ต้าร์ AF3 : การรับประทานยาให้ถูกวิธี

การรับประทานยาให้ถูกวิธี

หลักง่ายๆ "5 ถ"

1. ถูกโรค - เนื่องจากยามีอยู่หลายชนิด จึงควรใช้ยาให้ตรงกับโรคที่เราเป็น โดยให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เพราะจะทำให้ไม่เป็นอันตราย

2. ถูกขนาด - ควรใช้ยาตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดไว้ เพราะถ้าใช้ยาเกินขนาดอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายหรือถ้าใช้น้อยไปอาจจะทำให้การรักษาโรคไม่ได้ผลดี

3. ถูกเวลา - แบ่งเป็น ยากินก่อนอาหาร ให้กินก่อนอาหาร 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี และ ยากินหลังอาหาร ให้กินหลังอาหารทันที หรือกินหลังอาหารไม่เกิน 15-30 นาที

4. ถูกวิธี - ยาที่นำมาใช้มีหลายชนิด บางชนิดกินได้ แต่บางชนิดใช้ทาหรือฉีด ดังนั้น เราจึงควรใช้ยาให้ถูกวิธี เช่น ไม่แกะผงยาที่อยู่ข้างในแคปซูลมาโรยแผลเป็นต้น

5. ถูกคำแนะนำ - ควรอ่านฉลากยาก่อนใช้ยาทุกครั้ง ฉลากยาเป็นข้อความที่บอกชื่อและสรรพคุณของยา ปีที่ผลิต วันหมดอายุ และคำเตือนในการใช้ยา

สิ่งสำคัญ! คือ ควรใช้ยาให้ถูกกับสภาพของคน เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น ยาที่ให้เด็กกินต้องมีปริมาณไม่เท่ากับผู้ใหญ่ ยาบางชนิดไม่ควรให้หญิงมีครรภ์กิน เพราะอาจเกิดอันตรายต่อลูกในท้องได้

นอกจากนี้ยังมีวิธีการรับประทานยาอีกหลายประเภท คือ

ยาที่รับประทานก่อนอาหาร ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ยาถูกดูดซึมได้ดีหรือออกฤทธิ์ระงับอาการบางอย่างที่จะเกิขึ้น ยาประเภทนี้ได้แก่ ยาแก้อาเจียน ยาลดอาการปวดเกร็งในกระเพาะอาหาร เป็นต้น
ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง เพื่อให้ยาถูกดูดซึมได้ดีตอนท้องว่าง และออกฤทธิ์ได้สูงสุด ยาประเภทนี้ได้แก่ ยาปฏิชีวนะประเภท เพนิซิลิน , แอมพิซิลิน , ไรเฟมนิซิน เป็นต้น 

ยาที่รับประทานหลังอาหาร หลังอาหาร หมายถึง ยาที่ฉลากระบุให้กินหลังอาหาร โดยทั่วไปให้ทานยาหลังอาหารประมาณ 15 นาที หลังอาหารทันที จะให้ทานหลังอาหารทันทีหรือทานพร้อมอาหารเพราะยาประเภทนี้จะระคายเคืองกระเพาะอาหารทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ได้แก่ ยาแอมไพริน ยาแก้ปวดไขข้อ ยาสเตรียรอยด์ เป็นต้น 

ยาที่รับประทานตอนท้องว่าง หมายถึงให้ทานยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดี ได้แก่ ยาเคลือบกระเพาะอาหาร แคลเซียม ( รับประทานเพื่อบำรุงกระดูก ) เป็นต้น

ยาที่ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน หมายถึง ยาที่แตกตัวยากต้องเคี้ยวก่อนกลืนเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น ได้แก่ ยาเคลือบกระเพาะอาหารชนิดเม็ด เป็นต้น

ยาที่ห้ามบดห้ามเคี้ยว ได้แก่ยาประเภท

ยาเม็ดเคลือบให้ออกฤทธิ์ที่ลำไส้ ( Enteric coated tablet ) ยาที่ทำรูปแบบนี้จะเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหารโดยจะเคลือบเม็ดยาเพื่อให้ยาแตกตัวในลำไส้ ถ้าหากบดหรือเคี้ยวยาชนิดนี้จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่กระเพาะอาหาร ได้แก่ ยาแอสไพริน , ยาแก้ปวดไขข้อ เป็นต้น

ยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์เนินนาน ( sustainld release table , exterded capsule ) ยาจะประกอบด้วย เม็ดยา ( Gramule ) เล็กๆ ที่เคลือบตัวยาเป็นชั้นๆ ไว้ เมื่อกินยาเข้าไป ตัวยาจะค่อยๆ ปล่อยออกมาเป็นระยะ อาจเป็น 12 หรือ 24 ชั่วโมง ตามแต่ผู้ผลิต ถ้าหากบดหรือเคี้ยวเม็ดยาชนิดนี้ ตัวยาทั้งหมดจะออกฤทธิ์พร้อมกันหมดครั้งเดียว อาจทำให้เกิดอันตรายจากการได้รับยาเกินขนาด

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก คุณเอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ หนังสือเรียนวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นป.4 สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ อจท.
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี : http://www.childrenhospital.go.th/main/ph/detail2.htm

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน