไม่เป็นไรไม่เป็นไร จนกระทั่งตอนกลับบ้าน พอผมขึ้นรถก็หยิบการ์ดขึ้นมาดูอีกทีนึง แล้วเราก็นึกถึงที่เค้าบอกว่า “หนูคงจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว” ผมน้ำตาร่วงเลย นี่เป็นจุดเปลี่ยนทั้งหมด”
 



ครูติดล้อ...ออทิสซึ่ม
     “ผมก็มารู้ที่หลังว่าตัวผมเองก็เป็นเด็กพิเศษมาก่อน ผมมีภาวะออทิสซึ่ม ก็ตอบโจทย์ไอ้ที่ผมเคยสงสัยว่าตอนเด็กๆ ผมเป็นอะไร ผมเลยประกาศออกทางเฟซบุ๊กว่ามีภาวะออทิสซึ่มนะ เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีน้องอยู่ในภาวะนี้จะได้มั่นใจว่าน้องมีโอกาสจะทำอะไรได้ในชีวิต หรือบอกคนทั่วไปว่าอย่าดูถูก สิ่งที่ผมกำลังทำทุกวันนี้คือพยายามเพื่อความเท่าเทียมกันของเด็กกลุ่มพิเศษให้เท่ากับเด็กธรรมดา การที่มาบอกว่าเด็กป่วย เด็กเสียสติ เพราะทำแบบนี้ไม่ได้เหมือนลูกคนอื่น นี่เป็นเกณฑ์ที่ผมไม่เห็นด้วยเลยนะ ทำไมเด็กขวบนึงต้องกระโดดได้ 5 ทีถึงจะปกติอะไรอย่างเนี่ย มันเป็นอะไรที่มีโอกาส error ได้ แต่พ่อแม่จะเครียดก็โทรมาปรึกษา ผมก็โอเค เดี๋ยวผมไปหาที่บ้าน ไกลแค่ไหนก็จะไป ไม่คิดสตางค์ด้วย เพราะว่าผมอยากไปดูเด็กให้รู้ ดูแล้วผมจะตอบได้ ถ้าผมดูแล้วผมจะตอบได้ว่าอาการเหล่านี้มันจากสาเหตุอื่นไม่ใช่การป่วยทางจิต ไม่ใช่ทางสมอง จะได้แนะนำวิธีฝึกวิธีช่วย บางทีมันเป็นจากการเลี้ยงดู จากสิ่งแวดล้อม เช่นพูดช้า ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผมยินดีไปหาที่บ้านนะ เพราะพ่อแม่หลายๆ ท่านไม่มีกำลัง อาจจะไม่มีรถ และผมก็อยากไปในที่ที่เด็กเค้าคุ้นเคย เค้าจะได้ผ่อนคลาย เค้าก็เลยเรียกว่า “ครูติดล้อ” คือมีที่ไหน บ้านไหนติดต่อมาผมไปหมด แล้วก็ได้ไปสอนที่โรงเรียนที่มีห้องพิเศษด้วย ทีนี้ผมรู้สึกว่าเราทำได้แต่กับเด็กในกรุงเทพ เด็กที่มีกำลังมาเรียนกับเรา หรือเด็กที่เราไปสอน แต่เด็กต่างจังหวัดเนี่ยเราอยากไปนะแต่เราไปไม่ได้ด้วยทุนก็ตาม ด้วยกำลังก็ตาม จนมีโอกาสได้คุยกับทางรักลูกกรุ๊ปเลยได้ทำรายการครูติดล้ออยู่ช่วงนึง”
 



