อ.สุรพล ธรรมร่มดี : สอนเป็นคน จนเป็นครู

เรื่อง: ศภิสรา เข็มทอง  ภาพ: ทีปกร กาหลง

                            

ครูคือผู้สร้างและเป็นผู้ชี้นำทางการเรียนรู้ กว่าที่ใครสักคนจะเป็นครูอย่างสมบูรณ์ทั้งโดยวิชาชีพและโดยสำนึกนั้นเป็นเรื่องไม่ง่าย สถาบันอาศรมศิลป์ซึ่งมุ่งเน้นการเข้าถึงวิชาการและวิชาชีวิตอย่างลึกซึ้ง จีงออกแบบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู ภายใต้ปรัชญา “สร้างแรงบันดาลใจ ให้เป็นคนจนเป็นครู” เราได้รับเกียรติจาก อ.สุรพล ธรรมร่มดี ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประกันคุณภาพ สถาบันอาศรมศิลป์ รักษาการผู้อำนวยการหลักสูตรศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต ร่วมแบ่งปันแนวคิดของหลักสูตร

ภาพรวมของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู
เราเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวของผู้เรียน การสร้างครูให้เป็นครูที่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้จริงๆ การเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองต้องมีความชำนาญในการย้อนดูตัวเองเป็น เห็นจิตใจตัวเองเป็นว่าตอนนี้เกิดอาการ ความรู้สึกนึกคิดอะไรเข้ามาในใจ และสามารถแยกแยะแล้วถือเอาเฉพาะความรู้สึกนึกคิดที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและเด็กนักเรียน ฉะนั้นกระบวนการเรียนรู้ของเราจะต้องเปลี่ยนแปลงให้เขาเป็นคนที่สามารถเห็นจุดดีเห็นจุดอ่อนของตัวเอง มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความสุขในการทำงานวิชาชีพครู ผลของผู้เรียน (เด็กนักเรียน) ก็จะได้ทั้งความสุขและความรู้ไปพร้อมกัน

สร้างแรงบันดาลใจ ให้เป็นคนจนเป็นครู
คนที่สมัครเข้ามาเรียนมักจะเป็นครูอยู่แล้ว หรือถ้ายังไม่เป็นครู เราก็จะรับเข้ามาเป็นครูในโรงเรียนรุ่งอรุณซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดของเรา โดยให้ครูพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือให้เขาได้ประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเองใน 5 วันทำงาน จันทร์ถึงศุกร์ แล้วนำประสบการณ์มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันเสาร์กับนักศึกษาท่านอื่นๆ รวมถึงคณาจารย์ด้วย

ในห้องเรียน คณาจารย์จะวางตัวเป็นผู้คอยอำนวยการให้เกิดวงสนทนาของครูที่เป็นนักศึกษาให้แลกเปลี่ยนกัน นำปัญหาที่เห็นคล้ายๆ กันมาถกเถียงวิเคราะห์ หรือในอีกทางหนึ่ง พวกเราจะให้มุมมองใหม่ๆ หรือภารกิจใหม่ๆ ที่นักศึกษาต้องเอากลับไปใช้ในการทำงาน 5 วัน กระบวนการแบบนี้เองที่จะเปลี่ยนแปลงเขาและเกิดเรียนรู้บนการทำงานจริงๆ ตัวอย่างเช่น เราสอนว่า “คนเป็นครูควรสังเกตเด็กอย่างละเอียดโดยไม่ด่วนสรุป ไม่ด่วนตัดสิน ไม่ด่วนใช้อารมณ์” แค่ประโยคนี้แต่ฝึกปฏิบัติยากมาก เพราะในชีวิตประจำวันของครูจะได้รับการกระทบจากบรรยากาศในชั้นเรียนอยู่แล้ว   

                

วิธีการประเมินผลวัดพัฒนาการของผู้เรียน
ระยะเวลาการเรียนหนึ่งปีครึ่ง หรือ 3 ภาคการศึกษา โดยเรียนบนงาน 5 วันและเรียนวันเสาร์เต็มวัน เริ่มต้นด้วยการสวดมนต์ไหว้หระ ปฏิบัติธรรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางศึกษาศาสตร์ และจบด้วยการออกกำลังกาย เรามีกระบวนการเรียนรู้หลายกระบวนการ ทักษะหนึ่งที่สำคัญคือการฝึกให้เขารู้จักย้อนมองตัวเอง หรือที่เรียกว่า self-reflection ด้วยการปฏิบัติธรรม มีการทำงานศิลปะ โดยระหว่างกระบวนการทำงานนั้นๆ ให้ดูจิตดูใจตัวเอง แล้วนำสภาพจิตใจที่เกิดขึ้นจริงในตอนนั้นๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น เมื่อฝึกฝนไปเรื่อยๆ เขาก็จะมีทักษะในการย้อนมองดูตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

การวัดประเมินผลวัดตรงที่ความสามารถในการย้อนดูตัวเองและความสามารถในการปรับแก้ไขตัวเอง เรียนรู้จากผู้อื่นเป็น เราจะให้ผู้เรียนเขียนเล่าประสบการณ์ในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง อีกส่วนหนึ่งคือการประเมินจากการสื่อสารเล่าเรื่องและการนำเสนอ

การบูรณาการหลักสูตรที่ใช้ธรรมะ ธรรมชาติ  ศิลปะ และการออกกำลังกายเข้าด้วยกัน
พัฒนาการของมนุษย์ที่นำไปสู่ความสมบูรณ์ในตัวมี 4 ด้าน คือ กาย ใจ อารมณ์ และปฏิสัมพันธ์กับสังคม เราใช้ฐานพุทธธรรม ซึ่งมี 2 หลักการที่สำคัญคือ ต้องมีวิธีคิดในการมองตัวเอง เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของตนเอง ถ้ามีสติปัญญามองชัดและแยกแยะถือเอาเรื่องที่เป็นประโยชน์ เฉพาะเรื่องที่จะทำให้เขาปฏิบัติได้ดีทั้งกาย วาจา และใจ เราเรียนพื้นที่ตรงนี้ว่า “โยนิโสมนสิการ” และในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นจำเป็นต้องอาศัยเสียงจากคนภายนอก พื้นที่ตรงนี้เรียกว่า “กัลยาณมิตร” ซึ่งมีบุคคลที่แตกต่างหลากหลายแวดล้อมเราอยู่ ในการสร้างมนุษย์ให้สมบูรณ์เราต้องเรียนรู้จากพวกเขา โดยเฉพาะวิชาชีพครูต้องเป็นทั้งแบบอย่างและเป็นผู้นำทางสติปัญญาของเยาวชน การฝึกครูจึงเป็นงานที่ท้าทายมาก

การเปลี่ยนแปลงนำไปสู่การพัฒนาตน
สถาบันอาศรมศิลป์และโรงเรียนรุ่งอรุณเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เรารับนักศึกษาหลักสูตรหนึ่งประมาณ 20-30 คน และการที่เราทำเล็กทำให้เรามีโอกาสดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด คณะผู้สอนในหลักสูตรทุกคนมีการประชุมเพื่อทบทวนหรือปรับปรุงการสอนทุกสัปดาห์ เราเรียกกระบวนการนี้ว่า team teaching และจะมีติดตามการปฏิบัติงานสอนของนักศึกษาเป็นระยะๆ หลังจากเรียนจบหลักสูตร เราจะเข้าไปติดตามผล ซึ่งก็พบว่าหลายคนมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ครูใหญ่ของโรงเรียนก็สะท้อนมาว่าครูที่ผ่านหลักสูตรมาแล้วมีพัฒนาการที่ดี รับฟังผู้อื่น และเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้น

                        “คนเป็นครูควรสังเกตเด็กอย่างละเอียดโดยไม่ด่วนสรุป ไม่ด่วนตัดสิน ไม่ด่วนใช้อารมณ์”     
                                                                                                            สุรพล ธรรมร่มดี 

#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน