โรคติตต่อ - โรคโปลิโอ
อาการ
เริ่มแรกคือเป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาจมีอาเจียน ท้องผูกหรือท้องเดิน ทำให้ไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นโรคนี้ เพราะอาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัดธรรมดาหากเด็กแข็งแรงก็จะหายเป็นปกติในเวลารวดเร็วและไม่มีความพิการ แต่ถ้าเป็นเด็กไม่แข็งแรงโรคจะลุกลามไปสู่ระบบประสาท ทำให้แขนหรือขาหรือทั้งแขนและขาเป็นอัมพาต ที่เห็นบ่อยจะเป็นขา ทำให้เด็กขากะเผลกๆ และมักเป็นข้างเดียว
ในระยะที่มีการระบาดของโรคโปลิโอ ถ้ามีการกระทบกระเทือนที่แขนหรือขาของผู้ป่วยโรคโปลิโลในระยะเริ่มต้น อาจทำให้เป็นอัมพาตได้ เพราะฉะนั้นถ้าพบว่าเด็กมีอาการคล้ายโรคหวัด หรือเป็นโรคที่ไม่ปรากฏ สาเหตุชัดเจนในขณะที่มีการระบาดของโรคโปลิโอ ควรรีบพาไปพบแพทย์
ระบาดวิทยา
เชื้อนี้จะอยู่ในลำไส้ของคนเท่านั้น ไม่มีแหล่งรังโรคอื่นๆ เชื้อจะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ในลำไส้ของคนที่ไม่มีภูมิต้านทานและอยู่ภายในลำไส้ 1-2 เดือน เมื่อถูกขับถ่ายออกมาภายนอก จะไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ และเชื้อจะอยู่ภายนอกร่างกายในสิ่งแวดล้อมไม่ได้นาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตร้อน อายุครึ่งชีวิตของไวรัสโปลิโอ (half life) ประมาณ 48 ชั่วโมง การติดต่อที่สำคัญคือ เชื้อที่ถูกขับถ่ายออกมากับอุจจาระเข้าสู่อีกคนหนึ่งโดยผ่านเข้าทางปาก (fecal-oral route) โดยเชื้อปนเปื้อนติดมือผ่านจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง (person to person) และเข้าสู่ร่างกายเมื่อหยิบจับอาหารเข้าสู่ปาก ในพื้นที่ที่มีอนามัยส่วนบุคคล และการสุขาภิบาล ไม่ได้มาตรฐานจะพบโรคโปลิโอได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเป็นการติดต่อทาง fecal-oral route ในประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งมีระดับสุขาภิบาลและการอนามัยส่วนบุคคลดีการติดต่อส่วนใหญ่จะเป็นแบบ oral-oral route โดยเชื้อที่เพิ่มจำนวนในลำคอ หรือทางเดินอาหารส่วนบน (oropharynx) ถูกขับออกมาพร้อมกับ pharyngeal secretion ออกมาทางปาก ปนเปื้อนมือที่หยิบจับอาหารเข้าทางปากของอีกผู้หนึ่ง โปลิโอเป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก การให้วัคซีนโอพีวีในระดับความครอบคลุมเกินร้อยละ 80 มีผลทำให้อุบัติการณ์ของโรคนี้ลดลงมาก และประเทศที่เจริญแล้วเป็นจำนวนมากที่ไม่มีรายงานโรคโปลิโอ
การป้องกัน
โรคนี้ป้องกันได้ด้วยการรับประทานวัคซีนโปลิโอหรือฉีดวัคซีนโปลิโอตามกำหนดโดยเริ่มครั้งแรกตั้งแต่เด็กอายุ 2-3 เดือน ซึ่งผู้ปกครองต้องพาเด็กไปรับการฉีดวัคซีนหรือกินวัคซีนอย่างเคร่งครัด




















