การบริหารจิตและเจริญปัญญา

• การบริหารจิตและเจริญปัญญา หมายถึง การควบคุมจิตให้มีสมาธิ และทำให้เกิดปัญญา

• การฝึกสวดมนต์และแผ่เมตตา 

การสวดมนต์และแผ่เมตตา เป็นอีกวิธีหนึ่งในการบริหารจิตและเจริญปัญญา ทำให้เราสามารถควบคุมจิตใจให้มีสมาธิและก่อให้เกิดปัญญาได้ ฉะนั้น นักเรียนควรฝึกสวดมนต์ และแผ่เมตตาก่อนนอน ก่อนเรียนหนังสือ และหลังเลิกเรียน เป็นประจำ 

• ขั้นตอนการสวดมนต์และแผ่เมตตา มีดังนี้ 

ขั้นตอนที่ ๑ 

นั่งคุกเข่าประนมมือ ตั้งจิตให้สงบ 

ขั้นตอนที่ ๒ 

สวดมนต์ (คำบูชาพระรัตนตรัย)
อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สังฆัง นะมามิ. (กราบ)

ขั้นตอนที่ ๓ 

เมื่อสวดมนต์จบแล้ว ให้นั่งในท่าที่สบายหรือนั่งขัดสมาธิมือวางบนตัก หลับตา และเตรียมแผ่เมตตา ถ้ายืนสวดมนต์ ให้ประนมมือ หลับตาและเตรียมแผ่เมตตา 

ขั้นตอนที่ ๔

เริ่มแผ่เมตตา โดยตั้งจิตว่า ขอให้สรรพสัตว์ (สิ่งมีชีวิตทั้งปวง) จงมีแต่ความสุข
ปราศจากความทุกข์ ความเดือดร้อน ตลอดกาลนานเทอญ

ขั้นตอนที่ ๕ 

เมื่อแผ่เมตตาเสร็จแล้วให้ยกมือไหว้ และสาธุ ในใจ

ความหมายและประโยชน์ของสติ 

สติ หมายถึง ความระลึกได้หรือรู้ตนเองอยู่เสมอว่า กำลังทำอะไร
 
สมาธิ หมายถึง การทำจิตใจให้ตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว
 
การเจริญสติและสมาธิ หมายถึง การฝึกจิตให้มีสติระลึกได้ตลอดเวลา และการทำจิตให้มีสมาธิตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน

• ฟังเพลงและร้องเพลงอย่างมีสติ
การฟังเพลงและร้องเพลงอย่างมีสติ คือ การฝึกสติให้ใจจดจ่อต่อการฟังเพลงและร้องเพลง ให้รู้เข้าใจความหมายของเพลง และสามารถทำกิจกรรมประกอบการร้องเพลงได้

• การเล่นและทำงานอย่างมีสติ
 
เล่นอย่างมีสติ 

การเล่นเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่นักเรียนชอบ เพราะทำให้มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่บางครั้งการเล่นก็อาจทำให้เราได้รับบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าเราไม่มีสติในการเล่น เล่นอย่างมีสติทำให้ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่ถ้าเล่นอย่างไม่มีสติ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและได้รับอันตราย

• ทำงานอย่างมีสติ 

 การทำงานจะสำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยดี นักเรียนจะต้องมีสติกล่าวคือ ต้องระลึกรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า ในขณะนั้นตนกำลังทำอะไรอยู่ มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ในงานนั้น งานนั้นก็จะไม่ผิดพลาดและประสบความสำเร็จ จิตใจที่มีสมาธิจะคิดเพียงเรื่องเดียวไม่ว่าขณะนั้นกำลังทำงานอะไรอยู่ งานก็จะสำเร็จลงได้ด้วยดี

• ฝึกให้มีสติในการฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน 

การฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน และฝึกให้มีสติอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา

• ฝึกให้มีสติในการฟัง 

 การฟังอย่างมีสติ คือ การฟังอย่างตั้งใจ ไม่พูดคุยในขณะที่ครูหรือผู้ใหญ่พูดสั่งสอน นั่งฟังอย่างสงบ และมีสมาธิ 

• ฝึกให้มีสติในการอ่าน
 
 การอ่านอย่างมีสติ คือ การอ่านอย่างตั้งใจ ไม่ฟุ้งซ่านคิดไปในเรื่องอื่น จิตใจจดจ่ออยู่กับเรื่องที่อ่านเพียงอย่างเดียว
 
• ฝึกให้มีสติในการคิด
 
การคิดอย่างมีสติ คือ การมีใจจดจ่อ มีสติตั้งมั่นอยู่กับการคิด คิดอย่างมีเหตุผล คิดอย่างรอบคอบและคิดแต่เรื่องที่สร้างสรรค์เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น 

• ฝึกให้มีสติในการถาม 

การถามอย่างมีสติ คือ การคิดไตร่ตรองให้รอบคอบแล้วจึงถาม รู้จักใช้คำถามให้ถูกต้องตามกาลเทศะ และมีมารยาทที่ดีในการถาม คือ ใช้คำถามที่ดีและใช้วาจาสุภาพ 

• ฝึกให้มีสติในการเขียน 

การเขียนอย่างมีสติ คือ การมีใจมุ่งมั่นจดจ่อที่จะเขียนและลงมือเขียนตามที่ได้คิดไตร่ตรองเอาไว้แล้ว 


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก พระมหาปรีชา ปภสฺสโร

ชมรมลานความคิด ประทีปแห่งคุณธรรม

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง