อ.สุดฤทัย สัจติประเสริฐ : EP ผสานข้อดีสองวัฒนธรรม

เรื่อง: ญดา สัตตะรุจาวงษ์  ภาพ: เชิดพิพัฒน์ วัฒนวิกกิจ

“me” “me” “me” เสียงเด็กนักเรียนแย่งกันยกมือตอบคำถามคุณครูเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในห้องเรียนนี้น่าตื่นเต้นและสนุกสนานกว่าที่เคย ช่วยให้นักเรียนชั้นประถมพร้อมเปิดรับและเรียนรู้ยิ่งขึ้น หลักสูตรโครงการภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษา (BCC EP) ของ รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นับ เป็นห้องเรียนต้นแบบที่มี อ.สุดฤทัย สัจติประเสริฐ หัวหน้าแผนกมัธยม โครงการภาษาอังกฤษ เป็นผู้ริเริ่มเพื่อปูพื้นฐานเตรียมความพร้อมสู่ห้องเรียน EP ระดับมัธยมศึกษา

ที่มาของโครงการ
แต่เดิมที่โรงเรียนก็มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามปกติค่ะ คือมีคุณครูคนไทยสอน แต่เนื่องจากเล็งเห็นว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญทางโรงเรียนจึงเริ่มมีนโยบายให้คุณครูคนไทยพูดภาษาอังกฤษกับนักเรียน และมีคุณครูชาวต่างชาติเข้ามาสอนหนึ่งคาบต่อสัปดาห์ ต่อมาในปี 2538 ทางกระทรวงศึกษาธิการต้องการโรงเรียนนำร่องในการเปิดโครงการภาษาอังกฤษ ทางโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนจึงเป็นหนึ่งในสามโรงเรียนนำร่องที่เปิดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา จนถึงปัจจุบันเรามีนักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกไปแล้วแปดรุ่น การเรียนการสอนจะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ยกเว้นวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทยที่จะเรียนกับคุณครูคนไทย

เรียนรู้โลกกว้างไกลจากโรงเรียนในประเทศ
โครงการนี้ตอบสนองความต้องการของผู้ปกครองในยุคนั้นที่เริ่มส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศมากขึ้น บางคนอยากให้ลูกหลานได้ภาษาแต่ไม่อยากให้ไปอยู่ไกลตา ชื่อเต็มของโครงการนี้คือ โครงการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน การเรียนการสอนยังเป็นไปตามหลักสูตรแต่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอน ข้อดีคือเด็กๆ ได้อยู่บ้าน ยังได้รับการอบรมเรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมไทย แต่ก็ได้เรียนด้วยภาษาอังกฤษไปพร้อมกัน

พูดภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ
ครูเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษรุ่นแรกที่สอนภาษาอังกฤษด้วยเทคนิคการใช้ภาษาอังกฤษล้วนๆ กับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งในห้องเรียนหรือการพูดคุยอธิบายต่างๆ ถามว่ายากไหมในระยะแรกก็ยอมรับว่ายากมาก เด็กทุกคนมองคุณครูแล้วทำหน้าสงสัยว่าคุณครูพูดอะไร แรกเริ่มเขาก็จะปฏิเสธก่อนว่าฟังไม่รู้เรื่อง เราก็พยายามสื่อด้วยท่าทาง มาจนถึงตอนนี้กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

คนไทยมักจะกังวลเรื่องการพูด เรื่องสำเนียง และโดยเฉพาะที่นี่เป็นเด็กผู้ชายก็มักจะล้อกัน เราก็เสริมความมั่นใจให้เขาว่าความจริงชาวต่างชาติสนใจเรื่องการสื่อสารได้มากกว่า แต่ก็สนับสนุนว่าถ้าทำได้เราก็ควรออกเสียงให้ดี เพราะจะบอกเด็กเสมอว่า อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ ต้องคิดว่าเราทำได้ แล้วเราก็จะทำสิ่งนั้นได้ในที่สุด


เรียนภาษาแต่ไม่ลืมรากเหง้า
สิ่งที่อาจจะแตกต่างกับเด็กที่เรียนโรงเรียนนานาชาติคือลักษณะการแสดงออกของนักเรียน จะเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเด็กอยู่ในชั้นมัธยม เรามีคุณครูชาวต่างชาติเป็นผู้สอน ซึ่งฝรั่งเขาจะมีวัฒนธรรมในการเคารพความเห็นของนักเรียน คำถามที่เขาถามนักเรียนจะไม่ใช่คำถามปลายปิดว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่จะรับฟังว่าเด็กๆ มีความเห็นอย่างไร ส่วนนี้ส่งเสริมให้เด็กมีความกล้าแสดงออกและกล้าคิดกล้าถาม อยากให้ผสมผสานข้อดีของทั้งสองวัฒนธรรมไว้ในตัว คือยังเป็นเด็กไทย มีกิริยามารยาทแบบไทย แต่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และมีความเป็นพลเมืองโลก เป็นสมาชิกของชุมชนนานาชาติ มีมุมมองกว้างขวางและมีทัศนคติที่ดีต่อการช่วยเหลือผู้อื่น

 

 

“อยากให้ผสมผสานข้อดีของทั้งสองวัฒนธรรมไว้ในตัว คือยังเป็นเด็กไทย มีกิริยามารยาทแบบไทย แต่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และมีความเป็นพลเมืองโลก”

อ.สุดฤทัย สัจติประเสริฐ

#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน