การสื่อสารข้อมูลระบบเครือข่าย

ระบบเครือข่ายเบื้องต้น
1. ประเภทของระบบเครือข่าย  แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
     - MAN (แมน) เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network หรือ MAN) เป็นเครือข่ายขนาดกลาง ใช้ภายในเมือง หรือ จังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เช่น ระบบเคเบิ้ลทีวีที่มีสมาชิกตามบ้านทั่วไป ที่เราดูกันอยู่ทุกวัน ก็จัดเป็นระบบเครือขายแบบ MAN
     - WAN (แวน) เครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network หรือ WAN) เป็นระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ ใช้ติดตั้งบริเวณกว้าง มีสถานี หรือจุดเชื่อมต่อมากมาย มากกว่า 1 แสนจุด ใช้สื่อกลางหลายชนิด เช่น ระบบคลื่นวิทยุ ไมโครเวฟ หรือดาวเทียม
     - LAN (แลน) เครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network หรือ LAN) เป็นเครือข่ายระยะใกล้ใช้กันอยู่ในบริเวณไม่กว้างนัก อาจอยู่ในองค์กรเดียวกัน หรืออาคารที่ใกล้กัน เช่น ภายในสำนักงาน ภายในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ระบบเครือข่ายท้องถิ่น จะช่วยให้ติดต่อกันได้สะดวก ช่วยลดต้นทุนสและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ

2. ความหมายและความสำคัญของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
     2.1 โฮสต์ (Host)  คือ ในกรณีที่เป็นการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลาง เราเรียกคอมพิวเตอร์ที่เป็นศูนย์กลางนี้ว่า โฮสต์ (Host)
     2.2 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network) หมายถึง การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปเข้าด้วยกันด้วยสายเคเบิล หรือสื่ออื่น ๆ ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรับส่งข้อมูลแก่กันและกันได้
     2.3 ความสำคัญ ระบบเครือข่าย (Network) จะเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเพื่อการติดต่อสื่อสารเราสามารถส่งข้อมูลภายในอาคาร หรือข้ามระหว่างเมืองไปจนถึงอีกซีกหนึ่งของโลก ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ อาจเป็นทั้งข้อความรูปภาพ เสียง ก่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็วแก่ผู้ใช้ ซึ่งความสามารถเหล่านี้ทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีความสำคัญและจำเป็นต่อการใช้งานในแวดวงต่าง ๆ

3. ลักษณะการเชื่อมต่อของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
     3.1 เครือข่ายแบบบัส (Bus Network) เครือข่ายแบบนี้จะมีการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์บนสายเคเบิลซึ่งเรียกว่าบัส คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ๆ สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้เป็นอิสระ โดยข้อมูลจะวิ่งผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ บนสายเคเบิลจนกว่าจะถึงจุดที่ระบุไว้ (Address)
     3.2 เครือข่ายแบบดาว (Star Network) เครือข่ายแบบนี้ จะมีคอมพิวเตอร์หลักที่เรียกว่า โฮลต์ (Host) ต่อสายกับคอมพิวเตอร์ย่อยที่เป็นไคลเอนต์ (Client) คอมพิวเตอร์ที่เป็นไคลเอนต์แต่ละเครื่องไม่สามารถติดต่อกันได้โดยตรง การติดต่อจะต้องผ่านคอมพิวเตอร์ที่เป็นศุนย์กลาง
     3.3 เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Network) เครือข่ายแบบนี้จะมีการติดต่อสื่อสารเป็นแบบวงแหวน โดยที่ไม่มีคอมพิวเตอร์หลัก คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องในเครือข่ายสามารถติดต่อกันได้โดยตรง
     3.4 ลักษณะ จุดปลายทงของการรับ-ส่งข้อมูล เราเรียกว่าโหนด (Node) ซึ่งโหนดนี้อาจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ATM หรือเครื่องรับโทรศัพท์ ซึ่งแล้วแต่วัตถุประสงค์ของการใช้งาน ซึ่งการที่จะทำให้แต่ละโหนด ติดต่อรับ-ส่งข้อมูลถึงกันได้นั้น ต้องมีการเชื่อมต่อที่เป็นระบบ ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ เราสามารถแบ่งลักษณะของการเชื่อมโยงออกเป็น 3 ลักษณะ คือ เครือข่ายแบบดาว เครือข่ายแบบวงแหวน เครือข่ายแบบบัส

เครือข่ายอินเตอร์เน็ต
1. กำเนิดอินเตอร์เน็ต
     อินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่ถือกำเนิดเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยองค์กรทางทหารของสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า  ยู.เอส.ดีเฟนซ์ ดีพาร์ทเมนท์ (U.S.Defence Department) เป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นมา มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้มีระบบเครือข่ายที่ไม่มีวันตาย แม้จะมีสงคราม ระบบการสื่อสารถูกทำลายหรือตัดขาด แต่ระบบเครือข่ายแบบนี้ ยังทำงานได้ ซึ่งระบบดังกล่าวจะใช้วิธีการส่งข้อมูล ในรูปของคลื่นไมโครเวฟ ฝ่ายวิจัยขององค์กรจึงได้จัดตั้งระบบเน็ตเวิร์กขึ้นมา เรียกว่า ARP A net ย่อมาจาก Advance Research Project Agency Net ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมในหมู่ของหน่วยงานองค์กร รัฐบาล และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เป็นอย่างมาก

2. ความหมายของอินเตอร์เน็ต
     เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเครือข่ายโทรคมมนาคมเป็นตัวเชื่อมเครือข่ายภายใตมาตรฐานการเชื่อมโดยงด้วยโปรโตคอลเดียวกันคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเตอร์เน็ตสามารถสื่อสารระหว่างกันได้ นับว่าเป็นเครือข่ายที่กว้างขวางที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้นิยมใช้โปรโตคอลอินเตอร์เน็ตจากทั่วโลกมากที่สุด

3. ข้อดีของอินเตอร์เน็ต
     - ค้นคว้าข้อมูลในลักษณะต่าง ๆ เช่น งานวิจัย บทความในหนังสือพิมพ์ความก้าวหน้าทางการแพทย์ ฯลฯ ได้จากแหล่งข้อมูลทั่วโลก เช่น ห้องสมุด สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาในการเดินทาง และสามารถสืบค้นได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
     - ติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จากการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่าง ๆ รวมทั้งอ่านบทความเรื่องราวที่ลงนิตยสาร หรือวารสารต่าง ๆ ได้ฟรีโดยมีทั้งข้อความและภาพประกอบด้วย
     - รังส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเงินค่าตราไปรษณียากร ถึงแม้จะเป็นการส่งข้อความไปต่างประเทศ ก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นเหมือนการส่งจดหมาย การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นี้ นอกจากจะส่งข้อความตัวอักษรแบบจดหมายธรรมดาแล้ว ยังสามารถส่งแฟ้มภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงพร้อมกันไปได้ด้วย
     - สนทนากับผู้อื่นที่อยู่ห่างไกลได้ทั้งในลักษณะการพิมพ์ข้อความและเสียง
     - ร่วมกลุ่มอภิปรายหรือกลุ่มข่าวเพื่อแสดงความคิดเห็น หรือพูดคุยถกปัญหากับผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน เป็นการขยายวิสัยทัศน์ในเรื่องที่สนใจนั้น ๆ
     - ถ่ายโอนแฟ้มข้อความ ภาพ และเสียงจากที่อื่น ๆ รวมทั้งโปรแกรมต่าง ๆ ได้จากแหล่งที่มีผู้ให้บริการ
     - ตรวจดูราคาสินค้าและสั่งซื้อสินค้ารวมทั้งบริการต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปห้างสรรพสินค้า
     - ให้ความบันเทิงหลายรูปแบบ เช่น การฟังเพลง รายการวิทยุ การชมรายการโทรทัศน์ ภาพยนต์ รวมไปถึงการแข่งขันเกมกับผู้อื่นได้ทั่วโลก
     - ติดประกาสข้อความที่ต้องการให้ผู้อื่นทราบได้อย่างทั่วถึง
     - ให้เสรีภาพในการสื่อสารทุกรูปแบบแก่บุคคลทุกคน

4. ข้อจำกัดของอินเตอร์เน็ต
     4.1 อินเตอร์เน็ตเป็นข่ายงานขนาดใหญ่ ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนจึงสามารถสร้างเว็บไซต์หรือติดประกาศข้อความได้ทุกเรื่อง บางครั้งข้อความนั้นอาจจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับการรับรอง เช่น ข้อมูลด้านการแพทย์หรือผลการทดลองต่าง ๆ จึงเป็นวิจารญาณของผู้อ่าน ที่จะต้องไตร่ตรองข้อความที่อ่านนั้นด้วยว่า ควรจะเชื่อถือได้หรือไม่
     4.2 นักเรียนและเยาวชน อาจติดต่อเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือาจยั่วยุอารมณ์ ทำให้เป็นอันตรายตัวเองและสังคม


การค้นคว้าและการสืบค้นข้อมูล
1. การค้นหาข้อมูล

1. 

2. การค้นหารูปภาพ

3. การเก็บบันทึกภาพไว้

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง