สัตว์ทะเล

สัตว์ทะเล

ทะเลไทยอันอุดม
ทะเลไทยเป็นทะเลน้ำอุ่น น้ำทะเลสีเขียวสวยเป็นประกายเมื่อต้องแสงแดดจัดจ้าตลอดทั้งปี ทะเลไทยแบ่งออกได้เป็นสองส่วน ได้แก่ อ่าวไทย ซึ่งเป็นอ่าวขนาดใหญ่ส่วนหนึ่ง กับทะเลอันดามันซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของภาคใต้อีกส่วนหนึ่งอ่าวไทยอาจแบ่งออกได้เป็น ๒ ส่วน คือ อ่าวไทยตอนบนหรือก้นอ่าว มีรูปร่างเหมือนตัว ก ส่วนอ่าวไทยตอนล่างผายกว้างออกไปบรรจบกับทะเลจีนใต้ พื้นทะเลก้นอ่าวไทยตอนนอกโค้งเว้าเป็นแอ่งเหมือนก้นกระทะ โดยทั่วไปอาจถือได้ว่าอ่าวไทยเป็นอ่าวตื้น เพราะส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ ๘๕ เมตร ก้นอ่าวไทยเป็นที่รวมของแม่น้ำสำคัญหลายสายมี แม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง แม่น้ำเหล่านี้พัดพาเอาน้ำจืด แร่ธาตุ และสารอินทรีย์จำนวนมหาศาลไหลมาลงทะเลด้วย ทำให้น้ำทะเลบริเวณก้นอ่าวไทยมีความเค็มต่ำ เป็นที่เกิดของแพลงตอนพืช ซึ่งเป็นอาหารของสัตว์ทะเลหลายชนิด ในอ่าวไทยจึงอุดมไปด้วยปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจจำนวนมาก เช่น ปลาทู ซึ่งจะเวียนว่ายเข้ามาหากินเป็นฝูง ๆ ฝูงละนับพันนับหมื่นตัวเป็นประจำนอกจากปลาทูแล้ว ตามชายทะเลรอบอ่าวไทยซึ่งมีความยาวมากกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร เคยมีป่าชายเลนมากมาย จึงเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของกุ้งทะเล กั้ง ปูทะเล ปูม้าหอยแครง หอยแมลงภู่ หอยกะพง หอยนางรม ปลากะพง ปลากุเรา และปลาอื่นๆอีกหลายชนิด  ส่วนทางด้านทะเลอันดามัน ชายฝั่งทะเลด้านนี้สั้นกว่าฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยประมาณสองเท่า ทะเลอันดามันเป็นทะเลเปิดและเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย น้ำเค็มจัดพื้นท้องทะเลเป็นโคลน หิน และทราย ทะเลอันดามันได้ชื่อว่าเป็นทะเลที่มีแนวปะการังงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

มีอะไรในน้ำทะเล
ถ้าเราไปที่หาดทรายชายทะเล เราจะรู้สึกว่าทะเลนั้นสวยงามแต่ดูลึกลับ อาจเป็นเพราะว่ากว้างใหญ่สุดคณานับ มองไปจนสุดสายตาก็ยังเห็นน้ำทะเลอยู่ไกลลิบๆ โดยทั่วไปน้ำทะเลมีขึ้นมีลงวันละสองเวลา แต่บางแห่งขึ้นลงเพียงวันละครั้ง หรืออาจจะปนกัน เมื่อน้ำทะเลขึ้น น้ำจะเอ่อสูงขึ้นๆ ทุกทีจนท่วมหาดทรายเกือบหมด น้ำขึ้นมาสูงจนถึงขอบฝั่ง จากนั้นระดับน้ำก็จะเริ่มลดลง เรียกว่าเป็นเวลาน้ำลง น้ำทะเลจะลดระดับต่ำลงๆ ไปทุกที หาดทรายที่เปียกชุ่มด้วยน้ำทะเลก็จะโผล่ขึ้นให้เห็นใหม่อีก เราอาจนึกไม่ถึงว่าข้างใต้พื้นทรายนี้มีสัตว์ทะเลใหญ่น้อยจำพวกหอย ปู กุ้ง และ หนอนทะเล อาศัยอยู่มากมาย

ส่วนประกอบของน้ำทะเล
ในน้ำทะเลมีเกลือและแร่ธาตุหลายชนิดละลายปนอยู่ เกลือที่มีอยู่มากที่สุดคือ เกลือทะเล หรือเกลือแกง ซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "โซเดียมคลอไรด์"  มีอยู่ในน้ำทะเลมากถึงร้อยละหกสิบ สารนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำทะเลมีรสเค็ม น้ำทะเลบางแห่งเค็มมาก เช่น น้ำกลางทะเลหลวง เป็นเพราะน้ำถูกแสงแดดเผาทำให้ระเหยเป็นไอไปเสียมาก บางแห่งเค็มน้อย เช่น น้ำทะเลแถวปากแม่น้ำ ซึ่งมีน้ำจืดจากแม่น้ำไหลลงมาปะปนอยู่ตลอดเวลา น้ำทะเลที่มีความเค็มต่ำมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำทะเลที่มีความเค็มสูง ดังนั้นน้ำจืดและน้ำกร่อยก็จะลอยอยู่เหนือน้ำทะเล เราจึง เห็นทะเลแถวปากแม่น้ำมีสีไม่เขียวจัดเหมือนสีของน้ำในทะเลหลวง นอกจากเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์แล้ว ยังมีเกลือที่เป็นปุ๋ยของพืช เช่น ไนเตรท ฟอสเฟต และ ซิลิเกต ซึ่งมีอยู่มากในน้ำทะเล สารเคมีสามชนิดนี้เป็นสารจำเป็นสำหรับพืชทะเลเพื่อการเจริญเติบโต ส่วนแร่ธาตุอื่นๆ กว่าร้อยชนิดมีอยู่อย่างละเล็กละน้อยเท่านั้น ทะเลเป็นที่รวมของเกลือและแร่ธาตุทุกชนิดที่มีอยู่บนผืนแผ่นดิน เกลือและแร่ธาตุต่างๆ เหล่านั้นมีแทรกปนอยู่ในหินหรือภายในภูเขา เมื่อถูกลมพายุพัดกระหน่ำก็แตกแยกผุพัง ไหลเลื่อนมารวมกันอยู่ในทะเล ก๊าซทุกชนิดในบรรยากาศของโลกมีละลายอยู่ในน้ำทะเลด้วยทั้งสิ้น ก๊าซออกซิเจนมีละลายอยู่เป็นปริมาณสูง และมีมากตามบริเวณพื้นผิวทะเล ออกซิเจนที่มากขึ้นนี้ ได้มาจากไฟโตแพลงตอนหรือแพลงตอนที่เป็นพืชซึ่งล่องลอยอยู่ที่ผิวทะเล นอกจากนั้นเมื่อเกิดพายุพัดทำให้น้ำทะเลปั่นป่วน ก็จะทำให้ออกซิเจนจากบรรยากาศละลายปนลงในน้ำทะเลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ในขณะเดียวกันน้ำก็จะระเหยจากทะเลเข้าไปในบรรยากาศแทนที่ออกซิเจน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในบรรยากาศ ก็มีละลายอยู่ในน้ำทะเลเช่นกัน พืชทะเลสีเขียวใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ละลายอยู่ในน้ำปรุงเป็นอาหาร ไม่แต่เท่านั้น ในน้ำทะเลยังมีอินทรียสารละลายปนอยู่ด้วย อินทรียสารเกิดจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเล เมื่อพืชและสัตว์ทะเลตายลง ซากของมันจะละลายปนอยู่ในน้ำทะเลหรืออาจจมลงสู่เบื้องล่าง แต่น้อยนักที่ซากเหล่านี้จะจมลงถึงก้นทะเล เพราะระหว่างทางจะถูกสัตว์ทะเลกินเป็นอาหารไปเสียก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อนานนับพันนับหมื่นปีเข้าก็จะมีซากของสิ่งมีชีวิตตกตะกอนอยู่ที่ก้นทะเลไม่

สัตว์ทะเลที่ชายหาด
ชายฝั่งทะเลไทยส่วนใหญ่เป็นหาดทรายขาวสวยงาม เม็ดทรายละเอียดทรายเกิดจากหินที่ผุพังแตกออกเป็นชิ้นเล็กมาก ๆ ซึ่งเมื่อถูกคลื่นซัดขัดสีกันนานหลายพันปีก็กลายเป็นเม็ดทรายบริเวณหาดทราย ถ้ามองด้วยตาเปล่าจะดูคล้ายไม่มีสิ่งมีชีวิตเพราะไม่มีพืชขนาดใหญ่อยู่เลย แต่แท้ที่จริงข้างใต้ทรายบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึง มีสัตว์ทะเลจำนวนมากอาศัยอยู่ สัตว์ทะเลเหล่านี้แทรกตัวอยู่ในทราย หรือขุดทรายฝังตัวอยู่ เมื่อน้ำทะเลท่วมมาถึง ก็อ้าปากกินแพลงตอนที่ลอยมากับน้ำทะเล 

สัตว์ทะเลที่หาดทรายส่วนใหญ่ได้แก่ หอย มีทั้งหอยสองฝาและหอยฝาเดียวกับมีปูบางชนิด แมงกะพรุนซึ่งปกติล่องลอยอยู่ในทะเลก็อาจถูกคลื่นซัดให้ขึ้นมาเกยกองอยู่บนหาดให้เห็น เปลือกหอยนานาชนิดที่กองเกลื่อนอยู่บนพื้นทรายแสดงให้เห็นเด่นชัดว่าใต้ทรายเป็นที่อาศัยของหอยเหล่านี้ขณะเมื่อยังมีชีวิตหอยที่หาพบได้ง่ายตามหาดทรายก็มี หอยทับทิม หอยเสียบ ส่วนปู ก็มีปูลม ปูทหาร ปูเสฉวน นอกจากนี้ยังมีหนอนทะเลขุดรูฝังตัวอยู่ในทรายอีกด้วย 

สัตว์ทะเลที่ดุร้ายและเป็นพิษ
สัตว์ทะเลที่ดุร้ายและเป็นพิษ เป็นอันตรายแก่คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวประมงนั้นมีอยู่หลายชนิด ฉลามได้ชื่อว่าเป็นเสือร้ายแห่งทะเล เพราะเป็นปลาที่กระหายเลือด ถึงขนาดว่ายรี่เข้าใส่คนเพื่อจะกินเป็นอาหาร ฉลามมีฟันแหลมคมและมีกำลังมาก เมื่อกัดแล้วใช้กำลังกระชากทำให้เนื้อขาดหลุดออก ฉลามมีอยู่ในทะเลทั่วทุกแห่ง และเป็นปลาที่ชาวเรือทั้งหลายหวั่นเกรงมาก

นอกจากฉลามแล้ว สัตว์ทะเลที่ดุร้ายและอาจเป็นอันตรายอีกอย่างหนึ่งได้แก่ ปลาฉนาก ซึ่งมีปากยาวแหลม มีฟันคมยื่นออกมาทั้งสองข้าง ปลาฉลากใช้ปากฟาดฟันศัตรูให้เป็นแผลเหวอะหวะแมงกะพรุนไฟก็เป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่มีพิษ ถ้าว่ายน้ำไปถูกตัวแมงกะพรุนไฟเข้าจะทำให้เกิดเป็นแผลเน่าที่รักษาได้ยาก แต่ไม่เป็นอันตรายถึงตายปลาจำพวกปลาไฟฟ้า เป็นปลาที่เป็นอันตรายเช่นกัน ปลาไฟฟ้าได้แก่ ปลากระเบนไฟฟ้าและปลาไหลไฟฟ้า ทั้งสองชนิดนี้ปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายศัตรูทำให้สะดุ้งตกใจได้ ปลาไหลไฟฟ้าไม่มีในประเทศไทย งูทะเลที่กัดคนถึงตายมีหลายชนิด งูทะเลที่มีพิษร้ายแรงมากเช่น งูผ้าขี้ริ้ว งูปี่แก้วทะเล  และงูคออ่อน

ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ทะเล
สัตว์ทะเลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นและมีความสำคัญมากของมนุษย์ให้ทั้งอาหาร สิ่งมีค่า และเครื่องใช้มากมายหลายอย่างแก่เรา คิดเป็นเงินหลายร้อยล้านบาท ดังนั้นเราจึงควรทำความรู้จักเพื่อถนอมใช้ทรัพยากรนี้อย่างฉลาดและติดตามรักษาให้คงมีอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ทำสิ่งที่เป็นอันตรายร้ายแรง จนเป็นสาเหตุให้สัตว์ทะเลต้องสูญพันธุ์หมดไป แต่ควรช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ทะเลโดยไม่ทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไว้ตามหาดทราย แต่ควรช่วยกันดูแลรักษาหาดทรายให้สะอาด เพราะขยะนั้นเมื่อสะสมกันอยู่มากขึ้น ก็จะไหลเลื่อนลงไปอยู่ในทะเล ทำให้น้ำเสีย ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลบางชนิดไม่ได้อีกต่อไป และทำให้สัตว์ทะเลที่เคยมีอยู่ในบริเวณนั้นต้องตายไปเป็นจำนวนมากการปล่อยน้ำเสียหรือน้ำทิ้งจากอาคารบ้านเรือน ร้านอาหาร หรือโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมทะเลลงในทะเล เป็นสิ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อสัตว์ทะเล ดังเช่นที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วยเช่นกันไม่ทำลายป่าชายเลนให้หมดไป โดยการนำพื้นที่ป่ามาทำนากุ้ง หรือทำอย่างอื่นจนหมดไป เพราะป่าชายเลนเป็นแหล่งธรรมชาติที่ให้ประโยชน์ทั้งแก่มนุษย์และสัตว์ทะเล โดยป่าชายเลนช่วยต้านพายุจากทะเลไว้มิให้ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนบนแผ่นดินป่าชายเลนให้ไม้สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงและทำเครื่องเรือนเครื่องใช้ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลนานาชนิดทั้งกุ้ง หอย ปู และปลาป่าชายเลนเป็นที่วางไข่และแหล่งที่อยู่ของตัวอ่อนของสัตว์ทะเล