ดนตรี-ศิลปะ เครื่องมือกระตุ้นพัฒนาการ
     “วิธีการของผม เราไม่ได้สอนดนตรีหรือศิลปะเฉยๆ แต่เราใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นพัฒนาการเด็กแต่ละคน เช่น ฝึกการทำงานเป็นทีม ฝึกความอดทน ฝึกความมั่นใจ ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เวลาสอนวาดรูปผมจะไม่เอาหลักการไปนำก่อน ผมจะทำเหมือนสอนลูกผม ผมเชื่อในธรรมชาติของเด็ก ให้เด็กเค้าหาสไตล์ ไม่มีถูก ไม่มีผิด ไม่มีไม่สวย ไม่มีข้อจำกัด ให้เค้าปล่อยจินตนาการได้เต็มที่ พอระยะนึงเมื่อธรรมชาติเค้าเริ่มคงที่ผมค่อยใส่หลักการลงไป ผมใช้อุปกรณ์ทั่วๆ ไป แต่โจทย์ที่ให้ในแต่ละที่จะต่างกัน อย่างผมไปสอนเด็กคนนึงเป็นลูกครึ่งอายุ 12 น้องเค้าขาดความเชื่อมั่นมาก เค้าจะคิดว่าตัวเองด้อยมาก ผมเลยเอากระจกมาบานนึงแล้วให้เค้าวาดรูปพอร์ทเทจตัวเอง สวยไม่สวยไม่เป็นไร ปกติแล้วใครที่วาดรูปพอร์ทเทจตัวเองจะมองกระจกให้ชัดๆ เพราะต้องสังเกตตัวเองตลอดเวลา สองคือต้องพยายามวาดให้ดีที่สุด สิ่งนี้แหละพอเค้าทำไปเรื่อยๆ เค้าจะรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน เฮ้ยเค้าไม่เลวนะ มันสะท้อนกลับมาที่ตัวเค้า เค้าจะมั่นใจขึ้น นี่ก็เป็นวิธีนึงแล้ว”
 



เด็กต้องเล่น
     “เผอิญผมจำได้ว่าเราเคยเป็นเด็ก (หัวเราะ) บางคนลืมไปแล้วเนาะ อะไรที่เรารู้สึกว่าเราเล่นเราจะสนุก เพราะฉะนั้นเด็กเค้าถูกผมหลอกให้เล่น แต่เค้าได้เรียนรู้โดยไม่รู้ตัว เราไม่ต้องบอกเค้าหรอกว่าวันนี้หนูได้เรียนรู้เรื่องนี้นะ เค้าจะได้ซึมซับด้วยตัวเค้าเองอยู่แล้ว เพียงแต่เอาอะไรมาล่อ เพราะฉะนั้นมีคนถามว่าดนตรีกับศิลปะดีเหรอ เห็นสอนสองอย่างนี้ จริงๆ ผมก็อยากสอนอย่างอื่นแต่ผมเล่นไม่เป็น ผมทำเป็นแค่ดนตรีกับศิลปะ ทุกอย่างดีหมด ถ้าผมเล่นฟุตบอลเป็นผมก็จะสอนฟุตบอล เพราะทุกอย่างมันนำมาประยุกต์สอนธรรมชาติของเด็กได้หมดเลย อยู่ที่วิธีการเท่านั้นเอง ดีหมด มีประโยชน์หมด เพราะงั้นเด็กบางคนไม่วาดรูปก็ได้ ไม่ผิด ไม่ต้องกังวล ไม่เป็นไร เด็กบางคนไม่เล่นดนตรีก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องไปพยายามให้เค้าเรียน ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า เด็กห้ามเล่น เด็กต้องเรียน ไม่งั้นจะเรียนไม่ทันเพื่อน บางบ้านรู้ว่าควรทำยังไงแต่ต้านทานต่อกระแสสอบวัดผลไม่ได้ คือต้องเรียนพิเศษทุกวันๆ จริงๆ การเล่นนี่แหละคือการเรียนตามวัยตามธรรมชาติเค้า ผมจะค้านความรู้สึกว่าเล่นแล้วได้อะไร การเล่นนี่แหละเป็นการฝึกฝนการช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็ก
 



เด็กพิเศษ = ปกติ
     “เป้าหมายของผมนะ หนึ่งผมอยากให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเลือกทางที่อยากจะทำจริงๆ สองอยากให้พูดถึงเด็กพิเศษเหมือนเด็กปกติ คือตอนนี้เวลาคนพูดถึงเด็กที่มีภาวะออทิสติกจะมีอยู่สองอย่างคือ ดูถูกไปเลยว่าปัญญาอ่อนมั่งล่ะ สติไม่ดีมั่งล่ะ หรือสองสมเพชเวทนา ซึ่งมันผิดทั้งคู่ และส่วนใหญ่จะตื่นเต้นกันมากเวลาที่เห็นเด็กพิเศษสามารถทำโน่นนี่ได้ สำหรับผมลึกๆ แล้วไม่ตื่นเต้นเลยนะ เพราะมันกลายเป็นว่า ขอโทษนะครับต้องขอพูดตรงๆ มันเหมือนฝึกลิงให้ทำนั่นนี่ได้แล้วดีใจตื่นเต้นน่ะ มันเหมือนกับว่าเราไม่ได้นับเค้าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นวันไหนก็ตามที่เด็กพิเศษทำอะไรได้แล้วคนรู้สึกเฉยๆ นั่นน่ะผมจะรู้สึกดี มันเป็นเรื่องปกติ เค้าทำได้อยู่แล้ว ผมกำลังรอวันนั้นอยู่
 



จงเชื่อมั่นในตัวเด็ก
     “อุปสรรคสำคัญคือความเชื่อของผู้ปกครอง ส่วนใหญ่มักคิดว่าลูกต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่เก่ง จะพลาดโอกาส จะผิดปกติ ผมกำลังจะต่อสู้เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ผมไม่ได้ต่อต้านระบบหลักนะครับ เพราะจริงๆ พอมันมีทางเลือกขึ้นมาก็เฮกันไปทางเลือก ซึ่งก็ผิดอีก ผมว่ามันสุดโต่ง เด็กบางคนเหมาะกับการเรียนแบบกระแสหลัก บางคนเหมาะกับทางเลือก ตรงนี้ต่างหาก เราต้องจัดเด็กตามธรรมชาติของเค้าจริงๆ แต่ตอนนี้ถ้าไม่สุดโต่งทางกระแสหลักก็สุดโต่งทางเลือก จริงๆ ควรดูที่เด็ก เรียนอะไรก็ได้ ทุกคนเรียนมาเพื่อประกอบอาชีพไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นอะไรก็ได้ที่มันเป็นตัวเค้าจริงๆ เป็นอาชีพเค้าจริงๆ ถ้าเราสามารถทำให้เด็กได้รู้ก่อน เค้าก็เรียนสนุก เรียนสบายขึ้น มีจุดมุ่งหมายมากขึ้น
 




 

 

เห็นคุณค่าของพรีเมี่ยมที่อยู่ในมือ
     “ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกมีภาวะออทิสติก ลองมองใหม่สิ มองว่าลูกเรามีข้อดี เราต้องภูมิใจ ผมยังภูมิใจเลยที่ผมออทิสซึ่ม เพราะสิ่งที่ผมทำทุกวันนี้คือสิ่งที่มองว่าเป็นความผิดปกติตอนเด็ก อย่างเรื่อง sensory ทางการสัมผัส ผมสอบเป็นนักบินได้ ผมมีระบบแยกประสาท นั่นเป็นจุดเด่นที่มันใช้งานได้ เพียงแต่ว่าอาจจะใช้งานตามหลักของระบบที่ต้องเรียนการบินไม่ได้ อย่าท้อครับ คุณไม่ได้กำลังช่วยคนที่ป่วย คุณมีของดีอยู่ในมือ เพียงแค่หาให้เจอว่าเค้าเก่งทางไหน แล้วคุณจะได้พรีเมี่ยมกว่าทั่วๆ ไปด้วยซ้ำ เมื่อไหร่ที่คุณท้อนั่นแสดงว่าคุณเอาลูกคุณ เอาลูกศิษย์คุณไปเทียบกับมาตรฐานที่คนอื่นเค้าวางไว้

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : เฟซบุ๊ก ชนะ เสวิกุล
                               เฟซบุ๊ก ครูติดล้อ

ขอบคุณคลิปรายการครูติดล้อจาก : RaklukeFamilyChannel

#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน