การฝึกเข้าแถวลูกเสือ ตอนที่ 1

ความมุ่งหมายของการฝึกอบรมลูกเสือ

1. เพื่อให้ลูกเสือเกิดความกระตือรือร้นต่อเครื่องหมายวิชาพิเศษ
2. เพื่อให้ลูกเสือแสดงความสามารถตามวิชาพิเศษที่ลูกเสือมีความถนัด
3. เพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือมีความชำนาญต่อวิชาพิเศษ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
4. เพื่อให้มีความสามารถพิเศษ จนได้รับเครื่องหมายสายยงยศ หรือลูกเสือหลวงอันเป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติอย่างสูงของลูกเสือ การเข้ารับการฝึกและสามารถทำงานฝึกลูกเสือด้วยตนเอง

ลูกเสือที่เลือกเรียนวิชาการฝึกเป็นผู้นำ จะต้องมีความรู้ ความสามารถและมีทักษะในวิชาที่เป็นพื้นฐานในการทำงานฝึกลูกเสือด้วยตนเอง ดังนี้
     1. การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า 
     2. การจัดแถว 
     3. การเดินสวนสนาม 

การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า

ท่าตรง 
     คำบอก : “แถว-ตรง”
     การปฏิบัติ : ยืนให้ส้นเท้าชิดกัน และอยู่ในแนวเดียวกัน ปลายเท้าแบะออกข้างละเท่า ๆ กัน ห่างกันประมาณ 1 คืบ (ทำมุม 45 องศา) เข่าเหยียดตึงและบีบเข้าหากัน ลำตัวยืดตรงอกผาย ไหล่เสมอกัน แขนทั้งสองห้อยอยู่ข้างตัวและเหยียดตรง พลิกศอกไปข้างหน้าเล็กน้อย จนไหล่ตึงนิ้วมือเหยียดและชิดกันนิ้วกลางติดขาตรงกึ่งกลางประมาณแนวตะเข็บกางเกงเปิดฝ่ามือออกเล็กน้อย ลำคอยืดตรง ไปยื่นคาง ตาแลตรงไปข้างหน้าได้ระดับน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าทั้งสองเท่า ๆ กัน และนิ่ง  
     **หมายเหตุ     1. ท่าตรงเป็นท่าเบื้องต้นและเป็นรากฐานของการปฏิบัติท่าอื่น ๆ 
                         2. ใช้เป็นท่าสำหรับแสดงการเคารพได้ท่าหนึ่ง

ท่าพัก
     ก. พักตามปรกติ
          คำบอก : “พัก“
          การปฏิบัติ : หย่อนเข่าขวาก่อน ต่อไปจึงหย่อนและเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและเปลี่ยนเข่าพักได้ตามสมควร แต่เท้าทั้งสองคงอยู่กับที่ ห้ามพูดเมื่อได้ยินคำบอกว่า “แถว“  ให้ยืดตัวตรง นอกจากเข่าขวา ครั้นเมื่อได้ยินคำบอกว่า “ตรง“ ให้กระตุกเขาขวาโดยเร็วและแข็งแรงกลับไปอยู่ในลักษณะของท่าตรง 
     ข. พักตามระเบียบ
          คำบอก : “ตามระเบียบ,พัก“
          การปฏิบัติ : แยกเท้าซ้ายออกไปทางซ้ายประมาณ 30 ซม.(หรือประมาณเกือบครึ่งก้าวปกติ) อย่างแข็งแรงและองอาจ พร้อมกับจับมือไขว้หลังให้หลังมือเข้าหาตัว มือขวาทับมือซ้ายนิ้วหัวแม่มือขวาจับนิ้วหัวแม่มือซ้าย หลังมือซ้ายแบบติดลำตัวในแนวกึ่งกลางหลังและอยู่ใต้เข็มขัดเล็กน้อย ขาทั้งสองตึง น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าทั้งสองเท่า ๆ กันและนิ่ง 
          เมื่อได้ยินคำบอกว่า “แถว-ตรง“ ให้ชักเท้าซ้ายชิดเท้าขวาอย่างแข็งแรง พร้อมกับมือทั้งสองกลับไปอยู่ในลักษณะท่าตรงตามเดิม
     ค. พักตามสบาย
          คำบอก : “ตามสบาย,พัก“
          การปฏิบัติ : หย่อนเข่าขวาก่อนเช่นเดียวกับ “พัก“ ต่อไปจึงเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสบายและพูดจากันได้แต่เท้าข้างหนึ่งต้องอยู่กับที่ ถ้ามิได้รับอนุญาตให้นั่งจะนั่งไม่ได้
          เมื่อได้ยินคำบอกว่า “แถว-ตรง“ ให้ปฏิบัติอย่างเดียวกับท่าพักตามปรกติ
     ง. พักนอกแถว
          คำบอก : “พักแถว“
          การปฏิบัติ : ต่างคนต่างแยกออกจากแถวทันที แต่ต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนั้น และไม่ทำเสียงอึกทึกเมื่อได้ยินคำบอกว่า “แถว“  ให้รีบกลับมาเข้าแถวตรงที่เดิมโดยเร็ว ในรูปแถวเดิม และเมื่อจัดแถวเรียบร้อยแล้วให้อยู่ในท่าตรงจนกว่าจะมีคำบอกคำสั่งต่อไป
          **หมายเหตุ     สำหรับท่าพัก
               ท่าพัก เป็นท่าที่เปลี่ยนอิริยาบถจากท่าตรง เพื่อผ่อนคลายความเคร่งเครียดตามโอกาสต่าง ๆ คือ
                    1. พักตามปรกติใช้พักในโอกาสระหว่างฝึก-สอนเพื่ออธิบายหรือแสดงตัวอย่างแก่ลูกเสือ
                    2. พักตามระเบียบ ใช้พักในโอกาสเกี่ยวกับพิธีการต่าง ๆ  เช่น  ตรวจพลสนามหญ้า หรืออยู่ในแถวกองเกียรติยศ ฯลฯ
                    3. พักตามสบาย ใช้พักในโอกาสที่ต้องรอรับคำสั่ง เพื่อปฏิบัติต่อไปเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เช่น เมื่อ ผู้ควบคุมแถวต้องไปรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา  เป็นต้น
                    4. พักนอกแถว ใช้พักในโอกาสที่ต้องรอรับคำสั่ง เพื่อปฏิบัติต่อไปนี้เป็นระยะเวลานาน ๆ

ท่าเคารพ
     1. วันทยหัตถ์
          ก.การหัดขั้นต้น
               คำบอก : “วันทยหัตถ์“ และ “มือลง“
               การปฏิบัติ : ยกมือขวาโดยเร็วและแข็งแรง จัดนิ้วอย่างเดียวกับท่ารหัสของลูกเสือให้ปลายนิ้วชี้แตะขอบล่างของหมวก ค่อนไปข้างหน้าเล็กน้อยในแนวหางตาขวา มือเหยียดตามแนวแขนขวาท่อนล่าง นิ้วเหยียดตรงและเรียงชิดกันข้อมือไม่หัก เปิดฝ่ามือขึ้นประมาณ 30 องศา แขนขวาท่อนบนยื่นไปทางข้าง อยู่ประมาณแนวไหล่ เมื่ออยู่ที่แคบ ๆ  ให้ลดข้อศอกลงได้ตามความเหมาะสม ร่างกายส่วนอื่นต้องไม่เสียลักษณะท่าตรง  เมื่อได้ยินคำบอก “มือลง“ ให้ลดมือลงอยู่ในท่าตรงโดยเร็วและแข็งแรง
               **หมายเหตุ    ท่าวันทยหัตถ์ โดยปรกติต่อจากท่าตรงเป็นค่าเคารพ เมื่ออยู่ตามลำพังนอกแถวของลูกเสือทุกประเภท สำหรับลูกเสือสำรองให้ทำวันทยหัตถ์ 2 นิ้ว คือ ยกมือขวาขึ้นแยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางออกจากเหยียดตรง (รูปตัววี) และเมื่อจำเป็นก็ให้ ทำจากท่านั่งได้
          ข. ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เข้าแถวแสดงการเคารพด้วยท่าวันทยหัตถ์(สวมหมวก)
          ค. ลูกเสือจะสวมหมวกหรือมิได้สวมหมวก ให้ทำวันทยหัสถ์ได้ ถ้าไม่ได้สวมหมวกให้ปลายนิ้วชี้แตะที่หางคิ้วขวา
          เมื่อมีผู้รับการเคารพ
               คำบอก : “ทางขวา,(ทางซ้าย, ตรงหน้า) วันทยหัตถ์” 
               การปฏิบัติ : สะบัดหน้าไปยังผู้รับการเคารพ พร้อมกับยกมือทำวันทยหัสถ์ ก่อนถึงผู้รับการเคารพ 3 ก้าว ตามองจับผู้รับการเคารพและหันหน้าตามจนผู้รับการเคารพผ่านพ้นไปแล้ว 2 ก้าว ให้สะบัดหน้ากลับพร้อมกับลดมือลงเอง ถ้าผู้รับการเคารพอยู่ตรงหน้าก็ปฏิบัติโดยไม่ต้องสะบัดหน้า 
               ในการหัด เมื่อผู้รับการเคารพไม่เคลื่อนที่ผ่านก็ให้สะบัดหน้ากลับพร้อมกับลดมือลงตามคำบอกว่า “มือลง“
     2. แลขวา แลซ้าย-ทำ
          คำบอก : “แลขวา(ซ้าย) - ทำ“
          การปฏิบัติ : สะบัดหน้าไปทางขวา(ซ้าย) ประมาณกึ่งขวา(ซ้าย) ก่อนถึงผู้รับการเคารพ 3 ก้าว ตามองจับตาผู้รับความเคารพหันหน้าตามจนผู้รับการเคารพผ่านพ้นไปแล้ว 2 ก้าว แล้วสะบัดหน้ากลับที่เดิม (รูปที่ 12) ในการหัด เมื่อผู้รับการเคารพไม่เคลื่อนที่ผ่าน ก็สะบัดหน้ากลับที่เดิมตามคำบอกว่า “แล-ตรง“ 
          **หมายเหตุ  ท่าแลขวา (ซ้าย) เป็นท่าแสดงการเคารพ เมื่อลูกเสืออยู่ในแถว มือเปล่าหรือถืออาวุธ ที่ทำท่าวันทยาวุธไม่ได้ และเป็นท่าแสดงการเคารพตามลำพัง นอกแถวของลูกเสือในเมื่อไม่สามารถแสดงการเคารพตามลำพัง นอกแถวของลูกเสือ ในเมื่อไม่สามารถแสดงการเคารพด้วยท่าวันทยหัตถ์ได้
          ข้อแนะนำสำหรับท่าเคารพ 
               1. การแสดงการเคารพ ในเวลาเคลื่อนที่แขนต้องไม่แกว่งคงเหยียดตรงตลอดปลายนิ้วและห้อยอยู่ข้างตัว (มือไม่ติดขาเหมือนอย่างอยู่กับที่
               2. รัศมีแสดงการเคารพ ถือระยะที่มองเห็นเครื่องหมายหรือจำได้เป็นเกณฑ์  ถ้าเข้าแถวรวมกับลูกเสือ ถืออาวุธเมื่อได้ยินคำบอกว่า “ทางขวา(ทางซ้าย) ระวัง, วันทยา-วุธ” ให้ทำท่าแลขวา(ซ้าย) พร้อมกับผู้ที่ทำท่าวันทยวุธ และทำท่า ”แลตรง”  เมื่อขาดคำบอกว่า ”เรียบ-อาวุธ” พร้อมกับผู้ที่ทำท่าเรียบอาวุธ
               3. ในเวลาเคลื่อนที่ เมื่อจะต้องทำการเคารพโดยวิธีหยุดก่อนที่ผู้รับการเคารพ จะมาถึงระยะ การแสดงการเคารพให้ทำท่าหันในเวลาเดิน ไปทางทิศที่ผู้รับการเคารพจะผ่านมา โดยหยุดชิดเท้าอยู่ในท่าตรงแล้ว แสดงการเคารพไปยังผู้รับการเคารพ เมื่อเลิกแสดงการเคารพแล้วให้ทำท่าหันไปในทิศทางเดิม และก้าวเท้าหลังเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่ต้องชิดเท้า
               4. ในโอกาสที่ผู้รับการเคารพอยู่กับที่ ผู้แสดงการเคารพไม่ต้องหยุดแสดงการเคารพ
               5. การแสดงการเคารพ ประกอบกับการรายงาน เช่น ในหน้าที่เวรยาม ให้วิ่งเข้าไปรายงาน และหยุดแสดงการเคารพห่างจากผู้รับการเคารพ 3 ก้าว หลังจากรายงานจบหรือภายหลังจากซักถามเสร็จแล้ว  (จากวันทยหัตถ์หรือวันทยาวุธ) ให้ลดมือลดหรือเรียบอาวุธ   แล้วปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ท่าหันอยู่กับที่
     1. ขวาหัน
          คำบอก : “ขวา-หัน“
          การปฏิบัติ : ทำเป็น 2 จังหวะ คือ
               - จังหวะ 1  เปิดปลายเท้าขวา และยกส้นเท้าซ้าย ทันใดนั้นให้หันตัวไปทางขวาจนได้ 90 องศา หมุนเท้าทั้งสองไปโดยให้ส้นเท้าและปลายเท้าซึ่งเป็นหลักนั้น ติดอยู่กับพื้นน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าขวาขาซ้ายเหยียดตึง ปิดส้นเท้าซ้ายออกข้างนอกพอตึง
               - จังหวะ  2  ชักเท้าซ้ายมาชิดเท้าขวาในลักษณะท่าตรงโดยเร็วและแข็งแรง 
     2. ซ้ายหัน
          คำบอก : “ซ้าย-หัน”
          การปฏิบัติ : ทำเป็น 2 จังหวะ อย่างเดียวกับท่าขวาหันโดยเปลี่ยนคำว่า “ขวา” เป็น ”ซ้าย”
     3. กลับหลังหัน
          คำบอก : “กลับหลัง-หัน“
          การปฏิบัติ : ทำเป็น 2 จังหวะคือ
               - จังหวะ  1  ทำเช่นเดียวกับท่าขวาหันจังหวะ 1 แต่หันเลยไปจนกลับหน้าเป็นหลังครบ 180 องศาและให้ปลายเท้าซ้ายไปหยุดอยู่ข้างหลังเฉียงซ้ายประมาณครึ่งก้าวและในแนวส้นเท้าขวา
               - จังหวะ  2  ทำเช่นเดียวกับท่าขวาหันจังหวะ 2
     4. กึ่งขวา (ซ้าย) หัน
          คำบอก : “กึ่งขวา(ซ้าย)-หัน“
          การปฏิบัติ : ทำเป็น 2 จังหวะให้เหมือนกับขวาหัน ,ซ้ายหัน แต่หันไปเพียง 45 องศา

ท่าเดิน
     1. เดินตามปกติ
          คำบอก : "เดินตามปกติ"
          การปฏิบัติ : โน้มน้ำหนักตัวไปข้างหน้า พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายออกเดินก่อน ขาเหยียดตึงปลายเท้างุ้มส้นเท้าสูงจากพื้นประมาณ 1 คืบ เมื่อจะวางเท้าและก้าวเท้าต่อไป ให้โน้มน้ำหนักตัวไปข้างหน้าตบเต็มฝ่าเท้าอย่างแข็งแรง ทรงตัวและศรีษะอยู่ในท่าตรง แกว่งแขนตามธรรมดาเฉียงไปข้างหน้าและข้างหลังพองาม เมื่อแกว่งแขนไปข้างหน้าข้อศอกงอเล็กน้อย เมื่อแกว่งแขนไปข้างหลังให้แขนเหยียดตรงตามธรรมชาติหันหลังมือออกนอกตัว แบมือให้นิ้วมือเรียงชิดติดกัน 
          ความยาวของก้าว 40-60 เซนติเมตร (นับจากส้นเท้าถึงส้นเท้า) รักษาความยาวของก้าวให้คงที่ อัตราความเร็วในการเดินนาทีละ 90-100 ก้าว
     2. เดินตามสบาย
          คำบอก : “เดินตามสบาย“
          การปฏิบัติ : เปลี่ยนจากเดินตามปกติเป็นเดินตามสบาย ระยะก้าวเช่นเดียวกับการเดินตามปกติ อัตราความเร็วในการเดินนาทีละ 120-150 ก้าว แต่ไม่ต้องรักษาท่าทางให้เคร่งครัด ถ้าเดินทางเป็นหน่วยก็ได้ ต้องเดินพร้อมพร้า ลูกเสืออาจจะพูดกันได้เว้นแต่จะมีคำสั่งห้ามถ้าจะเปลี่ยนให้เดินพร้อมกันและ ให้กลับมาอยู่ในท่าเดินตามปกติให้ใช้คำบอกว่า “เดินเข้าระเบียบ “ หรือจะบอกแถวหยุดเสียก่อนแล้วจึงบอกให้ออกเดินทางใหม่ก็ได้ จากท่าเดินตามสบายเมื่อจะบอกแถวหยุด จะต้องบอกให้ลูกเสือเดินเข้าระเบียบเสียก่อนเสมอ
     3. เปลี่ยนเท้า
          คำบอก : “เปลี่ยนเท้า“
          การปฏิบัติ : ให้ก้าวเท้าไปข้างหน้าอีก 1 ก้าว ยั้งตัวพร้อมกับก้าวเท้าหลังให้ปลายเท้าหลังชิดส้นเท้าหน้า และก้าวเท้าหน้าออกเดินต่อไป 
     4. เดินครึ่งก้าว
          คำบอก : “ครึ่งก้าว-เดิน “
          การปฏิบัติ : ก้าวเท้าเดินเช่นเดียวกับการเดินตามธรรมดา แต่ลดระยะก้าวลงเหลือเพียงครึ่งก้าว การเดินตามปกติ จังหวะก้าวตามจังหวะของท่าเดินครั้งนั้น   ถ้าจะให้เดินเต็มก้าวต่อไป ให้ใช้คำบอกว่า “หน้า-เดิน“ ส่วนท่าหยุดจากท่าเดินครึ่งก้าวคงปฏิบัติอนุโลม เช่นเดียวกับท่าหยุดจากท่าเดินตามปกติ
     5. ซอยเท้า
          คำบอก : “ซอยเท้า-ทำ“
          การปฏิบัติ : เมื่อหยุดอยู่กับที่ ถ้าได้ยินคำบอกว่า “ซอยเท้าทำ“ ให้ยกเท้าขึ้นลงสลับกันอยู่กับที่ตามจังหวะเดินในครั้งนั้น โดยยกเท้าซ้ายขึ้นก่อนเท้าที่ยกขึ้นนั้นให้พื้นรองเท้า สูงจากพื้นประมาณ 1 คืบ ลักษณะมือและการแกว่งแขนคงเป็นไปตามท่าเดินครั้งนั้น 
          ถ้ากำลังเดิน เมื่อได้ยินคำว่า “ซอยเท้า-ทำ”  ไม่ว่าเท้าใดจะตกถึงพื้นก็ตามให้เดินต่อไปอีก 1 ก้าว แล้วก้าวเท้าหลังให้ส้นเท้าหลังเสมอแนวเดียวกับส้นเท้าหน้า และยกเท้าเดิมนั้นขึ้นก่อน ต่อไปเป็นการปฏิบัติเช่นเดียวกับเมื่อหยุดอยู่กับที่ทั้งสองโอกาสดังกล่าวแล้ว ถ้าจะให้เดินต่อไปก็ใช้คำบอกว่า “หน้า-เดิน“ เมื่อเท้าซ้ายตกถึงพื้น ซอยเท้าขวาอยู่กับที่แล้วก้าวเท้าซ้ายออกเดินต่อไป หรือจะให้หยุดก็ให้ใช้คำบอกว่า “แถว-หยุด“ เช่นเดียวกับท่าหยุดในเวลาเดิน
          **หมายเหตุ ในการฝึกถ้าลูกเสือคนใดซอยเท้าผิด ให้ซอยเท้าซ้ำเท้าเดิมอีกหนึ่งครั้ง
     6. เดินเฉียง
          คำบอก : “เฉียงขวา(ซ้าย),ทำ“
          การปฏิบัติ : เมื่อขาดคำบอกว่า “ทำ“ ในขณะที่เท้าขวา(ซ้าย)ตกถึงพื้นให้ก้าวเท้าซ้าย(ขวา) ออกเดินต่อไปพร้อมกับปิดปลายเท้า และหันตัวไปทางกึ่งขวา(ซ้าย) แล้วก้าวเท้าหลังเดินไปในทางทิศใหม่ที่เป็นมุม 45 องศา กับทิศทางเดิมโดยต่อเนื่อง ไม่มีการหยุดชะงัก จังหวะก้าวเป็นไปตามจังหวะของท่าเดินครั้งนั้น
          ถ้าจะให้กลับมาเดินในทิศทางเดิม ก็ใช้คำบอกว่า “เดินตรง“ ลูกเสือก้าวเท้าทำกึ่งซ้าย (ขวา) แล้วเดินตรงไปข้างหน้าต่อไป คำบอกต้องบอกให้ขณะที่เท้าซ้าย(ขวา)ตกถึงพื้น

ท่าหยุด
     คำบอก : “แถว-หยุด “
     การปฏิบัติ : ในขณะที่กำลังเดินตามปกติ เมื่อได้ยินคำบอกว่า “แถว-หยุด“ ไม่ว่าเท้าข้างใดข้างหนึ่งจะตกถึงพื้นก็ตาม ให้ปฏิบัติเป็น 2 จังหวะ คือ 
          - จังหวะ 1 ก้าวเท้าต่อไปอีก 1 ก้าว
          - จังหวะ  2  ชักเท้าหลังไปชิดเท้าหน้าในลักษณะท่าตรงอย่างแข็งแรง
     **หมายเหตุ   
               1. ท่าหยุดโดยธรรมดา ผู้บอกแถวควรบอกให้ตกเท้าขวา
               2. เมื่อใช้คำบอกว่า “แถว“ ลงเท้าใดให้บอกคำว่า “หยุด“ ลงเท้านั้นในก้าวต่อไป เช่น บอก “แถว“ ลงเท้าขวา เมื่อก้าวเท้าซ้ายต่อไปและลงเท้าขวาอีกเป็นครั้งที่ 2 จึงบอกคำว่า “หยุด“

ท่าก้าวทางข้าง
     คำบอก : “ก้าวทางขวา(ซ้าย),ทำ“
     การปฏิบัติ : ยกส้นเท้าทั้งสอง แล้วก้าวเท้าขวา(ซ้าย)ไปทางขวา(ซ้าย) 30 ซม. (หรือประมาณเกือบก้าวปกติ) แล้วชักเท้าซ้าย(ขวา) ไปชิดอย่างแข็งแรงระหว่างใช้เท้าเคลื่อนที่เข่าทั้งสองต้องตึงส้นเท้ายกและก้าวทางข้างต่อไปในจังหวะเดินตามปกติ
 ถ้าจะให้หยุดจากท่าก้าวทางข้าง ให้ใช้คำบอกว่า “แถว-หยุด” ขณะเมื่อเท้าทั้งสองมาชิดกัน ปฏิบัติโดยก้าวไปทางขวา(ซ้าย)อีก 1 ก้าว และหยุดด้วยการก้าวเท้าข้างหนึ่งไปชิด  และให้อยู่ในลักษณะของท่าตรงทันที
     **หมายเหตุ   
               1. ท่าก้าวทางข้างใช้สำหรับหัดให้ลูกเสือรู้จักวิธีปฏิบัติถูกต้อง  เพื่อนำไปใช้ตามลำพังในแถว
               2. ท่านี้ใช้ในโอกาสเมื่อมีการจัดหรือ  ร่น แถวในระยะสั้น ๆ ซึ่งต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย  เช่น  การปฏิบัติการของแถวขบวนสั้น ๆ  หรือในพิธีตรวจพลสวนสนาม  เป็นต้น
               3. ถ้ากำหนดจำนวนก้าวให้แล้  ลูกเสือคงก้าวเท้าไปตามจำนวนก้าวที่กำหนดแล้วหยุดเองไม่ต้องใช้คำบอกว่า “แถว-หยุด“          

ท่าก้าวถอยหลัง
     คำบอก : “ก้าวถอยหลัง, ทำ“
     การปฏิบัติ : เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย  พร้อมกับก้าวเท่าซ้ายถอยหลัง  ก่อนวางเท้าลงบนพื้นตามธรรมดาให้ปลายเท้าลงก่อนแกว่งแขน  เช่นเดียวกับท่าเดินตามปกติ     ความยาวของก้าว  30  ซม. หรือครึ่งก้าวปกติ จังหวะก้าวเช่นเดียวกับท่าเดินตามปกติ 
     ถ้าจะให้หยุดจากทางก้าวถอยหลัง ให้ใช้คำบอกว่า “แถว-หยุด” ไม่ว่าเท้าข้างใดจะตกถึงพื้น ให้ก้าวถอยหลังไปอีก 1 ก้าว แล้วชักเท้าที่อยู่ข้างหน้าไปชิดสันเท้าที่อยู่ข้างหลังและอยู่ในลักษณะท่าตรง
     **หมายเหตุ
               1. ท่าก้าวถอยหลังใช้สำหรับหัด ให้ลูกเสือรู้จักวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อนำไปใช้ตามลำพังในแถวหรือในความควบคุมตามคำบอก เช่น “ก้าวถ้อยหลังสาม(สี่)ก้าว,ทำ”
               2. ท่านี้ใช้ในการจัดแถวเมื่ออยู่กับที่ และทำในระยะสั้น ๆ เท่านั้น
               3. ถ้ากำหนดจำนวนก้าวให้แล้ว ลูกเสือคงก้าวเท้าไปตามจำนวนก้าวที่กำหนดแล้ว หยุดเองไม่ต้องใช้คำบอกว่า “แถว-หยุด”

ท่าวิ่ง
     1. การวิ่ง
          คำบอก : “วิ่ง,หน้า-วิ่ง”
          การปฏิบัติ : ออกวิ่งด้วยเท้าซ้ายก่อน วางปลายเท้าลงบนพื้นงอเข่าเล็กน้อย โน้มตัวไปข้างหน้า ขาหลังไม่ต้องเหยียดตึง ปลายเท้ายกสูงจากพื้นพอสมควรพร้อมกันนั้นยกมือขึ้นเสมอราวนม กำมือและหันฝ่ามือเข้าหาตัว ยืดอกและศรีษะตั้งตรง ขณะวิ่งแกว่งแขนที่งอตามจังหวะก้าวได้ พอสมควร (รูปที่ 27) ความยาวของก้าว 50-60 ซม. รักษาความยาวของก้าวให้คงที่ อัตราความเร็วในการวิ่งนาทีละ 150-160 ก้าว
          **หมายเหตุ
                    ก. ท่าวิ่ง ใช้ในโอกาสต้องการความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ซึ่งปกติเป็นระยะใกล้ ๆ หรืออีกประการหนึ่งเพื่อการออกกำลังกายของลูกเสือ
                    ข. ท่านี้เริ่มได้ทั้งเมื่อเวลาอยู่กับที่และขณะกำลังเดิน สำหรับกำลังเดิน สิ้นคำบอกเมื่อตกเท้าใดก็ตาม ให้ก้าวต่อไปอีก 1 ก้าวแล้วเริ่มวิ่งทันที (ปกติควรบอกตกเท้าขวา)
     2. การหยุด
          คำบอก : “แถว-หยุด”
          การปฏิบัติ : เมื่อสิ้นคำบอก โดยเท้าใดตกถึงพื้นก็ตาม ให้คงวิ่งด้วยอาการยั้งตัวต่อไปข้างหน้าอีก 3 ก้าวและทำท่าหยุด เช่นเดียวกับการหยุดในเวลาเดิน
     3. เปลี่ยนเป็นเดิน
          คำบอก : “เดิน-ทำ”
          การปฏิบัติ : เมื่อสิ้นคำบอก โดยเท้าใดตกถึงพื้นก็ตาม ให้คงวิ่งด้วยอาการยั้งตัวต่อไปข้างหน้าอีก 3 ก้าวแล้วทำท่าเดินตามปกติ
     4. เปลี่ยนเท้า
          คำบอก : “เปลี่ยนเท้า”
          การปฏิบัติ : ตามปกติให้ใช้คำบอก ในขณะที่เท้าซ้ายและขวาตกถึงพื้น ในลำดับติดต่อกันปฏิบัติโดยก้าวเท้าไปข้างหน้าอีก 2 ก้าว (ซ้าย ขวา) ครั้นแล้วกระโดดก้าวซ้ำเท้าขวาไปข้างหน้าอีกประมาณ 1 ก้าว (60 ซม.) และก้าวเท้าซ้ายวิ่งต่อไปตามระยะก้าวปกติท่านี้ทำเป็นจังหวะเดียว
          **หมายเหตุ     
                    ก. ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาวิ่งนี้ ปกติเป็นท่าที่ใช้สำหรับหัดให้ลูกเสือรู้จักวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องแล้วนำไปใช้ตามลำพังในแถว
                    ข. ท่านี้โดยทั่วไปใช้ในโอกาสเปลี่ยนเท้าให้พร้อมกับส่วนรวมของแถว

สร้างโดย : พิรญาณ์ ม.3/10
แหล่งอ้างอิง : www.google.com


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thaigoodview.com/node/3141