ไม่ทำลายปะการังให้แตกหักเสียหาย เพราะแนวปะการังนั้นเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ามหาศาล เป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย และที่หลบภัยของบรรดาสัตว์ทะเลมากมายหลายชนิด จึงไม่ควรทำลายปะการัง โดย

ไม่เก็บหรือหักชิ้นส่วนของปะการังขึ้นมาจากทะเลเพื่อไว้ดูเล่น

ไม่ใช้ระเบิดจับปลาอันเป็นการทำลายทั้งปลาและปะการังทุกชนิดให้หมดสิ้นไปในพริบตาไม่ทิ้งสมอเพื่อจอดเรือในแนวปะการังทำให้ปะการังหักเสียหาย

ไม่ก่อสร้างโรงแรมและที่พักติดทะเลทำให้น้ำเสียเป็นเหตุให้ปะการังตาย แนวปะการังเป็นอาณาจักรอันงดงามใต้ทะเล ตัวปะการังน้อยๆต้องใช้เวลานับพันปีกว่าจะช่วยกันสร้างแนวปะการังได้หนาเพียงไม่กี่เมตร

งดจับปลาทูในฤดูปลาวางไข่ คือ ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปีเพื่อเปิดโอกาสให้ปลาทูได้มีโอกาสแพร่พันธุ์และเติบโตต่อไป

ไม่ฆ่าเต่าทะเล ไม่กินเนื้อเต่าทะเล ไม่เก็บไข่เต่า และไม่กินไข่เต่าทะเล เพื่ออนุรักษ์เต่าทะเลที่มีจำนวนลดน้อยลงไปมาก บางคนเข้าใจอย่างผิดๆว่า ไข่เต่าทะเลมีคุณค่าทางอาหารมาก แท้จริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้น ไข่เป็ด ไข่ไก่ มีคุณค่าทางอาหารพอๆกับไข่เต่าทะเล

ไม่เก็บรังนกนางแอ่นกินรัง มากเกินกว่าสองครั้งตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อปล่อยให้แม่นกพ่อนกมีโอกาสสร้างรังและวางไข่ จะได้ไม่สูญพันธุ์หมดไป รังนกนางแอ่นทำจากน้ำลายของนก ซึ่งไม่มีคุณค่าทางอาหารมากเกินกว่าเนื้อปลา

ไม่จับพะยูน ไม่ฆ่าพะยูนและไม่เกินเนื้อพะยูนซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่เหลืออยู่ในโลกเพียงเล็กน้อย แต่กินปลาแทน

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
admission 58admissionAd58AdGang58อาเซียนaecเกมเกมส์คิดเลขเกมคณิตศาสตร์วาตภัยภัยธรรมชาติพายุฟิลเลอร์กลูต้ากลูต้าไธโอนกลูต้าผิวขาวผลเสียกลูต้าผลเสียฟิลเลอร์ข่าวข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบสพฐศธเปิดเทอมunseen Thailand travel amazingประกาศผลONETGAT PATติวติวGATเชื่อมโยงภาษาญี่ปุ่นความถนัดภาษาจีนรายงานเกษตรห้องเรียนกลับทางเกมส์การเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่ข่าวการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าวadmissionสอบตรงสอบตรง58แอดมิชชั่นข่าวกิจกรรมสาระน่ารู้รับตรงรับตรง58โควตาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สังคมภาษาไทยแนะแนวกลอนสามเณร ถ่ายทอดธรรมะว วชิระเมธีดูย้อนหลังไฮไลท์liveธรรมบรรพชาวันพระวันโกนฝนฤดูฝนสุขภาพหน้าฝนเข้าพรรษาตักบาตรฮา ๆ น่ารัก ท่องเที่ยวคลิปเด็ดคลิปรวมคลิปเด็ดeco tripเที่ยวต่างประเทศติวเข้มสอบเข้าสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า เตรียมสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลสอบเข้าสวนกุหลาบทดลองวิทย์โทษข่มขืนประหารชีวิตสืบ นาคะเสถียรปิยะมหาราชเก่งอังกฤษฮอร์โมนcar free dayจักรยานcu tepรับน้องชิงรางวัลrising sunทัวร์ถูกสอบเข้า ม.1อีโบล่าตึกถล่มpage9เพจ 9kaoplookpanyaสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonk 
กลับด้านบน